Feedback

งดงามที่สุดวันนี้ที่วัดศรีชุม(ตำนานพระพูดได้).....สุโขทัย...........

                            อุทยานประวัติศาตร์สุโขทัย

         วัดนี้ตั้งอยู่นอกกำแพงเมืองหรือนอกอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของแผนที่นะคะองค์พระปางมารวิชัยสูง15เมตร หน้าตักกว้าง11.10เมตรชื่อว่าพระอจนะ ( ผู้ไม่หวั่นไหว )บูรณะล่าสุดเมื่อปี2496-2499 ( ก็ตกราว50ปีมาแล้ว )

       อุโมงในช่องผนังมณฑปนั้นเคยมีจารลายเส้นชาดกอดีตชาติรูปแบบศิลปกรรมแบบลังกา กำกับด้วยอักษรสมัยสุโขทัย นอกจากนั้นยังพบจารึกหลักที่2ว่าด้วยเรื่องเล่าการตั้งราชวงศ์สุโขทัยณที่นี้ด้วย

  

                                      

   วัดศรีชุมนี้ เท่าที่จำได้เราน่าจะเคยไปมาแล้วตั้งแต่สมัยเด็ก 555+ ขนาดเป็นคนสุโขทัยนะเนี่ยะยังไปเที่ยวไม่บ่อยเลย.....วันนี้ได้ตั้งใจไปเยือนอีกครั้ง กับความงามที่เป็นอมตะ เหนือคำบรรยายและเหนือกาลเวลาจริงๆ

                    
                 
     คำว่าศรีมาจากคำว่า สะหลี เป็นภาษาพื้นเมืองซึ่งแปลว่าต้นโพธิ์.....หมายถึงวัดที่มีดงต้นโพธิ์นั่นเอง

     พระอจนะวัดศรีชุมนี้  ยังเป็นที่มาของตำนานเกี่ยวกับ พระพูดได้ว่า ครั้งหนึ่งมีกองทัพที่ต้องยกไปรบกับข้าศึกที่มีกำลังเหนือกว่าฝ่ายตนมากซึ่งแม่ทัพนายกองทั้งหลายรู้ความจริงข้อนี้ ในคืนก่อนเคลื่อนทัพบรรดาทหารทั้งหลายก็เข้ามาไหว้พระพุทธรูปองค์ใหญ่ในวัดศรีชุมนี้ เพื่ออธิษฐานขอให้คุณพระคุณเจ้าคุ้มครองกองทัพที่จะยกออกไป

     ในท่ามกลางความเงียบและแสงธูปเทียน   ทหารทุกคนในที่นั้นได้ยินเสียงจากหลวงพ่อพระอจนะว่ากองทัพที่ยกไปรบพุ่งป้องกันบ้านเมืองรักษา พระศาสนาในวันรุ่งขึ้นนั้นจะประสบความสวัสดี มีชัยด้วยประการทั้งปวง   ทำให้กองทัพที่กำลัง เสียขวัญกลับมีกำลังใจจนสามารถรบพุ่งเอาชนะ ศึกครั้งนั้นได้สมดังคำทำนายของพระอจนะ

      ความลับของพระพูดได้ที่วัดศรีชุมนี้   อยู่ตรงผนังของอาคารที่ประดิษฐานหลวงพ่อนี้เอง ที่ตรงส่วนหนาของผนังประตูเข้าทางซ้ายมือ   จะมีอุโมงค์เป็นช่องทางเล็ก ๆ แคบ ๆ พอให้คนเดินเข้าไปได้  อุโมงค์นี้จะนำขึ้นไปโผล่ทางช่องที่อยู่ตรงกับด้านหลังของพระเศียรหลวงพ่อพระอจนะพอดี  ก่อนที่จะต่อขึ้นไปยังตอนบนของผนัง   ถ้ามีใครเข้าไปตามช่องอุโมงค์ก็สามารถจะไปพูดแทนหลวงพ่อได้ และเสียงจะดังก้องอยู่ในวิหารให้ดูศักดิ์สิทธิ์มากขึ้นยามศัตรูรุกราน   กษัตริย์หรือเจ้าเมืองเห็นว่ากองทัพไม่มีแก่ใจที่จะไปต่อสู้   จึงปลุกใจทหารด้วยการแอบเข้าไปพูดแทนหลวงพ่ออจนะ


 ถ้าหากเพื่อนๆมีโอกาสได้ไปเที่ยวสุโขทัยอย่าลืมแว่ะไป ชมความงดงามของโบราณสถานโบราณวัตถุ ของสุโขทัยกันนะค่ะ^^

 

Thank:: Multiply

 

 

 

 

 

Aloha HomeStay จันทบุรี

Aloha HomeStay จันทบุรี

 เริ่มออกเดินทางกันเล๊ยยยยยย 

            เดินทางไปขึ้นรถทัวร์ กรุงเทพ-ตราด กันที่หมอชิต ราคาตั๋ว 283 ไปไม่ถึงตราดแต่เสียคาตั๋วเท่ากันเรย   เดินทางออกจากกรุงเทพกันตั้งแต่ 7.30 น. นั่งรถกันมาประมาณ 4 ชม.ได้เราก็มาถึงปากทางเข้า น้ำตกพริ้ว รอทาง โฮมสเตย์เอารถออกมารับ แต่มิได้รับฟรีนะค๊า ค่ารถรับ-ส่ง 1000 บาท ต่อคณะที่มา

 

             ในที่สุด..เราก็เดินทางมาถึงบริเวณท่าเรือที่เราจะลงเรือกัน และเราต้องนั่ง Speed Boat หางยาว  หุหุหุไปยังโฮมเสตย์กัน ซึ่งใช้เวลาในการนั่งเรือไม่ถึง 10 นาที ก็ถึงยังจุดหมายปลายทางแห่งความสงบ...เวอร์ไปป๊ะ อิอิ

-
บรรยากาศระหว่างการนั่งเรือเข้า Aloha
 

-

 -

     และแล้วเราก็มาถึง จนได้ พอมาถึงก็ บ่ายโมงกว่าแล้ว  
ยังไม่ทันได้เข้าไปที่พักเลย ทางคุณป้าเจ้าของ ก็ให้เราทานข้าวก่อนเลย

ไปดูอาหารมื้อแรกของที่นี่กันว่าจะน่าทานอย่างที่คิดไว้มั้ยน๊า

--                 -

 

 -

 ทีเด็ดของอาหารมื้อนี้ คง ต้องยกให้พี่ปู กับพี่ปลาโดยเฉพาะปูสดสุดๆๆ ก็เค้าเล่นเลี้ยงเอง จับเอง ทำเองเลยนิน่า ^^

พักผ่อนตามอัธยาศัย กันได้สักพัก ก็ได้เวลาออกไปจับปูกันแล้วววววว

-           -
สองตัวที่ถืออยู่...เห็นเค้าว่าตกตัวเกือบพันนน
..555+ ตายๆๆถ้าทำของเค้าหล่นนี้แย่เลยยนะเนี๊ยะๆ

-
บรรยากาศตอนฝนตก+พระอาทิตย์ใกล้ลาท้องฟ้าแล้ว

       อาหารตอนบ่ายที่กินไปยังไม่ทันย่อย เลยยยย ทางอโลฮา ก้อบอกว่าจถึงมื้อเย็นอีกแล้วววว....ต๊ายยตายแล้วจะกินไหวหรือ!!!!!!

-  -

อ่อ ลืมบอกไปที่นี่เค้ามีคาราโอเก่ะไว้ให้ร้องกันด้วย นะจ๊ะ ร้องได้ไม่อั้น 5555+
ก่อนลากลับขอเก็บภาพอีกสักหน่อย

-

                                                    ถึงเวลากลับกันแล้วววว บ๊ายบายยย ALOHAAAAA^^     Trip นี้ถึงจะไปกันน้อยแต่ก็ถือว่าโอเค สบายๆชิววว กำลังดี แต่ให้แน่ะนำถ้าจะไปที่ นี่ควรจะไปกันเยอะๆเพราะมันจะสนุกกว่าเยอะเลย เหมารถตู้ไปกันหรือเอารถส่วนตัวไปก็จะดีกว่า...แต่ทางเข้าไปโฮมสเตย์จะ งง และไกล + ถนนไม่ค่อยดี รถเล็กไม่ควนเอาไปเด็ดขาด ^^

ใครที่สนใจอยากไปพักผ่อนแบบเงียบๆสบายๆ ก้อลองเข้าไปดูรายละเอียดได้เลยที่ http://www.aloha-homestay.com

วั น ชิ ว ๆ @ บ า ง ป ะ ก ง ~

วั น ชิ ว ๆ @ บ า ง ป ะ ก ง  ~Cool

         วันนี้จะพาเพื่อนๆไปเที่ยวสูดบรรยากาศ ชาญเมืองกันสักหน่อยนะค่ะ จะพาไป
บ่อตกปลากระพงขาวพีหนุ่ม..ณ บางปะกง บรรยากาศใช้ได้ทีเดียว
ลดพัดเย็นสบายยยยยยยยค่ะ แต่ที่ไปวันนี้ไม่ได้ไป ตกปลา หรอกนะค่ะ แต่ไปนั่งกินอาหารเฉยๆๆ อิอิ

ถ้าใครมีรถสวนตัวก็ง่ายนิดเดียวค่ะไม่ไกลด้วยขับรถ ชั่วโมงเดียวก็ถึงแล้ว

-

>>บรรยากาศดีมั้ยยยคร๊า~~

.

.


-

น้องเค้ามากับพ่อเค้าค่ะ อิอิไม่ยอมให้ถ่ายรูปค่ะเลยแอบถ่ายมาสะเลยยย


>>ว๊าวววววววววแซบบบบมั๊กมั๊กๆๆSurprised

.

>>ชิมสักหน่อยมั้ยยย อร่อยน๊า

-
>>ปลากระพงผัดพริกไทยดำ  ปลากระพงราดพริกจ้า...อร่อยมากมาย

>>เที่ยงๆบ่ายๆแดดกะลังดี ลมพัดเย็นๆ<<

 -


เราและนาย

>>น้องหมาซุ้มป้าข้างงๆๆน่ารักมั๊กๆ

-

.

.


>>พระอาทิตย์เริ่มตกแล้วววว
บรรยากาศดีมั้ย ^^

>>วันหยุดสุดสัปดาห์ทั้งที ใครที่มีเวลาว่างควรหาเวลาพักผ่อนกันบ้างนะคร๊า
>>ให้รางวัลกับตัวเองบ้างที่ ต้องทำงานหนักมาทั้งอาทิตย์










แผนที่การเดินทางค่ะ

-


ท่องกรุงเทพฯสไตล์ญี่ปุ่น ที่ "เจแปนนิส ทาวน์"

 


ซอยสุขุมวิท 33/1 ที่ได้ชื่อว่าเป็นเจแปนนิส ทาวน์

    


อาหารสำเร็จรูปแบบญี่ปุ่นมีขายในซูเปอร์มาเก็ต

             
       ที่เจแปนนิส ทาวน์จะไม่ใหญ่โตเหมือนกับย่านชาวต่างชาติอื่นๆ ในกรุงเทพฯ แต่ก็เชื่อว่าหากคนญี่ปุ่นที่อยู่ไกลบ้านเกิดได้มาที่นี่ก็คงจะรู้สึกอบอุ่นใจขึ้นมาบ้างไม่มากก็น้อย รวมทั้งคนไทยที่แวะเวียนมาที่นี่ก็คงจะได้สัมผัสกับบรรยากาศของความเป็นญี่ปุ่นเล็กๆ กลับบ้านไปด้วยเช่นเดียวกัน

       อีกทั้งเมืองที่มีชาวญี่ปุ่นอาศัยอยู่มากที่สุดก็คือในกรุงเทพมหานครนี่เอง ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่ในกรุงเทพฯจะมีมุมๆหนึ่งที่เรียกว่าเป็น "เจแปนนิส ทาวน์" (Japanese Town) หรือย่านคนญี่ปุ่นที่อยู่ในแถบสุขุมวิท เพราะเป็นย่านที่คนญี่ปุ่นในประเทศไทยนิยมมาพักอาศัยกัน เหมือนกับที่มีย่านคนจีนในไชน่าทาวน์เยาวราช มีลิตเติ้ลอินเดียในพาหุรัด และมีโคเรียน ทาวน์ที่สุขุมวิทพลาซ่า ที่เมื่อมีคนชาติเดียวกันมาอาศัยอยู่รวมกันมากๆ ก็มีคนคิดทำธุรกิจที่สนองตอบความต้องการของคนชาตินั้นๆ อย่างเช่นร้านค้า ร้านอาหารต่างๆ


ร้านอาหารญี่ปุ่นหลายร้านมีให้เลือกชิม

        ร้านอาหารที่ว่านั้นก็มีทั้งร้านราเมน หรือก๋วยเตี๋ยวแบบญี่ปุ่น ร้านซูชิ ข้าวปั้น เบนโตะแบบญี่ปุ่น ทาโกะยากิหรือขนมครกไส้ปลาหมึกของญี่ปุ่นที่ทำให้เห็นกันหน้าร้าน หรือจะเป็นร้านเบเกอรี่ญี่ปุ่นก็มีให้เลือกชิมด้วยเช่นกัน สาวกอาหารญี่ปุ่นมาเห็นคงต้องชอบใจกันแน่นอน
       
       กำลังมองร้านอาหารญี่ปุ่นน่ากินๆ อยู่ ก็พอดีหันไปเห็นร้านขายของจากประเทศญี่ปุ่น ที่ขายของใช้ในบ้าน รวมทั้งของแต่งบ้านน่ารักๆ มีขายกันในราคา 50, 60 และ 70 บาท ฉันก็เลยขอชะแว้บเข้าไปดูข้างในเสียหน่อย ในร้านนี้ขายของกระจุกกระจิกแทบทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นแก้วน้ำ จาน ชาม ช้อน ส้อม ตะเกียบ กล่องข้าวลายการ์ตูนน่ารักๆ หม้อ กระทะ ตะหลิว ทัพพีก็มีขายด้วยเช่นกัน อุปกรณ์สำนักงานอย่างคัตเตอร์ กรรไกร เทปกาว ที่หนีบกระดาษก็มีให้เลือกซื้อ กระเป๋าใส่ของร้อนเย็น อุปกรณ์ทำสวนเล็กๆน้อยๆ ถ้าอยากได้ที่นี่ก็มีขาย เดินเลือกหาของกันได้เต็มที่เพราะมีถึงสามชั้นด้วยกัน


ร้านขายข้าวของเครื่องใช้จากญี่ปุ่น

      ออกจากร้านขายของมาแล้วฉันก็เดินลึกเข้าไปในซอยอีกหน่อยหนึ่ง ก็จะพบกับยูเอฟเอ็ม ฟูจิซูเปอร์ ซูเปอร์มาร์เก็ตที่ก็คล้ายกับซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป
 
      แต่ต่างกันที่ข้าวของด้านในที่จะมีของที่นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบประกอบอาหารทั้งของสดของแห้งอย่างเส้นโซบะ เส้นอุด้ง สาหร่ายแผ่น เครื่องปรุงรสอย่างซอส ซีอิ้วญี่ปุ่น เหล้าญี่ปุ่น ดังนั้นใครที่อยากทำอาหารญี่ปุ่นแต่ยังหาวัตถุดิบได้ไม่ครบก็ลองมาดูที่นี่ได้
 
      แต่หากไม่อยากลงมือทำเองจะมาหาซื้ออาหารสำเร็จรูปในซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งนี้ก็มีขาย อย่างเช่นข้าวปั้นห่อสาหร่ายชิ้นโต ข้าวกล่องหรือเบนโตะกล่องใหญ่น่ากิน นอกจากนั้นก็ยังมีขนมขบเคี้ยวจากญี่ปุ่นที่มีหีบห่อน่ารักๆ ตามสไตล์ญี่ปุ่นซึ่งบางชิ้นก็น่าเก็บมากกว่าน่ากิน

                             
                                                        ทาโกะยากิ ยืนทำกันสดๆ หน้าเตา

        ไม่เพียงแต่ข้าวของต่างๆ ที่ส่งมาจากประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น แต่คนที่กำลังเลือกซื้อของอยู่ในร้านส่วนหนึ่งก็เป็นคนไทย และอีกส่วนหนึ่งก็เป็นแม่บ้านชาวญี่ปุ่นที่พาลูกสาวลูกชายมาช้อปปิ้งซื้อของเข้าบ้าน แม่บ้านบางคนก็ทักทายคนรู้จัก ส่งภาษาญี่ปุ่นกันโนะๆเนะๆแบบที่ฉันฟังไม่ออก แต่ก็ได้บรรยากาศความเป็นญี่ปุ่นดี

      ใครที่ช้อปปิ้งในซูเปอร์มาร์เก็ตเสร็จเรียบร้อยแล้ว เมื่อเดินออกมาหน้าร้านก็คงจะสังเกตเห็นร้านหนังสือที่อยู่ตรงกันข้ามกับซูเปอร์ฯ ฉันได้แวะเข้าไปดูในร้านหนังสือนี้แล้วก็เสียดายที่อ่านหนังสือภาษาญี่ปุ่นไม่ออก ไม่อย่างนั้นก็คงจะได้อ่านหนังสือดีๆ สนุกๆ ของญี่ปุ่นที่มีอยู่ในร้านได้ โดยหนังสือเหล่านี้ก็มีทั้งหนังสือนำเที่ยวประเทศไทยเป็นภาษาญี่ปุ่น พ็อกเก็ตบุ๊คหลากหลายแนว หนังสือนิทานสำหรับเด็ก นิยาย การ์ตูนและนิตยสารของญี่ปุ่น แต่ก็มีบางเล่มเช่นนิทานของเด็กที่มีแปลเป็นภาษาไทยสำหรับผู้ที่เริ่มเรียนภาษาได้หัดอ่านหัดแปล ซึ่งร้านหนังสือเหล่านี้ก็คงจะสามารถเป็นเพื่อนแก้เหงาของคนญี่ปุ่นที่มาอยู่เมืองไทยได้เป็นอย่างดี
       
       หรือหากหนังสือยังช่วยคลายเหงาไม่ได้ ที่นี่ก็ยังมีร้านวีดีโอที่มีภาพยนตร์หรือละคร และรายการทีวีต่างๆ ของญี่ปุ่นให้ชาวญี่ปุ่นที่เป็นสมาชิกได้เช่ากลับไปดูที่บ้าน เสมือนว่ากำลังนอนดูทีวีอยู่ที่ประเทศของตัวเอง แต่จะมีรายการอะไรบ้างนั้นฉันก็ไม่รู้ เพราะร้านวีดีโอสองสามร้านที่เห็นอยู่นั้นส่วนใหญ่จะให้เฉพาะสมาชิกเข้าได้เท่านั้น

แม้ที่เจแปนนิส ทาวน์จะไม่ใหญ่โตเหมือนกับย่านชาวต่างชาติอื่นๆ ในกรุงเทพฯ แต่ก็เชื่อว่าหากคนญี่ปุ่นที่อยู่ไกลบ้านเกิดได้มาที่นี่ก็คงจะรู้สึกอบอุ่นใจขึ้นมาบ้างไม่มากก็น้อย รวมทั้งคนไทยที่แวะเวียนมาที่นี่ก็คงจะได้สัมผัสกับบรรยากาศของความเป็นญี่ปุ่นเล็กๆ กลับบ้านไปด้วยเช่นเดียวกัน
       

       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
       
       "เจแปนนิส ทาวน์" ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 33/1 การเดินทาง สามารถนั่งรถไฟฟ้ามาลงที่สถานีพร้อมพงษ์ แล้วเดินลงมาทางฝั่งตรงข้ามห้างสรรพสินค้าเอ็มโพเรียม จากนั้นเดินย้อนไปทางสถานีอโศก ก็จะเห็นซอยสุขุมวิท 33/1 อยู่ทางขวามือ ตรงข้ามกับสวนสาธารณะเบญจศิริ หรือหากจะนั่งรถประจำทางมาก็มีรถประจำทางปรับอากาศสาย ปอ.1, 8, 11, 13, 16 และรถประจำทางสาย 2, 23, 25, 38, 40, 48, 98 ผ่าน


ข้อมูลจาก www.manager.co.th

Text text

ตกลง