Feedback

รีวิว มาร์กข้าวหรือ Skin Food Rice Wash Off Mask ที่เค้าว่าฮิตๆกัน

        หลังจากที่ได้ Review มาร์กดำ จากถ่านภูเขาไฟ ไปกันแล้ว วันนี้มาลองดูมาร์กอีกตัวที่เค้าฮิตกันนักกันหนา ในวงการสาวๆที่เป็นสาวกของ SkinFood กัน ด้วยกระแสที่เค้าว่าดีนักดีหนาเลยอยากลองกะเค้าบ้าง ก็เลยไปสอยตัวที่เป็น TESTER มาลองดูก่อน (มันมีมาข้างใต้ตึกที่ทำงานพอดี๊)

เพื่อไม่ให้เสียเวลามาเริ่มกันเล๊ย

มาร์กข้าวหรือ Skin Food Rice Wash Off Mask

-

- 
สภาพหลังล้างหน้าให้สะอาดเตรียมพร้อมก่อนมาร์กจ๊ะ

Rice wash off mask

คุณสมบัติ เป็นมาร์คขัดผิวหน้า เพื่อผลัดผิวด้วยแร่ธาตุ วิตามิน และ แกมมาโอไรซานอลจากเมล็ดข้าว ด้วยส่วนผสมเข้มข้น ช่วยทำให้ผิวชุ่มชื้น และขาวใส หลังใช้จะรู้สึกว่าผิวนุ่มขึ้นทันที

 


วิธีใช้ หลังการล้างหน้า ทาให้ทั่วใบหน้า หลีกเลี่ยงบริเวณรอบดวงตาและริมฝีปาก ผสมน้ำเล็กน้อย พร้อมขัดเบาๆ ทิ้งไว้
10-15 นาที แล้วล้างออก

 

-

เริ่มขั้นแรกเลย บีบออกมาทาให้ทั่วใบหน้า แตะน้ำนิดนึง

- 
สครับ ขัดๆนวดๆแล้วทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาทีให้ซึมซาบเข้าสู่ผิวก่อนค่ะ

หลังจากเวลาผ่านไปประมาณ 20 นาทีได้จะเห็นว่าเม็ดข้าวสีขาวๆเริ่มซึ่ม แล้วค่อยๆหายไป

- >>>>  -

ผลลัพธ์ที่ได้หลังจากล้างหน้าเรียบร้อยแล้ว
V
V
V
V

-

ความรู้สึกหลังลองใช้
      ก็วนๆ ทั่วหน้าเว้นปาก กะรอบดวงตา เม็ดข้าวมันไม่บาดหน้า ไม่เจ็บด้วย พร้อมกับกลิ่นหอมอ่อน ทำให้รู้สึกดี วนๆ ขัดๆ ไปทั่วใบหน้าโดยเฉพาะจมูก ทิ้งไว้10-15 ครีมขาวๆ ก็ซึมหายไป เดินไปล้างหน้า ล้างยากพอดู (เราล้างด้วยน้ำอุ่นแล้วตามด้วยน้ำเย็นน่ะค่ะ) มันยังลื่นๆ ล้างหลายน้ำอยู่ แต่ขอบอกว่าพอความลื่นหายไปหน้านิ่ม เนียนมากกก ผิวผ่องขึ้นเพราะขี้ไคลหลุดออกไป

ระดับความพอใจ  8.5/10  เราชอบมาร์กถ่านภูเขาไฟมากกว่า แต่ว่ามันก้อให้ความรู้สึกกันคนละแบบนะค่ะ
มาร์กข้าวตัวนี้จะออกแนวอ่อนโยน ชอบกลิ่นหอมๆ น่าจะเหมาะสำหรับคนแพ้ง่าย

ขอขอบพระคุณสำหรับการติดตาม อิอิ ติชมให้ด้วยก้อดีจ้า^^

 

Super Natural Whitening Clear Mask Pack มาร์สถ่านจากภูเขาไฟ ให้หน้าขาวใส ไร้สิ้วเสี้ยน

Super Natural Whitening Clear Mask Pack

มาร์สถ่านจากภูเขาไฟ ให้หน้าขาวใส ไร้สิ้วเสี้ยน

-

อยากลองมานานกับเจ้าตัวนี้ เห็นเค้าว่าสุดยอด จิงๆ กับการกำจัดสิวเสี้ยน  กระชากความอ่อนเยาว์กลับมาคืนให้คุณ ผิวขาว-ใส ไร้สิว ฝ้า กระ ร่องรอยจากสิวเก่า จะหายไป ใช้ดีมากๆ HIP สุด ๆ ที่ญี่ปุ่นนะคะ มันใช้ดูดๆๆๆ สิ่งสกปรกออกจากหน้าอ่ะค่ะ

มาเริ่มปฏิบัติการกันเล๊ยย

       ก่อนอื่นเลยนะค่ะล้างหน้าให้สะอาด เช็ดให้แห้ง แล้วโปะ ย้ำว่าโปะหนาๆ ตรงบริเวณสิวหัวควายนะคะ (แต่สำหรับเราไม่ค่อยมีสิวเท่าไรเลยโป๊ะพอประมาณอิอิ กลัวหมดเร็วเอิ๊กๆๆ)

-

รอให้แห้งค่ะประมาณครึ่ง ชม. หรือ เกินนานๆก็ได้ ยอมหน้าแห้งนิดนึง เสร็จแล้วอย่าแกะนะคะ ให้เอาน้ำร้อน ไม่ใช่น้ำอุ่นนะคะ น้ำร้อน ร้อนพอที่มือเราจะทนได้อ่ะค่ะล้างออกมันจะค่อยๆละลายออกมาเอง แล้วตามด้วยน้ำเย็น เมื่อซับหน้าแห้ง แล้วเช็ดหน้าด้วยโทนเนอร์ และตามด้วยครีมบำรุงหน้าจะใสผุดผ่องเลยค่ะ ผงถ่านมีคุณสมบัติช่วยลอกสิวเสี้ยนและดูดซับน้ำมันส่วนเกินด้วยค่ะ

            *** แต่ที่เคยอ่านตามเว็บบอร์ด บ้างคนเค้าใช้วิธีลอกเอาเลย เหอๆๆแต่ก้อต้องทนนิดนึงค่ะ แต่เห็นเค้าว่าสิวเสี้ยนหลุด ทันตา อิอิ

 

-  -

 

หลัง จากล้างหน้าออกหมดแล้ว จิงๆเราทิ้งไว้แค่ 10-15 นาทีเองค่ะ พอล้างออกยังรู้สึกได้ว่ามัน ใส ขึ้นจิงๆแห๊ะหรือว่าคิดไปเองหว่าสงสัย คราวหน้าต้องลองทิ้งไว้สักครึ่ง ชม.ดูจะได้รู้ว่าเป็นยังไง

        สำหรับเรื่องราคา เราซื้อมาราคา 180 บาทเอง แต่เท่าที่เราดูแต่ละที่ราคาไม่เท่ากัยเรยยย บางที่ก็ถูกกว่าที่เราซื้อมา บางที่ก็แพงกว่าเยอะเลย  แต่ที่แน่ๆหากซื้อมาจากแหล่งกำเนิดเรย เนี่ยะ ราคาแค่ 40-50 บาทของประเทศเราเอง ทำไมมันถูกขนาดนี้หน่อ

        สรุป พึงพอใจ 9/10 แล้วกันค่ะ เพราะมันติดที่ว่าตัวมาร์กมันเข้มข้นจนหนืด สงสัยจะเป็นลาวาจากภูเขาไฟจิงๆค่ะอิิอิ เวลาทาหน้าแล้วทำให้ลำบากนิดนึง

 

ขอบคุณคร๊าบบบบ ที่ติดตามจนจบ ติชมให้ด้วยเน้อ

 

งดงามที่สุดวันนี้ที่วัดศรีชุม(ตำนานพระพูดได้).....สุโขทัย...........

                            อุทยานประวัติศาตร์สุโขทัย

         วัดนี้ตั้งอยู่นอกกำแพงเมืองหรือนอกอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของแผนที่นะคะองค์พระปางมารวิชัยสูง15เมตร หน้าตักกว้าง11.10เมตรชื่อว่าพระอจนะ ( ผู้ไม่หวั่นไหว )บูรณะล่าสุดเมื่อปี2496-2499 ( ก็ตกราว50ปีมาแล้ว )

       อุโมงในช่องผนังมณฑปนั้นเคยมีจารลายเส้นชาดกอดีตชาติรูปแบบศิลปกรรมแบบลังกา กำกับด้วยอักษรสมัยสุโขทัย นอกจากนั้นยังพบจารึกหลักที่2ว่าด้วยเรื่องเล่าการตั้งราชวงศ์สุโขทัยณที่นี้ด้วย

  

                                      

   วัดศรีชุมนี้ เท่าที่จำได้เราน่าจะเคยไปมาแล้วตั้งแต่สมัยเด็ก 555+ ขนาดเป็นคนสุโขทัยนะเนี่ยะยังไปเที่ยวไม่บ่อยเลย.....วันนี้ได้ตั้งใจไปเยือนอีกครั้ง กับความงามที่เป็นอมตะ เหนือคำบรรยายและเหนือกาลเวลาจริงๆ

                    
                 
     คำว่าศรีมาจากคำว่า สะหลี เป็นภาษาพื้นเมืองซึ่งแปลว่าต้นโพธิ์.....หมายถึงวัดที่มีดงต้นโพธิ์นั่นเอง

     พระอจนะวัดศรีชุมนี้  ยังเป็นที่มาของตำนานเกี่ยวกับ พระพูดได้ว่า ครั้งหนึ่งมีกองทัพที่ต้องยกไปรบกับข้าศึกที่มีกำลังเหนือกว่าฝ่ายตนมากซึ่งแม่ทัพนายกองทั้งหลายรู้ความจริงข้อนี้ ในคืนก่อนเคลื่อนทัพบรรดาทหารทั้งหลายก็เข้ามาไหว้พระพุทธรูปองค์ใหญ่ในวัดศรีชุมนี้ เพื่ออธิษฐานขอให้คุณพระคุณเจ้าคุ้มครองกองทัพที่จะยกออกไป

     ในท่ามกลางความเงียบและแสงธูปเทียน   ทหารทุกคนในที่นั้นได้ยินเสียงจากหลวงพ่อพระอจนะว่ากองทัพที่ยกไปรบพุ่งป้องกันบ้านเมืองรักษา พระศาสนาในวันรุ่งขึ้นนั้นจะประสบความสวัสดี มีชัยด้วยประการทั้งปวง   ทำให้กองทัพที่กำลัง เสียขวัญกลับมีกำลังใจจนสามารถรบพุ่งเอาชนะ ศึกครั้งนั้นได้สมดังคำทำนายของพระอจนะ

      ความลับของพระพูดได้ที่วัดศรีชุมนี้   อยู่ตรงผนังของอาคารที่ประดิษฐานหลวงพ่อนี้เอง ที่ตรงส่วนหนาของผนังประตูเข้าทางซ้ายมือ   จะมีอุโมงค์เป็นช่องทางเล็ก ๆ แคบ ๆ พอให้คนเดินเข้าไปได้  อุโมงค์นี้จะนำขึ้นไปโผล่ทางช่องที่อยู่ตรงกับด้านหลังของพระเศียรหลวงพ่อพระอจนะพอดี  ก่อนที่จะต่อขึ้นไปยังตอนบนของผนัง   ถ้ามีใครเข้าไปตามช่องอุโมงค์ก็สามารถจะไปพูดแทนหลวงพ่อได้ และเสียงจะดังก้องอยู่ในวิหารให้ดูศักดิ์สิทธิ์มากขึ้นยามศัตรูรุกราน   กษัตริย์หรือเจ้าเมืองเห็นว่ากองทัพไม่มีแก่ใจที่จะไปต่อสู้   จึงปลุกใจทหารด้วยการแอบเข้าไปพูดแทนหลวงพ่ออจนะ


 ถ้าหากเพื่อนๆมีโอกาสได้ไปเที่ยวสุโขทัยอย่าลืมแว่ะไป ชมความงดงามของโบราณสถานโบราณวัตถุ ของสุโขทัยกันนะค่ะ^^

 

Thank:: Multiply

 

 

 

 

 

Text text

ตกลง