Feedback

มู๋นนท์จ้า

ความรักสายใย เส้นบางๆๆๆ

จงเชื่อในพรหมลิขิต


จงเชื่อในเหตุการณ์ที่นำพาความรักมาให้


อย่าบอกว่าไม่รัก ถ้าไม่สามารถสบตาเขาอย่างบริสุทธิ์ใจได้


อย่าบอกว่ารัก..ถ้าคุณไม่รู้สึกวูบวาบเวลาอยู่ใกล้ ๆ


อย่าบอกว่าไม่คิดถึง..ถ้าหัวใจไม่อาจลืม


อย่าบอกว่าคิดถึง ถ้าเพิ่งจากกันไม่ถึง 1 นาที


อย่าปล่อยให้สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเราหลุดลอยไป


ลองคุยกันมากขึ้น รับรู้ความรู้สึกของอีกฝ่ายด้วยใจ



จะทำให้เรารู้ว่าเราโชคดีแค่ไหนแล้วที่ได้รู้จักความรัก



อย่าปล่อยให้ใครคนใดคนหนึ่งมีน้ำตา ทั้ง ๆ ที่อีกคนหนึ่งกำลังดีใจ



อย่าปล่อยให้ใครอีกคนหนึ่งยิ้ม ทั้ง ๆ ที่อีกคนหนึ่งกำลังร้องไห้



อย่าปล่อยให้ใครคนใดคนหนึ่งพูด ทั้ง ๆ ที่อีกคนหนึ่งไม่ต้องการฟัง



ความรักต้องมาจากความรู้สึกของคนสองคน..



อย่าให้ใครคนใดคนหนึ่งหยิบยื่น แต่อีกคนหนึ่งไม่ต้องการ



ความรักเป็นเพียงสายใยบาง ๆ



ที่มันถูกหล่อหลอมขึ้นจากความรู้สึกต่าง ๆ



ทั้งความอาทร ห่วงใย ห่วงหา คิดถึง

กำไรของความรัก

ถ้า "กำไร" ของแม่ค้า คือจำนวนเงิน "ส่วนเกิน"
ที่ได้มาจากการขายของ
ฉันก็มองว่า "กำไร" ของคนอกหัก
คือจำนวนบทเรียนที่ได้กลับมา



"ส่วนเกิน" ของความรักก็คือ ส่วนที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น
ในระหว่างที่รักกัน อาทิ การทะเลาะวิวาท การนอกใจ
การไม่มีเหตุผล การเห็นแก่ตัว ฯลฯ



.......................................


ถ้ามัวแต่คิดว่า อกหักแล้วขาดทุน
ไม่มีแรง ไม่มีทุนหัวใจจะไปรักใครอีก
...มันก็จะเป็นอย่างที่เธอคิดนั่นแหละ...
จิตใจย่ำแย่ยังไง มันย่อมส่งผลต่อร่างกายแบบนั้นเช่นกัน


แต่ถ้าคิดว่าอกหักแล้วได้กำไร
กำลังใจในการสู้ต่อ มันก็เพิ่มขีดความสามารถมากขึ้น


ซึ่งเธอต้องยอมเข้าใจในเหตุผลที่ว่า
บางครั้งความเจ็บปวด
มันก็มีเจตนาของมันเหมือนกัน


เจตนาที่ว่าก็คือ การสอนให้เราเรียนรู้บางสิ่งบางอย่าง
ผ่านทางความเจ็บปวด นี่คือกำไรที่เธอควรเรียนรู้ให้ได้
อย่าปล่อยให้ทัศนคติด้านความรักติดลบ
ด้วยการหันหลังให้กับส่วนเกินนั้นๆ


ในเมื่อเธอสามารถพลิกส่วนเกินให้เปลี่ยนมาเป็นกำไรได้
ด้วยการเผชิญหน้ากับเหตุผล


........................................


จริงๆ การที่เขานอกใจเรา...
ไม่ได้แปลว่าเราไม่ดี


การทะเลาะกันบ่อยๆ...
ไม่ได้แปลว่า เขาหรือเราเองเป็นคนผิด


การไม่มีเหตุผล...
บางครั้งมันก็อธิบายไม่ได้ว่าทำไม...


............................................


แต่ทั้งหมดคือสิ่งที่ผ่านเราไปเพื่อสอนให้เราเรียนรู้ถึงข้อบกพร่องของตัวเอง
"อดีต" เป็นบทเรียนอันล้ำค่าเสมอ...


อดีตจึงไม่ได้เป็นเพียงส่วนเกินที่ไร้ค่า
เพราะมันสามารถแปรผันเป็น "กำไร" ที่ล้ำค่าได้


..............................................


อย่าลืมเก็บกำไรงามๆ จากรักแต่ละครั้งไว้ให้ดีๆล่ะ
เพราะว่าต่อไปในวันข้างหน้า


กำไรครั้งนี้จะแปรสภาพเป็นทุนหนาๆ
ให้กับรักครั้งใหม่ของเธอ


เรียกว่า รักครั้งไหนก็ไม่มีทุนหายกำไรหด

หลายคนเชื่อว่า ความรักทำให้โลกสดใส มองไปทางไหนก็สดชื่นสวยงาม เพราะธรรมชาติสอนให้เราเรียนรู้ที่จะรักและถูกรัก บนพื้นฐานของความจริงใจ ซื่อสัตย์ และเป็นผู้เสียสละ
 

 
ความเชื่อที่ว่านี้ หากมองผิวเผินก็ไม่น่ามีปัญหาอะไรยุ่งยาก แต่เมื่อมองอย่างลึกซึ้งแล้ว เราจะพบว่า รักของเรายังมีแบบทดสอบชนิดเข้มข้นรอพิสูจน์ "รักแท้" อีกมากมาย โดยเฉพาะ 'เงิน' ซึ่งสำคัญไม่แพ้ปัญหาอื่นๆ

         คู่รักหลายคนเสียศูนย์เพราะเรื่องแบบนี้มาแล้วนักแต่นัก ..ขอบอก.....         เคยสังเกตไหมว่าเวลาเรากระเป๋าหนัก เรากับแฟนอยากทำอะไร อยากไปไหนก็สะดวกเรียบร้อยไปหมด บทรักเดินเรียบไม่มีสะดุด อารมณ์โรแมนติก คำพูดหวานซึ้งน่าฟังเหลือเกิน ช่วงไหนเกิดเง้างอนใส่กัน อีกฝ่ายก็ต้องรีบขอคืนดี ด้วยดอกไม้สักช่อ หรือไม่ก็ชวนไปทานข้าว ดูหนัง ฟังเพลง
...ทุกอย่าง...จัดให้

        แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เงินขาดมือ อย่าว่าแต่พูดง้อด้วยเลย ขนาดหน้ายังแทบไม่อยากมอง ใครล่ะจะมองแฟนหน้าเหี่ยวๆ แห้งๆ ชวนไปไหนแต่ละทีก็อิดออด บอกแต่ว่า "แหะ แหะ ไม่มีตังค์..."

       จากที่เคย
"จี๋จ๋า" ก็เลยกลายเป็น "จุกจิก" ไปเสียนี่ แถมยังดุเราอีกว่า "หน้าเงิน"

       เมื่อรักเสียหลัก ต่างมีทัศนคติไม่ตรงกัน เขามองว่าความรักไม่จำเป็นต้องใช้เงิน แต่เรากลับเห็นว่า บางครั้ง..หลายครั้งเลยล่ะ ที่จำเป็น ...... เมื่อเกิดปัญหาขัดแย้งแบบนี้ ต้อง.......ลองทบทวนดูดีๆ สิ

มีกิจกรรมนอกบ้านสักกี่อย่างที่ไม่ต้องใช้เงินซื้อ 

  • จะชวนเธอเล่นหมากฮอตอยู่กับบ้านทุกวัน....จะไหวมั้ย
  • ทอดไข่เจียวกินทุกมื้อ ....แน่ใจนะว่าไม่เบื่อ
  • เพลงโปรด....รอฟังทางวิทยุเอาก็แล้วกัน
  • คิดถึงเมื่อไหร่....ก็... เขียนจดหมายเสียแสตมป์แค่สองบาท (ไม่รู้ว่าเธอมีค่าแสตมป์หรือเปล่า อ่ะ ฉันให้ยืมก่อนก็ได้)
  • หนังเพิ่งเข้าใหม่เหรอ...อืมม รอดูบิ๊กซีนีม่าทางทีวีก็แล้วกัน
  • กุหลาบช่อโตก็ไม่จำเป็นหรอก ...มันแพง เอาแค่พวงมาลัยไหว้พระก็บุญถมแล้ว.....


         ถ้ายอมรับความเรียบง่ายเหล่านี้ได้ ปัญหาก็หมด ไม่ต้องแคร์ว่าอีกฝ่ายจะมีหรือไม่มี จะคิดอย่างไร  มีความสุขดีหรือไม่กับคนรัก

         แต่เรื่องจริงคงเกิดขึ้นยาก ยิ่งความบันเทิงรายรอบตัวเราอยู่ทุกวี่ทุกวันมีหรือใครจะอดใจไหว แต่จะว่าไปแล้วของพวกนี้ไม่ใช่สิ่งสำคัญนักหรอกสำหรับความรัก มันแค่เป็นกิจกรรมที่ทำให้เราได้มีโอกาสเปลี่ยนความจำเจในชีวิตประจำวันชั่ว ครั้งชั่วครู่

        แต่มันก็จำเป็นมิใช่หรือ ที่เราสองคนจะได้ผ่อนคลายและเติมความสุขให้แก่กันบ้างตามสมควร สิ่งสำคัญคือ เราต้องรู้จักใช้สอยเงินนั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุด       
          พวกที่หว่านเงินเพื่อตีราคาความรักเขาเรียกว่า 'คนไม่มีหัวใจ' มีแต่ความอยากได้ เมื่อได้ก็ไม่ค่อยรู้คุณค่า ทิ้งๆ ขว้างๆ เพราะมองความรักเป็นเหมือนสิ่งของตามซุปเปอร์มาเก็ต คนแบบเนี้ยแหละที่เรียกว่า พวกใช้เงินซื้อความรัก

          ซึ่งต่างจากคนมีความรักที่ใช้หัวใจลงทุน รู้จักนำมูลค่าของเงินแลกเปลี่ยนเป็นการเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน ถนอมความรู้สึก ถ้อยทีถ้อยอาศัย เป็นผู้ให้ เลือกเฟ้นโอกาสเหมาะๆ แสดงความรักในรูปแบบผ่อนคลาย สร้างสีสัน เติมความหวานให้ชีวิตรักไม่พร่องมันเนย คือ มีทั้ง หอม ข้น หวาน มัน แบบที่เธอได้รับอย่างสม่ำเสมอจากฉันไงล่ะ

         ฉะนั้น เราต้องแยกแยะอย่างชัดเจน ระหว่าง รักที่ใช้เงินซื้อไว้เป็นเจ้าของ กับความรักที่รู้จักใช้เงินแลกความสุขเพื่อคนที่เรารัก


         เรื่องแบบนี้ต่างหากที่เงินซื้อไม่ได้ ขออย่างเดียวอย่าหงุดหงิดใส่ฉันเวลาเธอกระเป๋าแห้งสิ ก็ไหนบอกว่า เงิน...ซื้อความรักไม่ได้ แต่ตอนนี้เธอกำลังอารมณ์เสียเพราะไม่มีเงินชวนแฟนไปจ๋าจ้ะข้างนอก

โปรดเปิดใจให้ฉันที

หลากหลายเรื่องราว...ที่อยากหลีกหนี
ตั้งใจลืมเท่าไร...กลับทำได้แค่จดจำ

ผู้คนมากมายรายล้อม...
แต่สิ่งที่ฉันได้ยินกลับมีเพียงเสียงหัวใจ...ของตัวเอง


เพียงแค่อยากมีใครสักคนเคียงข้าง
แต่ในหลายพันล้านคนทั่วโลก
คนนั้นของฉันอยู่ไหน?
คำถามดังก้องในหัวใจ...ตราบวันที่ได้พบเธอ


ฉันพบเธอ...อยากรักเธอ
และที่สุดฉันก็รักเธอ...ด้วยทั้งใจ
แต่ฉันไม่รู้ว่าเธอนั้นคิดอย่างไรกับฉัน
โปรดเปิดหัวใจให้ฉัน...ได้ไหม
ฉันอยากรู้...และอยากดู
เธอมีฉันอยู่บ้างไหม

เพราะก่อนหน้านี้ไม่เคยรู้ว่ารักคืออะไร
ได้ยินเพียงใครต่อใครบอกเล่า
หากไม่เคยสัมผัส
จนได้พบเธอจึงได้รู้ว่ามันคือสิ่งมหัศจรรย์
ที่เกิดจาก...หัวใจ


และถึงแม้จะมีคำกล่าวว่าไม่มีสิ่งใดยืนยงตลอดกาล
แต่หัวใจฉันมันคร้านจะใส่ใจ
วันนี้...เวลานี้...ขอเพียงฉันได้รักเท่านั้น
ขอให้ฉันได้เรียนรู้...ได้อยู่กับวันนี้
ที่หัวใจเต็มไปด้วยรักให้เธอ...ก็พอ


ฉันเป็นเพียงคนขี้เหงาคนหนึ่ง
ที่ต้องการใครสักคน
ทุกครั้งที่อยู่คนเดียว...รู้สึกเหมือนจะขาดใจ
อาจมีเพื่อนมากมาย
แต่ไม่มีใครสักคนเข้าใจ...ถึงความโดดเดี่ยวในความรู้สึกของฉัน
และฉันไม่อยากจะอยู่กับช่วงเวลาแห่งความอ้างว้างนั้นอีกแล้ว
เพราะเมื่อเจอเธอใจฉันก็รู้ว่าคือคนที่เฝ้ารอ
เธอจะสามารถพาฉันออกจากความเงียบงันนี้ได้ง่ายดาย
ช่วยฉันทีได้ไหม
โปรดเปิดหัวใจให้ฉันที

รู้เค้า รู้เรา เพื่อรัก

คุณเคยสงสัยบ้างไหมว่า ทำไมคนที่เคยรักกันปานจะกลืน ชนิดชี้นกเป็นนกชี้ไม้เป็นไม้ แม้น้ำต้มผักก็ยังว่าหวาน แต่พอแต่งงานกันไม่เท่าไร บางคู่ก้นหม้อข้าวไม่ทันดำด้วยซ้ำก็หันหลังให้กันเสียแล้ว


บางคู่ดูใจกันมานาน จนคิดว่าแค่มองตากันก็รู้ใจกันเรียนรู้นิสัยใจคอจนแทบทะลุปรุโปร่งแต่ชีวิตคู่กลับไปไม่รอด


เรื่องอย่างนี้จะไม่เกิดขึ้นกับชีวิตคู่ของคุณแน่นอนถ้าคุณรู้เขารู้เราแบบรู้สึกไปถึงธรรมชาติของความคิดความต้องการ อารมณ์และความรู้สึกที่แตกต่างกันระหว่างหญิงชายคุณก็ได้เข้าใจตัวคุณเอง และเข้าใจคนที่คุณรักด้วย

เมื่อคนเรามีความเข้าใจ ความยอมรับก็จะตามมา เมื่อยอมรับได้
ความหงุดหงิด
เบื่อหน่าย รำคาญ
โกรธเคือง ก็จะคลายลง


การรู้ถึงธรรมชาติของชาย-หญิง จะช่วยให้คุณอ่านใจ อ่านท่าที
ปฏิกิริยาของอีกฝ่ายออกว่าเขากำลังต้องการอะไร ทำให้คุณสามารถทำตัวได้ถูกต้องเหมาะสม ที่สำคัญคือถูกใจคนที่คุณรัก
ความขัดแย้งกินใจก็จะไม่เกิดขึ้น แถมยังเสริมสร้างความรักความผูกพัน ให้แน่นแฟ้นกว่าเดิมเพราะคุณจะกลายเป็นคนข้างเคียงที่รู้ใจเขาไปทุกเรื่อง

ลองมาคิดดูซิว่าคุณรู้เรื่องเหล่านี้แล้วหรือยัง

a.. เมื่อมีปัญหา ผู้ชายอยากปลีกตัวอยู่คนเดียวเงียบๆ
แล้วคิดทบทวนเรื่องราวตามลำพัง ไม่อยากให้ใครถามเซ้าซี้กวนใจ ไม่อยากให้ใครเห็นว่าเขาอ่อนแอ และยังไม่ต้องการคำปลอบประโลมในขณะนั้น ทางที่ดีควรปล่อยให้เขาอยู่เงียบๆ สักพัก โดยไม่เข้าไปวอแว

แต่สำหรับผู้หญิงแล้ว เมื่อมีปัญหา เธออยากจะพูดระบายให้ใครสักคนฟังในยามนี้เธอต้องการผู้ฟังที่มีความเห็นอกเห็นใจ และเข้าใจถึงความรู้สึกทุกข์ร้อนของเธอ

b.. ผู้ชายต้องการให้ผู้หญิงอยู่ใกล้ชิดในยามที่เขากำลังสบายใจ
และผ่อนคลาย ในขณะที่ผู้หญิงต้องการให้ผู้ชายอยู่ใกล้ชิดในยามที่เธอรู้สึกกังวลทุกข์ใจ

c.. ผู้หญิงจะหงุดหงิดถ้าผู้ชายพูดหรือแสดงท่าทีที่ทำให้เธอรู้สึกว่าเธอเป็นแม่บ้านที่บกพร่อง เช่นบ่นว่าบ้านรก อาหารไม่อร่อยถูกปาก ส่วนผู้ชายจะหงุดหงิด ขัดเคือง ถ้าผู้หญิงพูดหรือแสดงท่าทีทำให้เขารู้สึกว่าเขาไม่ได้เป็นหลักที่ดีของครอบครัว เช่น บ่นเรื่องงานไม่มั่นคง รายได้น้อยถามว่าเมื่อไรคุณจะได้เลื่อนตำแหน่
งเสียที หรือพูดเปรียบเทียบกับผู้ชายคนอื่นในเรื่องหน้าที่การงาน

d.. ผู้หญิงต้องการให้ผู้ชายช่วยทำงานบ้าน ดูแลลูกแต่เธอไม่ชอบเอ่ยปากขอความช่วยเหลือ กลับใช้การบ่นประชดประชัน ซึ่งทำให้ผู้ชายอารมณ์เสียในขณะที่ผู้ชายชอบรอให้เธอขอร้องตรงๆ เขาขึงจะทำ

ทางที่ดีที่จะป้องกันความขัดแย้งคือผู้ชายน่าจะช่วยแบ่งเบาภาระงานบ้านบางอย่าง สำหรับผู้หญิงถ้าต้องการให้เขาช่วยทำอะไรก็บอกเขาไปตรงๆแทนที่จะพร่ำบ่นปากเปียกปากแฉะหรือเอาแต่พูดกระแทกกระทั้นแบบตีวัวกระทบคราด ทำให้บรรยากาศเสียไปเปล่าๆ

e.. เวลาที่ผู้หญิงมาปรึกษา เธออยากได้คำแนะนำ การตัดสินใจ
หรือคำพูดที่ให้ความมั่นใจกับเธอ ไม่ใช่คำบอกปัดว่าแล้วแต่เธอ เธอตัดสินใจเอาเองก็แล้วกันเป็นคำตอบที่เธอไม่อยากได้ยิน เพราะคำพูดแบบนี้ไม่ได้แสดงถึงการตามใจ แต่เธอรู้สึกว่าคุณไม่แยแสไม่เป็นผู้นำหรือไม่เป็นหลักทางใจให้กับเธอเสียเลย

f.. ผู้หญิงต้องการคำพูดให้กำลังใจ คำพูดที่ทำให้เธอรู้สึกมีคุณค่าเช่น บอกถึงความห่วงใยพูดชมเชยฝีมือทำอาหาร ชมทรงผมใหม่ของเธออยู่กินกันนานแค่ไหนก็ตามอย่าละเลยที่จะเหยาะคำหวานให้เธอชื่นใจบ้าง

ในขณะที่ผู้ชายต้องการการกระทำที่แสดงถึงการเอาอกเอาใจหรือบริการความสะดวกสบายบางอย่างเช่น ปอกผลไม้ให้ทาน ชงกาแฟให้ดื่ม

g.. ผู้หญิงทนไม่ได้กับความรู้สึกที่ว่าผู้ชายปกปิดอะไรบางอย่าง
หรือพูดไม่จริงกับเธอในขณะที่ผู้ชายคิดว่าปกปิดเพื่อให้ผู้หญิงสบายใจแต่หารู้ไม่ว่ายิ่งเป็นการทำให้เธอกระวนกระวาย
ใจและอาละวาดหนักขึ้น

h.. ผู้หญิงชอบคาดคั้นหาคำตอบที่เธอข้องใจ  ซึ่งยิ่งทำให้ผู้ชายรำคาญและปิดปากสนิทยิ่งขึ้น ในขณะที่ผู้ชายเต็มใจที่จะบอก ไม่ก็หลุดปากออกมาเอง ถ้าผู้หญิงมีท่าทีสงบทำให้เขารู้สึกเกรงใจและวางใจว่าเธอจะไม่เล่นงานเขา

i.. ผู้ชายไม่ชอบพูดคำว่ารัก แต่ชอบบอกด้วยการกระทำ เช่น
ทำงานหนักก็เพื่อสร้างความมั่นคงให้ครอบครัว ผู้หญิงจะได้สบาย ในขณะที่ผู้หญิงปรารถนาอยู่ลึกๆอยากได้ยินคำบอกรัก โดยเฉพาะหลังแต่งงานที่น้ำต้มผักเริ่มหมดรสหวานแล้ว เพราะจะทำให้เธอรู้สึกมั่นใจและอบอุ่นใจ

j.. เมื่อเกิดความเครียด ผู้หญิงอยากระบายด้วยการพูด
ในขณะที่ผู้ชายไม่ค่อยชอบพูดก็เลยแสดงออกไปในด้านอื่นๆ แทน เช่น ไปเที่ยว ไปดื่ม มีเพศสัมพันธ์แต่คนที่ระบายออกอย่างถูกวิธีก็จะไปเล่นกีฬาออกกำลังแทน

k.. เมื่อหลับนอนด้วยกัน ผู้ชายจะรู้สึกดีถ้าผู้หญิงทำให้เขารู้สึกว่า เธอต้องการเขา ในขณะที่ผู้หญิงจะรู้สึกดีถ้าผู้ชายทำให้เธอรู้สึกว่าเธอเป็นคนที่เขาทะนุถนอม

ลงแบบนี้แล้วล่ะก้อผู้หญิงอาจจะต้องใช้ความระมัดระวังและถนอมนำใจสักหน่อย ถ้าจะหลีกเลี่ยงการหลับนอนกับเขา ขืนพูดว่าอย่ามายุ่งหรือแสดงท่าทีตัดรอนอย่างไม่มีเยื่อใยผู้ชายจะเสียความรู้สึกทันที และรู้สึกเหมือนถูกทำร้ายจิตใจ

ส่วนทีท่าที่ผู้ชายจะแสดงต่อผู้หญิงควรนุ่มนวลเล้าโลมอย่างค่อยเป็นค่อยไป จะทำให้รู้สึกว่าเธอมีคุณค่า ถ้าจ้วงจาบรุนแรง ผู้หญิงจะรู้สึกว่าเธอเป็นเพียงเครื่องรองรับอารมณ์ใคร่และเขาช่างไม่อนาทรต่อความรู้สึกของเธอเสียเลย

การมอบความรักควรทำอย่างที่อีกฝ่ายต้องการไม่ใช่ทำอย่างที่ตัวเราต้องการ อย่าลืมว่า รักอย่างเดียวไม่เพียงพอ ต้องรู้เขา รู้เรา และเข้าใจกันด้วย

ธรรมชาติของความรัก

ที่เราต้องเจ็บปวดกับความรักน่ะ ไม่ใช่เพราะมันจากไปหรอก
แต่เพราะมันยังคงอยู่ต่างหาก ถ้าวันนี้คนสองคน ต่างหมดรักกันไป
คงไม่มีใครต้องเสียใจมากนัก แต่กลับเป็นเพราะรักที่ยังอยู่ในใจคุณนั่นเอง ที่ทำให้คุณปล่อยวางลงไม่ได้

ธรรมชาติของรัก มักไม่ให้โทษแก่ใคร เพียงแต่อาจปรุงแต่งให้หัวใจพองฟู จนลืมนึกถึงความจริงที่ว่า มีวันที่รักมา ก็อาจมีวันที่รักไปได้  ความรักเป็นสิ่งสวยงาม หลายคนจึงอดหลงไหลได้ปลื้มกับมันไม่ได้ในยามที่มันอยู่  เรามักหลอกตัวเองว่า เพราะเรารักเขามากเขาคงเห็นความดีความตั้งใจของเรา
และรักเราตอบบ้าง ไม่มากก็น้อย
และเมื่อเขาตอบรับรักของเรา ความฟูของหัวใจ มักทำให้เราก้าวล่วงไปถึงการรู้สึกยึดมั่น
ว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งของเรา เป็นเหมือนทรัพย์สินส่วนตัวทางใจอย่างหนึ่ง ที่จะต้องอยู่กับเราทุกครั้งที่เราต้องการ นานเท่าที่เราปรารถนา ความรู้สึกอันนี้แหละ คือจุดเริ่มของความเจ็บปวดทั้งมวล เพราะมันฝืนกฏธรรมชาติ

ไม่ได้บอกว่า รักต้องลงเอยด้วยความเศร้าเสมอไป
เพียงแต่ถ้าเขาจะอยู่ เขาจะไป จะรักคุณมากขึ้น คงเดิม หรือหดน้อยถอยลงก็จะเป็นเพราะคนสองคน ไม่ใช่ความต้องการของเราฝ่ายเดียว หรือเขาฝ่ายเดียว ชีวิตเป็นเรื่องซับซ้อนเข้าใจยาก แต่ในความซับซ้อนนั้น มันก็เรียบง่ายอย่างที่เรานึกไม่ถึง
เพราะไม่ว่าสิ่งไหน เรื่องอะไรสารพัดสารพัน ทุกอย่างล้วนแต่อยู่ในกฏเดียวกัน มันจะเกิดขึ้น ตั้งอยู่แปรสภาพ แล้วก็จบลง รักที่สมหวังอยู่กันจนแก่เฒ่า ก็หนีไม่พ้นกฏข้อนี้ เพราะวันนึง ไม่เราก็เขาก็ต้องตายจากกัน สิ่งสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่ว่า วันนี้เขาอยู่หรือจากไป
สำคัญที่ว่า ช่วงที่เรามีเวลาอยู่ด้วยกัน ขอให้มีความทรงจำที่ดี ก็เพียงพอแล้ว

อย่างน้อย เราก็ยังมีอะไรดีดีให้นึกถึง และยิ้มให้ความทรงจำนั้นได้
ถึงวันนี้จะยังร้องไห้ ก็คงไม่กระไร เพราะชีวิตก็เป็นแบบนี้ มีวันที่เลวร้าย
มีวันที่สวยงาม มีวันที่ว่างเปล่า สุขก็อยู่กับเราไม่นาน ทุกข์ก็อยู่กับเราไม่นาน
สุขเคยแวะผ่านมาแล้วก็ไป ทุกข์ก็เป็นเฉกเช่นกัน

บนความจริงใจ
มีหลายสิ่งหลายอย่างซ่อนอยู่


ฉันรู้..แม้ว่ามันจะมีพื้นฐานมาจากความฝัน
แต่ฉันคิดว่านั่นไม่ใช่สิ่งสำคัญ


บนความสัมพันธ์ของสองเรา
เธออาจจะเก่ง เธออาจจะฉลาด
ฉันอาจจะขี้ขลาดและโง่เขลา


หากฉันคิดว่ามันคือแก่นแท้ของความเป็นเรา
ที่ต่างฝ่ายต่างควรก้าวเข้า..ไปให้ถึงภายใน


ฉันจะยอมรับเธออย่างที่เป็นอยู่
และเธอจะรับรู้อย่างที่ฉันเป็นได้ไหม



เราคบกัน..บนพื้นฐานของความจริงใจ
จึงไม่จำเป็นที่เราจะต้องมีอะไร..ทุกอย่างเหมือนกัน


ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง
แม้ว่าจะมีความแตกต่างระหว่างเธอกับฉัน


แต่เมื่อเรามีความรักให้แก่กันและกัน
ความแตกต่างก็ไม่สำคัญ..เท่าความจริงใจ


ความรัก
ไม่ได้อยู่แค่การมองตา... แต่ทว่า
อยู่ที่การมองใจ

ความรักสำคัญแค่ไหน

ความเข้าใจ สำคัญยิ่งกว่า


และเหนืออื่นใด คือ การให้อภัย

วันที่ความรักหายไป

ไม่มีอะไรจะรั้งคนที่จะไปให้อยู่ต่อได้ เชื่อเถอะว่า...เมื่อไรก็ตามที่หัวใจคนได้หมดรักแล้ว ต่อให้คุกเข่ากราบกรานก็ทำให้ใครอยู่ต่อไม่ได้

สิ่งเดียวที่จะทำ ในวันที่เลิกลากัน คือการทำใจให้เข้มแข็งและยิ้มให้อย่างยินดี แม้จะเป็นเรื่องยาก แต่ก็เป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เรายังสามารถรู้สึกว่า
" เรายังสามารถอยู่บนโลกใบนี้ได้ " อย่าซ้ำเติมตัวเองด้วยการร้องไห้...

เพราะน้ำตาไม่ใช่ข้อต่อรอง ที่จะทำให้เค้าสงสาร ฉันได้เพียงแต่ทำใจและยอมรับทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น และเชื่อมั่นว่าในที่สุดแล้ว ฉันจะต้องผ่านเรื่องราวที่เกิดขึ้นมาไปให้ได้ ...

ทุกบาดแผลที่เป็นริ้วรอยอยู่ในหัวใจ ทุกหยาดน้ำตาที่รินไหลลงบนใบหน้านั้น มันได้ซึบซับเอามวลประสบการณ์ ให้กลายเป็นบทเรียนที่มีค่า....เพื่อให้ฉันได้เข้มแข็งได้ในวันต่อๆไป


ใครบางคนได้จากฉันไป แต่ไม่ใช่อนาคตจะหมดไป
ไม่เหลือความรัก แต่ฉันยังเหลือความหวัง
ขอแค่ผ่านวันนี้ไปให้ได้ แล้วฉันก็จะเจอวันพรุ่งนี้

เพียงแต่ฉันไม่รู้ว่าฉันจะใช้เวลานานเท่าไรที่ฉันจะลืมเรื่องราว ที่มันได้จบลงไปแล้วนี้ได้อย่างไร หรือ มันอาจจะไม่มีวันนั้นสำหรับฉันก็ได้

ชีวิตที่ผ่านไปคิดว่าใช่หรือยัง

ชีวิตที่ผ่านไปคิดว่าใช่หรือยัง ?...
“นัยของการตั้งคำถามนี้
ก็เพื่อให้เราได้ค้นหาสิ่งที่ชีวิตเราต้องการจริงๆ
เพื่อนำมาซึ่งความสุขในการใช้ชีวิตที่เหลืออยู่”



คุณเคยวางเป้าหมายในชีวิตของตัวเองไว้บ้างหรือไม่?
แล้วคุณเคยถามตัวเองบ้างไหม
ว่าชีวิตที่เป็นอยู่ตอนนี้เป็นชีวิตที่เคยอยากได้แล้วหรือยัง?
เคยไหมเมื่อเวลาที่ตื่นขึ้นมาตอนเช้า   
มีความสุขรออยู่ตรงหน้าให้เราไปเผชิญกับชีวิต   
ไม่ใช่ค้นหาตลอดชีวิต?   


หากแต่มุ่งมั่นกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า
ทำเพราะมีความหวังที่มีความเป็นไปได้สูง
และมีจุดมุ่งหมายที่แน่นอน
หากคำตอบคือ “ใช่” ...
คุณจะหยุดมันไว้ตรงจุดนี้หรือเดินต่อไปดี?
แล้วถ้าคำตอบคือ “ไม่ใช่”
ล่ะ


คุณคิดว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี   
เพื่อให้ชีวิตมันบรรลุเป้าหมายที่ตั้งใจไว้? ...
เปลี่ยนเป้าหมายใหม่   เปลี่ยนวิธีการ...
หรือว่าทำต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้ทุกอย่างที่ต้องการ...
หรือควรหยุดอยู่แค่นี้   เพราะคิดว่า
“ไม่มีทางเป็นไปได้” ...
มีอยู่หลายชีวิตที่กว่าจะรู้เป้าหมายที่แท้จริงที่ตัวเองตามหา   
ชีวิตก็ปาเข้าไปเกือบครึ่งค่อน   
เหลือช่วงเวลาเพื่ออยู่กับสิ่งที่ใช่แค่ไม่นาน 


 
แต่ถึงอย่างไรก็ยังดีกว่าอีกหลายคน   
ที่ไม่มีโอกาสแม้แต่จะหาตัวตนที่แท้จริงของตัวเองเจอ   
และปล่อยให้ความฝันต้องสูญสลายไปตลอดกาล
แน่ล่ะ ทุกอย่างที่ผ่านพ้นไปแล้ว   
เราคงไม่สามารถย้อนเวลาเพื่อกลับไปแก้ไขอะไรได้อีก


หากแต่นัยของการตั้งคำถามนี้   
ก็เพื่อให้เราได้ค้นหาสิ่งที่ชีวิตเราต้องการจริงๆ
เพื่อนำมาซึ่งความสุขในการใช้ชีวิตที่เหลืออยู่
แต่ถึงอย่างไรก็อย่าได้ท้อแท้กับเป้าหมายที่ล้มเหลวในช่วงเวลาที่ผ่านมา   


แม้ว่าเราจะมีเวลาเหลือน้อยที่จะทำ   
แต่อย่างน้อยที่สุดเมื่อเราค้นหาชีวิตที่ใช่ของตัวเองเจอ   
สิ่งเหล่านั้นก็เป็นของเราเอง   ไม่ได้ลอกเลียน หรือเดินตามหลังใคร


ไม่มีอะไรจะดีมากไปกว่า...
การมีเส้นทางที่ตัวเองเป็นคนกำหนดเองได้อย่างอิสระหรอก   
ลองขีดเส้นทางนั้นดูบ้างสักครั้งเป็นไร...


Text text

ตกลง