วันนี้มีโอกาสได้ให้การต้อนรับบรรดาพระนานาชาติ นิสิตคณะพุทธศาสตร์ มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย ที่มาลงพื้นที่วัดใหญ่ชัยมงคล และโรงเรียนวัดใหญ่ชัยมงคล (ภาวนารังสี) เพื่อประกอบการศึกษาวิชา Human and Society ( มนุษย์กับสังคม ) ครับ
หลังจากที่ปรึกษากันกับอาจารย์ประจำวิชาอยู่หลายต่อหลายรอบว่าจะพาพระนิสิตไปที่ไหน ไปดูอะไร นอกจากสังคมในวัดใหญ่ชัยมงคล ก็ได้ข้อสรุปว่า โรงเรียนวัดใหญ่ชัยมงคล (ภาวนารังสี) นี่เองน่าจะเหมาะสม เพราะพระนิสิตจะได้เห็นความเชื่อมโยงกันระหว่าง บ้าน - วัด - โรงเรียน ตามนโยบาย "บวร" อย่างชัดเจน
ช่วงบ่ายเมือคณะเดินทางมาถึง ทางโรงเรียนโดย ผอ.จุฑามาศ รอดภัย ได้ให้การต้อนรับอย่างเต็มที่ ทั้งสถานที่ และวิทยากร ทั้งที่เป็นครู ( คุณครูอภิญญา ) และนักเรียน ได้มากล่าวสรุปเกี่ยวกับโรงเรียน และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้พระนิสิตได้ถามคำถามอย่างเต็มที่
จากนั้นเราพากันเดินชมภายในโรงเรียนตั้งแต่ห้องอนุบาล ห้องประถม สำนักงาน ห้องดนตรี ห้องวิทยาศาสตร์ ห้องคอมพิวเตอร์ และห้องสมุด ตลอดทางพระนิสิตได้ให้ความสนใจซักถามอยู่ตลอดเวลา บางรูปยังได้แสดงความชื่นชม และมีความคิดจะนำกลับไปพัฒนาที่บ้านเกิดบ้าง
กลับมาที่ห้องประชุม คณะนักเรียนที่เป็นนักร้องประสานเสียงได้แสดงความสามารถให้พระนิสิตได้ชมกันด้วย
จากนั้นตัวแทนพระนิสิตได้กล่าวอนุโมทนา โรงเรียน และมอบของที่ระลึกให้กับ ผอ.จุฑามาศ
ถ่ายรูปหมู่กันหน่อย
เราย้ายจากโรงเรียนมาที่วัดใหญ่ชัยมงคล เพื่อแบ่งกลุ่ม โดยแบ่งออกเป็น ๒ กลุ่ม กลุ่มที่ ๑ มี พระอาจารย์มหาดวงดี เลขานุการคณะพุทธศาสตร์ มจร. และแม่ชีมาโก้ จากวัดใหญ่ชัยมงคล เป็นที่ปรึกษา และคอยให้ความช่วยเหลือในเรื่องการสื่อสารกับคนไทย กลุ่มนี้ให้ไปดูสังคมแม่ชี และนักท่องเที่ยวในวัดใหญ่ชัยมงคล ไม่ได้ไปด้วยเลยไม่มีภาพมาให้ดู
กลุ่มที่ ๒ มีพระมหาโอ๊ท กับ อ.ดร.มนตรา อาจารย์ประจำวิชาไปด้วย ไปดูในเรื่องสังคมพระและชาวบ้านที่มาค้าขายในวัด ก็ผลัดกันเล่า ผลัดกันถามแลกเปลี่ยนความรู้กันสนุกด้วย ได้ความรู้ด้วย
ภาพนี้พระนิสิตกำลังซักถามแม่ค้าขายลูกชิ้น เรียกว่าซักกันอย่างละเอียดยิบทีเดียว
จากบริเวณที่มีร้านค้า ก็พาไปที่พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช และต่อมาที่บ่อเต่า ดูจะชอบกันมาก ให้พระนิสิตได้ทดลองให้อาหารเต่าดูด้วย
จากนั้นเข้ายังอุโบสถเพื่อสักการะพระพุทธชัยมงคล พระประธานของวัดใหญ่ชัยมงคล ภาพมัวไปหน่อย แต่ก็เอาเถอะคนถ่ายมือใหม่ไม่คุ้นกับกล้อง
หลังจากนั้นเดินผ่านทางลานพระเจดีย์ชัยมงคล เพื่อมายังจุดนัดพบ เราจะมาทำ KM ( Knowledge Management - การจัดการความรู้ ) กันในบรรยากาศธรรมชาติที่สนามหญ้าข้างพระเจดีย์ ความจริงที่วัดมีอาคารรองรับได้แต่ว่ารู้สึกว่าการที่เรายิ่งได้ใกล้ชิดธรรมชาติมากเท่าไร เรายิ่งเข้าใจ และเห็นความจริงของธรรมะ ได้มากเท่านั้น เลยเลือกที่จะให้มา KM กันที่สนาม
ก่อนจะ KM เราเริ่มด้วยการทำกัมมัฏฐานกันก่อนเล็กน้อย พอให้ร่างกายและจิตใจมีความพร้อม จากนั้นก็ให้พระนิสิตผลัดกันเล่าถึงสิ่งที่ได้เรียนรู้ในการมาลงพื้นที่ในคราวนี้
ก่อนจะจบการลงพื้นที่ทางคณะให้กล่าวอะไรเล็กน้อย จึงได้แบ่งปันธรรมะไปนิดหน่อยมีใจความเป็นภาษาไทยคร่าว ๆ ว่า
"ภิกษุนั้น จะแสวงหาเงินทองสิ่งของมากมายหรือไม่ ไม่ใช่เรื่องสำคัญ สำคัญอยู่ที่ได้มาแล้ว จะใช้มันอย่างไรมากกว่า อย่างที่พระพุทธองค์ตรัสว่า ไม่มีสิ่งใดเป็นของ ๆ เรา ได้มาจากญาติโยมถวาย ก็ควรใช้ไปเพื่อให้เกิดประโยชน์กับผู้อื่น เหมือนกับแม่น้ำ แม่น้ำต้องมีทางให้น้ำไหลออก ไหลลงสู่ทะเล หากแม่น้ำนั้นตัน ไหลออกไม่ได้ ก็เป็นได้แค่หนองน้ำ หรือสระน้ำ ไม่เรียกว่าแม่น้ำ แม่น้ำมีทางไหลออกฉันใด ภิกษุควรทำตัวให้เหมือนกับแม่น้ำ ได้ปัจจัยมาแล้ว เหลือจากที่จำเป็นก็ให้แบ่งปันสู่ผู้อื่นฉันนั้นเหมือนกัน"
บุญรักษาครับ
แถมท้าย ต้องอนุโมทนากับแม่ชีมาร์โก้ ที่มาช่วยเป็นที่ปรึกษา และช่วยเป็นล่ามแปลภาษาให้ สาธุ สาธุ แม่ชีมาร์โก้ บวชอยู่วัดใหญ่ ฯ ได้สัก ๒ ปีแล้ว ก่อนหน้านี้ถ้าให้ทายคงทายไม่ถูกว่าเธอทำอะไรมาก่อน ลองดูเฉลยบน YouTube นี้แล้วกันครับ
ไปบล็อกก่อนหน้า ไปบล็อกถัดไป
Add Comment
กรุณาเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีผู้ใช้ Playground หรือ Twitter เพื่อโพสต์คอมเมนต์ หรือ สมัครสมาชิก ที่นี่

Subscribe RSS











Comment
mahaoath
คอมเมนต์เมื่อ : 01.12.2009 12:16
ที่อื่นไม่ทราบว่าให้อย่างไรเหมือนกันครับ ไม่เคยเห็น
¯`• Mamai •´¯
คอมเมนต์เมื่อ : 01.12.2009 11:24
การให้อาหารเต่าต้องกันอย่างนี้หรอคะ คือไอไม่เคยเห็นเลยอ่ะค่ะ
เห็นที่นี่ที่แรก
2 คอมเมนต์