บทความนี้คัดลอกมาทั้งโขยง
คือกลัวว่าเว็บต้นฉบับจะหายไป เลยคัดลอกเอาไว้ครับ
เครดิตทั้งหมดเป็นของ เจ้าของเดิมที่ pantown ครับ ขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ประวัติความเป็นมา
ในอดีต การทำสำเนาหนังสือใช้วิธีการคัดลอกด้วยลายมือโดยใช้ปากกาขนนก ต่อมามีการคิดค้นระบบการพิมพ์ขึ้น ทำให้การทำสำเนาหนังสือทำได้เร็วกว่า จึงมีการใช้วิธีการพิมพ์แบบใหม่มาแทนที่การทำสำเนาหนังสือแบบเดิม
รูปแบบการพิมพ์พื้นนูนที่เก่าแก่ที่สุดเกิดในประเทศจีน โดยพิมพ์จากบล็อกไม้ ใช้การแกะไม้เนื้อแข็งด้วยเครื่องมือที่ทำให้บริเวณภาพมีระดับสูงกว่าบริเวณ ไร้ภาพ การพิมพ์ทำได้โดยวางแผ่นกระดาษที่เปียกชื้นไปบนบล็อกไม้ที่ผ่านหมึกแล้ว
ใน เวลาใกล้เคียงกันนั้นได้เกิดการคิดค้นการพิมพ์จากการใช้ตัวพิมพ์โลหะที่ถาด เลื่อนเข้าออกได้ (move able type) และสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ภายหลังการพิมพ์แล้วเสร็จ วิธีการพิมพ์ดังกล่าวถือเป็นต้นกำเนิดการพิมพ์เลตเตอร์เพรสส์ในปัจจุบัน
ผู้คิดค้นระบบการพิมพ์เลตเตอร์เพลส เป็นชาวเยอรมันชื่อ โยฮานน์ กูเตนเบิร์ก (Johann Gutenberg) กูเตนเบิร์กได้ทดลองวิธีการพิมพ์ในราวปี พ.ศ. 1983 แต่วิธีการพิมพ์ของเขาได้เริ่มมีชื่อเสียงและใช้เป็นวิธีการพิมพ์เชิง พาณิชย์ตั้งแต่ พ.ศ. 1993 จากนั้น กูเตนเบิร์กเริ่มพิมพ์หนังสือเล่มแรกจากวิธีการพิมพ์ดังกล่าวในปี พ.ศ. 1998
การพิมพ์พื้นนูน แบ่งได้เป็น 2 ประเภทคือ
• การพิมพ์เลตเตอร์เพรสส์
• การพิมพ์เฟล็กโซกราฟี
การ พิมพ์เลตเตอร์เพรสส์ เป็นเป็นระบบการพิมพ์พื้นนูนที่เก่าแก่ที่สุด และยังเป็นการพิมพ์ที่เก่าแก่กว่า เมื่อเทียบกับการพิมพ์ระบบอื่น การพิมพ์เลตเตอร์เพรสส์ มีบทบาทต่ออุตสาหกรรมการพิมพ์ของโลกและเป็นวิธีการพิมพ์ที่ใช้กันแพร่หลายมา จนถึงทศวรรษของปี ค.ศ. 1960 หรือ พ.ศ. 2503 การพิมพ์เลตเตอร์เพรสส์เริ่มลดลง เมื่อการพิมพ์ออฟเซตได้พัฒนาขึ้น และในต้นปี พ.ศ. 2513 การพิมพ์ออฟเซตได้เข้ามามีบทบาทสำคัญแทนที่การพิมพ์เลตเตอร์เพรสส์ อย่างไรก็ตาม ยังมีงานหลายประเภทในปัจจุบันที่จำเป็นต้องใช้วิธีการพิมพ์เลตเตอร์เพรสส์ เช่นบัตรเชิญ นามบัตร สิ่งพิมพ์ที่มีจำนวนพิมพ์ไม่มาก งานพิมพ์เบ็ดเตล็ด เป็นต้น
ตัวพิมพ์ที่กูเตนเบอร์กคิดค้นทำจากแบบหล่อ (mould) หรือ แม่แบบหล่อตัวพิมพ์ (matrix) ที่ทำจากทองเหลือง เพื่อหล่อตัวพิมพ์จากโลหะที่หลอมเหลว ส่วนที่เป็นตัวอักษรของตัวพิมพ์มีระดับสูงกว่าส่วนที่มิใช่เล็กน้อย ตัวพิมพ์จะมีความสูงและความลึกที่ได้มาตรฐาน
แสดงภาพเครื่องพิมพ์ของกูเตนเบิร์ก 
ผลงานการพิมพ์ชิ้นสำคัญที่ได้สร้างชื่อเสียง ให้แก่ กูเตนเบิร์ก จนถึงปัจจุบันนี้ ได้แก่ “หนังสือไบเบิลของกูเตนเบิร์ก” พิมพ์เป็นภาษาละติน คอลัมน์หนึ่งๆมี 42 บรรทัด และจัดพิมพ์ทั้งหมด จำนวน 200 เล่ม หนังสือเล่มนี้พิมพ์เสร็จสมบูรณ์เมื่อปี พ.ศ. 1999*
*วิริยะ สิริสิงห โลกการพิมพ์ กรุงเทพฯ, สุรีวิริยาสาส์น, 2537,หน้า 28
ภาพประกอบด้านล่าง : คัมภีร์ใบเบิล 
หลักการพิมพ์เลตเตอร์เพลสส์
เป็นการพิมพ์ที่ใช้แม่พิมพ์ที่มี ระดับความสูงของผิวหน้าต่างกัน ส่วนที่ต้องการพิมพ์อยู่สูงกว่าส่วนที่ไม่ต้องการพิมพ์เล็กน้อย ส่วนที่ต้องการพิมพ์ เรียกว่า บริเวณภาพ (image area) ส่วนที่ไม่ต้องการพิมพ์เรียกว่า บริเวณไร้ภาพ (non – image area)
ลักษณะของการพิมพ์ตัวนูน
หลังการผ่านหมึกพิมพ์ไปบนแม่พิมพ์ หมึกจะเกาะติดบนบริเวณภาพ เมื่อวัสดุใช้พิมพ์ซึ่งส่วนใหญ่ได้แก่กระดาษ ไปบนผิวแม่พิมพ์ กระดาษจะสัมผัสแม่พิมพ์ ณ บริเวณที่รับหมึกพิมพ์ เมื่อใช้แรงกดหมึกจากแม่พิมพ์จะถ่ายทอดไปบนกระดาษได้ภาพปรากฏบนกระดาษ ส่วนบริเวณกระดาษที่ไม่ได้รับหมึกพิมพ์จะปรากฏเป็นสีพื้นของกระดาษตามเดิม
ลักษณะทั่วไปของการพิมพ์เลตเตอร์เพรสส์
ลักษณะทั่วไปของการ พิมพ์เลตเตอร์เพรสส์ขึ้นกับองค์ประกอบต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการพิมพ์มีผลทำให้การพิมพ์เลตเตอร์เพรสส์มีความเหมาะสมกับงาน พิมพ์
งานพิมพ์มีรายละเอียดต่อไปนี้
1. องค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับการพิมพ์เลตเตอร์เพรสส์
1.1 แม่พิมพ์
1.2 เครื่องพิมพ์เลตเตอร์เพรสส์
1.3 หมึกพิมพ์
แม่ พิมพ์เลตเตอร์เพรสส์ เกิดจากการนำตัวพิมพ์และ/หรือบล็อกและตัวพิมพ์จำนวนมากมาประกอบกันเป็นภาพ และข้อความ กลายเป็นแม่พิมพ์หรือแบบพิมพ์ภายในกรอบอัดชิ้นพิมพ์ ตัวพิมพ์แต่ละตัวและบล็อกมีระดับของผิวหน้าตัวพิมพ์และภาพเท่ากัน
(ภาพประกอบ : แม่พิมพ์เลตเตอร์เพรสส์ ) 
1.1.1 ตัวพิมพ์
ตัวพิมพ์ที่ใช้ในการพิมพ์เลตเตอร์เพรสส์เป็นชิ้นส่วน ที่แยกจากกันเป็นตัว ๆ เมื่อนำมาใช้งาน ต้องนำตัวพิมพ์เหล่านี้มาเรียงทีละตัวจนได้ข้อความเป็นคำ เป็นบรรทัด และเป็นหน้าตามลำดับ เมื่อพิมพ์เสร็จก็สามารถนำไปทำความสะอาด
1.1.2 บล็อกเลตเตอร์เพรสส์ การพิมพ์ภาพในระบบการพิมพ์เลตเตอร์เพรสส์จำเป็นต้องใช้บล็อกที่ทำจากไม้หรือ โลหะเป็นแม่พิมพ์แทนการใช้ตัวพิมพ์ โลหะที่ใช้ทำบล็อกมักเป็นแผ่นสังกะสี แมกนีเซียม หรือทองแดงทาบติดบนไม้
นอกจากตัวพิมพ์พวกร้อนและบล็อก โลหะแล้ว แม่พิมพ์เลตเตอร์เพรสส์ยังมีชนิดที่ฐานเป็นโฟโตพอลิเมอร์และโลหะ แม่พิมพ์บานโฟโตพอลิเมอร์ได้แก่ แม่พิมพ์ไนโลพรินต์ ส่วนแม่พิมพ์ฐานโลหะได้แก่ แม่พิมพ์ไดคริล (Dycril) •ไนโบพรินต์ เป็นแม่พิมพ์พื้นนูนประเภทโฟโตพอลิเมอร์ที่มีความหนาของชั้นแม่พิมพ์ต่างกัน มีอายุการใช้งานนาน ให้คุณภาพงานพิมพ์สูงแต่ด้อยกว่าแม่พิมพ์โลหะ •ไดคริล เป็นแม่พิมพ์ที่มีความไวต่อรังสีอัลตราไวโอเลต
(ภาพประกอบ:กระบะตัวพิมพ์ภาษาไทย กระบะตัวพิมพ์ภาษาอังกฤษ ) 
เครื่องพิมพ์เลตเตอร์เพรสส์
เครื่องพิมพ์เลตเตอร์เพรสส์มี 3 ประเภท
ประเภทที่ 1 คือ เครื่องพิมพ์แบบแท่นยืนหรือเพลเทน
ประเภทที่ 2 คือ เครื่องพิมพ์แบบโมเดี่ยว
ประเภทที่ 3 คือ เครื่องพิมพ์แบบโรตารี
(ภาพประกอบ :เครื่องพิมพ์แบบแท่นยืน หรือ เพลเทน ) 

• เครื่องพิมพ์แบบโมเดี่ยว หรือแบบราบ-โม
• เครื่องพิมพ์แบบโรตารี
เครื่องพิมพ์เลตเตอร์เพรสส์แบบโรตารี ได้รับความนิยมลดลงในปัจจุบัน ทั้งยังถูกแทนที่ด้วยเครื่องพิมพ์เฟล็กโซกราฟีและออฟเซต แต่ยังมีผู้นำมาใช้ในการพิมพ์งานหนังสือพิมพ์ที่เป็นงานขาวดำหรืองานพิมพ์สี เดียว งานพิมพ์ฟอร์มทางธุรกิจ งานพิมพ์หนังสือ ฉลาก และงานพิมพ์รูปแบบพิเศษอื่น ๆ นอกจากนี้ เครื่องพิมพ์เลตเตอร์เพรสส์แบบโรตารียังมีประโยชน์ในการพิมพ์งานสีเดียวที่ ต้องการพิมพ์ซ้ำ โดยทั่วไปการทำแม่พิมพ์สำหรับเครื่องพิมพ์โรตารีใช้ต้นทุนสูงกว่าการทำแม่ พิมพ์ออฟเซต แต่จะประหยัดกว่าในขั้นตอนการพิมพ์
งานก่อนพิมพ์เลตเตอร์เพรสส์
งาน ก่อนพิมพ์เลตเตอร์เพรสส์เป็นงานที่ใช้เวลาค่อนข้างมาก เมื่อเทียบกับการพิมพ์อีกหลายระบบ โดยเฉพาะในงานพิมพ์สอดสี และมีภาพประกอบจำนวนมาก ทั้งภาพลายเส้น ภาพฮาล์ฟโทน ภาพกราฟิก ตาราง และอื่น ๆ
งานก่อนพิมพ์เลตเตอร์เพรสส์ประกอบด้วยขั้นตอนหลายขั้น ตอน ได้แก่ การเรียงพิมพ์ การพิสูจน์อักษร การทำบล็อก การแยกสีและปรู๊ฟสี การเข้าหน้า การวางหน้า และการปรู๊ฟ ดังมีรายละเอียดดังนี้ • 1. การเรียงพิมพ์ การเรียงพิมพ์งานจำนวนมากนิยมใช้เครื่อง แต่ในงานบางประเภทยังใช้การเรียงพิมพ์ด้วยมือ เช่น การพิมพ์หัว จดหมาย การพิมพ์ชื่อเรื่อง การพิมพ์งานโฆษณา หรือการพิมพ์งานที่ต้องใช้สูตรทางคณิตศาสตร์ เป็นต้น
การเรียง พิมพ์ด้วยเครื่อง ใช้การจัดเรียงตัวพิมพ์โลหะจากตัวอักษรแต่ละตัว (monotype) หรือจัดเรียงบรรทัดตัวอักษร (linotype) เพื่อประกอบเป็นข้อความ การเว้นวรรคระหว่างคำและข้อความจะใช้ชิ้นโลหะขนาดเล็ก เรียกว่า ตัวแทรก (space) ที่มีระดับความสูงน้อยกว่าตัวพิมพ์
(ภาพประกอบ : ตัวแทรกขนาดต่าง ๆ ) 
•การเรียงพิมพ์ด้วยมือต้องใช้รางมือ (composing stick)
สามารถปรับระยะที่ปลายด้านหนึ่ง เพื่อเรียงพิมพ์ข้อความที่มีความยาวบรรทัดต่างกัน
(ภาพประกอบ : การเรียงพิมพ์ด้วยมือโดยใช้รางมือ) 
2. การพิสูจน์อักษร เมื่อตัวพิมพ์ถูกเรียงในรางมือจนเต็มแล้ว ตัวพิมพ์ทั้งหมดจะถูกยกออกมาและวางลงในถาดโลหะที่ตื้น เรียกว่า รางยาว (galley) ตัวพิมพ์ที่จัดเรียงจากรางมือจะถูกจัดไว้ในรางยาวเรื่อยไปจนได้ตัวพิมพ์เต็ม หน้า ถ้าพบข้อความที่ผิดจะมีการแก้ไขข้อความ การปรู๊ฟลักษณะนี้ เรียกว่า การปรู๊ฟรางยาว (galiey proofs)
ประเภทของการทำบล็อก การทำบล็อกอาจแบ่งได้เป็น 2 ประเภท
•ประเภทที่ 1 คือ การแกะบล็อกภาพลายเส้น (line block)
ซึ่งจะให้ภาพพิมพ์ที่ดูคล้ายภาพบล็อกไม้ในอดีตหรือบล็อกประเภทอื่นที่ได้จากการแกะด้วยมือ
• ประเภทที่ 2 คือ การทำบล็อกภาพฮาล็ฟโทน (halftone block)
ซึ่งดูคล้ายภาพถ่ายและให้ภาพพิมพ์ที่มีน้ำหนักสีต่อเนื่อง (continuous tone)
•วิธีการกัดบล็อก การกัดบล็อกกระทำได้ 2 วิธี คือ
1. แบบใช้ผง 2. แบบไม่ใช้ผง
( ภาพประกอบ : การกัดบล็อกแบบใช้ผง ) 
•การกัดบล็อกแบบไม่ใช้ผง
เป็นกรรมวิธีการกัดบล็อกแบบใหม่กว่าแบบแรก กรรมวิธีในการทำจะคล้ายกับการกัดแบบแรก แต่ใช้เครื่องควบคุมความเร็วและอุณหภูมิในการกัดด้วยกรด โดยไม่ผ่านขั้นตอนการโรยด้วยผง แต่ใช้น้ำยากัดผสมสารเคมีที่จะก่อให้เกิดชั้นฟิล์มบาง ๆ เคลือบบนบริเวณภาพเพื่อเป็นฉนวนป้องกันการกัดของกรด
การแยกสี เป็นกระบวนการแยกสีต่าง ๆ ออกจากภาพต้นฉบับว่าบริเวณใดพิมพ์ด้วยหมึกพิมพ์สี่สีในอัตราส่วนเท่าใด เพื่อให้ได้ภาพพิมพ์สอดสีที่มีสีคล้ายต้นฉบับมากที่สุด
สีของหมึกพิมพ์ที่ใช้ ได้แก่
• สีไซแอน หรือ สีน้ำเงินเขียว
• สีมาเจนตาหรือสีม่วงแดง
• สีเหลือง
• สีดำ
การปรู๊ฟสี
เป็นการตรวจสอบสีของภาพพิมพ์ว่ามีความถูกต้องและเหมือนต้นฉบับหรือไม่ โดยดูจากอัตราส่วนการผสมสีทั้งสี่ว่ามีความถูกต้องเพียงใด
•การเข้าหน้า
ภาย หลังการเรียงพิมพ์ การพิสูจน์อักษร การทำบล็อก การแยกสีและการปรู๊ฟสีแล้วเสร็จจะเป็นขั้นตอนการเข้าหน้า (assemble or make up) หน่วยที่ใช้ระบุความกว้างและความยาวหรือความลึกของหน้าคือเอ็ม (ems) เช่น ความกว้างเท่ากับ 25 เอ็ม และความยาวหรือความลึกเท่ากับ 40 เอ็ม เป็นต้น
• การวางหน้า
เมื่อเสร็จสิ้นขั้นตอนการเข้า หน้าจะเป็นการวางหน้า (imposition) และอัดรวมในกรอบ การวางหน้าเป็นการจัดเรียงหน้าต่าง ๆ เข้าด้วยกัน
(ภาพประกอบ : ผการวางหน้าภายในกรอบอัดชิ้นพิมพ์ ) 
• การปรู๊ฟ
หลังจากได้แม่พิมพ์แล้ว จะมีการปรู๊ฟความถูกต้องและปรับแก้ข้อความอีกครั้ง การปรู๊ฟครั้งนี้ไม่ควรมีการแก้ไข ถ้ามีก็ควรน้อยที่สุด จากนั้นส่งแม่พิมพ์ไปยังห้องพิมพ์ และปรู๊ฟที่เครื่องพิมพ์อีกครั้งก่อนที่จะพิมพ์ตามจำนวนพิมพ์ที่ต้องการ
การเปรียบเทียบระบบการพิมพ์เลตเตอร์เพลสส์กับระบบออฟเซ็ท
ลักษณะงานที่เหมาะต่อการพิมพ์เลตเตอร์เพรสส์
1) งานข้อความที่มีภาพประกอบน้อยหรือไม่มีเลย
2) งานที่มีจำนวนพิมพ์ไม่มากนัก ประมาณไม่เกิน 3,000 ชุด
3) งานขนาดเล็ก เนื่องจากสามารถทำแม่พิมพ์ขนาดเล็กเพื่อ พิมพ์บนกระดาษขนาดเล็ก
4) งานที่ต้องการนำแม่พิมพ์กลับมาใช้ใหม่
5) งานที่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายในการพิมพ์
6) งานพิมพ์ภาพฮาล์ฟโทนโดยใช้กระดาษคุณภาพดี
7) งานที่ไม่มีภาพพื้นทึบหรือภาพประกอบขนาดใหญ่
8) งานที่ไม่ต้องการความพิถีพิถันมาก
9) เป็นงานสำหรับช่างผู้ชำนาญงานด้านการพิมพ์เลตเตอร์เพรสส์
10) งานข้อความในลักษณะที่ใช้ตัวพิมพ์
11) งานที่ผู้พิมพ์สามารถหาเนื้อที่ในการเก็บแม่พิมพ์ได้
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ขอบคุณที่มาจาก pantown.com
บล็อกที่เกี่ยวข้อง
Facebook Comment
Add Comment
กรุณาเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีผู้ใช้ Playground หรือ Twitter หรือ Facebook เพื่อโพสต์คอมเมนต์ หรือ สมัครสมาชิก ที่นี่

Subscribe RSS
Comment
wassana7785
คอมเมนต์เมื่อ : 04.09.2011 06:28
ดีมากค่ะ พี่ขาย เทปสำหรับติดเพลตงาน เลทเตอร์ เพรส และ เฟล็กโซ่กราฟฟิค brand LOHMAN
แนะนำลูกค้าให้้บ้างนะคะ
1 คอมเมนต์