Feedback

บล็อกเดือน เมษายน 2010

more

ปีกไก่ทอด

เงินลงทุน :   ประมาณ 8,000 บาท (รถเข็นประมาณ 3,000 บาท เตาแก๊สพร้อมถัง 2,500 บาท ไก่สดและเครื่องปรุงต่างๆ ประมาณ 1,200 บาท/วัน)
รายได้ :   ประมาณ 1,800 บาท/วัน
อุปกรณ์ :   รถเข็น เตาแก๊สพร้อมถัง กะทะ ตะหลิว ตะแกรง หม้อ ทัพพี
แหล่งจำหน่ายไก่สด :   ตลาดขายส่งทั่วไป

chicken-fire01
ส่วนผสม :
- ไก่สด 1 กิโลกรัม
- แป้งสาลี 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลา 3 ½ ถ้วยตวง
- น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ
- พริกไทย กระเทียม
- รากผักชีโขลกละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมันพืชพอประมาณ

chicken-fire02
วิธีทำ :
1. นำไก่สดที่ตัดแยกเป็นชิ้น ๆ แล้ว ประมาณ 1 กก. (กรณีซื้อไก่มาเป็นตัวให้ นำมาตัดเป็นชิ้นๆ อกไก่ตัดแยกเป็น 2 ชิ้น ตะโพก คอ ปีก น่อง ตัดเป็นชิ้นรวมให้ได้ ประมาณ 1 กก.) นำมาคลุกกับพริกไทย กระเทียม รากผักชีที่โขลกละเอียด ใส่น้ำตาล น้ำปลา แป้งสาลี คลุกเคล้าให้เข้ากัน หมักไว้ 30 นาที

chicken-fire03
2. ตั้งกระทะใส่น้ำมัน (ปริมาณพอท่วมไก่) ให้น้ำมันร้อน ไฟปานกลาง นำไก่ลงทอดให้สุกเหลืองกรอบ
3. ตักไก่ทอดขึ้นวางบนตะแกรงให้สะเด็ดน้ำมัน

chicken-fire04

เครื่องปรุงน้ำจิ้ม :
- น้ำส้มสายชู 1 ถ้วยตวง
- น้ำตาลทราย 1 ถ้วยตวง
- เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ
- พริกแดงโขลกละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำ ½ ถ้วยตวง

chicken-fire05
วิธีทำ :    นำน้ำ น้ำส้ม น้ำตาลทรายใส่หม้อ ตั้งไฟเคี่ยวให้ข้น เติมเกลือ ใส่พริกแดงโขลกละเอียด แล้วยกขึ้น
ตลาด/แหล่งจำหน่าย :   ตลาด แหล่งชุมชน หมู่บ้าน

chicken-fire06
ข้อแนะนำ :
1. ควรซื้อไก่สำหรับทอดขายวันต่อวัน เพื่อไก่จะได้สด
2. ควรขายควบคู่กับข้าวเหนียวด้วย เพื่อเสริมราย

บะหมี่ เกี๊ยว

เงินลงทุน :   ประมาณ  10,000  บาท (รถเข็น 3,000-4,000 บาท  ตู้กระจก 1,000 บาท หม้อก๋วยเตี๋ยว 1,300 บาท  เตาพร้อมถังแก๊ส  2,000 บาท)
รายได้ :   ประมาณ  50,000  บาท ขึ้นไป/เดือน
วัสดุ/อุปกรณ์ :   รถเข็น ตู้กระจก หม้อก๋วยเตี๋ยว เตาพร้อมถังแก๊ส ตะกร้อลวกก๋วยเตี๋ยว กระบวยตักน้ำก๋วยเตี๋ยว  อุปกรณ์ใส่เครื่องปรุง ชาม ช้อน ตะเกียบ เขียง มีด ตะแกรงย่าง กะละมัง ถุงพลาสติกร้อน  ยางรัดถุง
แหล่งจำหน่ายวัสดุอุปกรณ์ :   ร้านจำหน่ายอุปกรณ์อลูมิเนียม ตลาด ห้างสรรพสินค้าทั่วไป ย่านเวิ้งนาครเขษม

Dumpling-noodles01

ส่วนผสมน้ำซุป :
- น้ำสะอาด    40    ลิตร
- กระดูกหมู    1-2    กิโลกรัม
- กระเทียมดอง    2    ขีด
- หัวไชเท้า    3    หัว
- กะหล่ำปลี    1    หัว
- น้ำตาลทราย    2-4    ช้อนโต๊ะ
- พริกไทยเม็ด    2-4    ช้อนโต๊ะ
- เกลือป่น    2-3    ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ :   ต้มน้ำในหม้อก๋วยเตี๋ยวให้เดือดใส่ส่วนผสมทุกอย่างลงไปชิมรสดู ถ้ายังไม่เค็มให้เติมเกลือ ถ้าไม่หวานเติมน้ำตาลทรายเพิ่มได้  ไม่ควรเติมน้ำปลา  เพราะอาจทำให้เสียรสชาติได้

Dumpling-noodles02

ส่วนผสมหมูแดง :
- เนื้อหมูสันใน    2    กิโลกรัม
- ซอสมะเขือเทศ    ½     ขวดใหญ่
- ซีอิ๊วดำ        2    ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว        ½     ถ้วยตวง
- น้ำตาลทราย    5    ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ :
นำเนื้อหมูสันในหั่นเป็นชิ้นพอประมาณ คลุกเคล้ากับซอสมะเขือเทศ ซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำ และน้ำตาลทราย หมักไว้ประมาณ 30 นาที  แล้วนำมาย่างไฟปานกลางจนสุกเหลือง มีกลิ่นหอม

Dumpling-noodles03

เครื่องปรุง :
1.    เส้นบะหมี่  แผ่นเกี๊ยว – จัดใส่ตู้กระจกไว้
2.    เนื้อหมูสดสับพร้อมกับกระเทียม พริกไทยป่นและซีอิ๊วขาวเล็กน้อย
3.    หมูแดง – หั่นเป็นชิ้นบาง ๆ พอคำ ใส่ภาชนะไว้
4.    ตั้งฉ่าย
5.    ผักต่าง ๆ
-    ผักกวางตุ้ง หั่นเป็นท่อนพอประมาณ แช่น้ำไว้
-    ถั่วงอก  แช่น้ำไว้
-    ต้นหอม ผักชี หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ใส่ภาชนะไว้
6.    กระเทียมเจียว
7.    น้ำส้ม น้ำปลา น้ำตาลทราย พริกป่น ถั่วลิสงคั่วป่น ใส่ภาชนะเครื่องปรุงไว้

Dumpling-noodles04

วิธีทำ :
1.    ลวกบะหมี่หรือเกี๊ยวด้วยตะกร้อลวกก๋วยเตี๋ยวใส่ชามไว้ (หากเป็นเกี๊ยว ให้ตักหมูสับที่เตรียมไว้ใส่แผ่นเกี๊ยว ประมาณ ¼ ช้อนโต๊ะ/แผ่น แล้วห่อก่อนนำไปลวก)
2.    ใส่กระเทียมเจียวคลุกเคล้าเส้นบะหมี่หรือเกี๊ยว
3.    ลวกผักกวางตุ้งที่หั่นไว้หรือถั่วงอกใส่
4.    ใส่ตั้งฉ่ายและหมูแดง
5.    ใส่ต้นหอม ผักชี
6.    ตักน้ำซุปใส่
7.    หยิบเกี๊ยวทอดใส่ แล้วเสิร์ฟให้ลูกค้า

ตลาด/แหล่งจำหน่าย :   แหล่งชุมชนทั่วไป  ตลาด  หมู่บ้าน
ข้อแนะนำ :
1.    สามารถใช้หมูสับแทนหมูแดง หรือดัดแปลงเป็นบะหมี่-เกี๊ยวปู
2.    อาจดัดแปลงโดยใส่ลูกชิ้นปลาในบะหมี่-เกี๊ยวด้วยก็ได้
3.    หากต้องการเพิ่มรสชาติ ควรโรยกากหมูใส่ลงไปด้วยเล็กน้อย

เนื้อวัวย่างเกาหลี

เงินลงทุน : ประมาณ 12,000 บาท (ไม่รวมค่าเช่าและตกแต่งร้าน) (โต๊ะ-เก้าอี้ 5 ชุด ประมาณ 4,000 บาท ตู้กระจก 2,000 บาท เตาพร้อมถังแก๊ส 2,000 บาท เตาอั้งโล่ 5 ใบ 250 บาท กระทะย่าง 5 ใบ 750 บาท ที่ครอบกันความร้อน 5 อัน 500 บาท )
รายได้ : ประมาณ 1,500 บาท/วัน
วัสดุ/อุปกรณ์ : โต๊ะ-เก้าอี้ ตู้กระจก เตาพร้อมถังแก๊ส เตาอั้งโล่ กระทะย่าง ที่ครอบกันความร้อน จาน ช้อน-ส้อม ตะเกียบ ถ้วยน้ำจิ้ม หม้อ ทัพพี
แหล่งจำหน่ายวัสดุอุปกรณ์ : ร้านจำหน่ายอุปกรณ์อลูมิเนียม ย่านเวิ้งนาครเขษม สำเพ็ง
ส่วนผสมน้ำซุป
- น้ำ 1 หม้อ(เบอร์ 45)
- ซี่โครงไก่ 7 ตัว
- ซีอิ้วขาวสูตร 1 3-4 ถ้วยตวง
- เกลือ 1 ถุงเล็ก
- ซุปไก่ก้อน 12 ก้อน
- น้ำตาลทราย 3-4 ช้อนโต๊ะ
- รากผักชีและขึ้นฉ่ายทุบพอบุบพอประมาณ
วิธีทำ : ใส่น้ำในหม้อเบอร์ 45 เกือบเต็มต้มจนเดือดแล้วใส่ซี่โครงไก่และส่วนผสมอื่น ๆ ลงไปทั้งหมด เมื่อซี่โครงไก่เปื่อยให้พักไว้โดยอุ่นเป็นระยะ ๆ

Korean-barbecue01

ส่วนผสมเนื้อหมู/วัวหมัก
- เนื้อหมูสันใน/วัว 10 กิโลกรัม
- น้ำมันหอย 1 ขวดใหญ่
- ซีอิ๊วขาว ½ ขวดใหญ่
- พริกไทยป่น 2.5 ขีด
- น้ำตาลทราย 1 ขีด
วิธีทำ : นำเนื้อหมู/วัวมาหั่นเป็นชิ้นพอประมาณแล้วผสมน้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว พริกไทยป่น น้ำตาลทราย คลุกเคล้าให้เข้ากันหมักไว้ 1-2 ชั่วโมง ก็พร้อมที่จะขาย

ส่วนผสมน้ำจิ้ม
- น้ำ 1 หม้อใหญ่(เบอร์ 45)
- น้ำตาลปี๊บ 5 กิโลกรัม
- น้ำตาลทราย 5 กิโลกรัม
- เกลือ 1 ถุงเล็ก
- น้ำส้มสายชู 5% ½ ขวดใหญ่
- มะขามเปียก 1 กิโลกรัม
- พริกสด 8 กิโลกรัม
- พริกแห้ง 1 กิโลกรัม
- กระเทียมแกะเปลือกแล้ว 5-6 กิโลกรัม

Korean-barbecue02
วิธีทำ :
1. ใส่น้ำในหม้อเบอร์ 45 เกือบเต็ม ต้มจนเดือด ใส่น้ำตาลปี๊บ น้ำตาลทราย เกลือ น้ำส้ม ต้มจนเดือดอีกครั้ง
2. ละลายมะขามเปียกกับน้ำให้ได้น้ำมะขามเปียก 1 กระป๋องน้ำแข็งเล็ก (ขนาดที่ใส่น้ำแข็งตามร้านอาหาร) เติมลงในหม้อ คนให้เข้ากัน ตั้งทิ้งไว้ให้เย็น
3. นำพริกสด พริกแห้ง และกระเทียมปั่นหรือบดให้แหลกพอสมควรแต่ไม่ต้องถึงกับละเอียด จากนั้นนำไปผสมในหม้อ ชิมดูให้มีรสเผ็ดนำ-หวานตามไม่ต้องเปรี้ยวมาก หากรสเปรี้ยวมากให้เคี่ยวน้ำตาลทั้ง 2 ชนิด เติมลงไปอีก

วิธีขาย :
1. เมื่อลูกค้าสั่งให้นำเตาอั้งโล่ที่ใส่ถ่านแดง ๆ ไว้แล้วไปตั้งที่โต๊ะ ซึ่งทำพิเศษโดยเจาะรูสี่เหลี่ยมกลางโต๊ะ ขอบหุ้มด้วยอะลูมิเนียมสำหรับใส่เตาลงไป เมื่อวางเตาแล้วก็นำที่ครอบกันความร้อนซึ่งเป็นแผ่นเหล็กวงกลมชุบโครเมี่ยมมาครอบเตา จากนั้นนำกระทะย่างมาวาง
2. นำจาน ช้อน ตะเกียบ มาเสิร์ฟ
3. เสิร์ฟเนื้อหมู/วัวย่างเกาหลี ดังนี้
3.1 น้ำซุป ใส่ภาชนะพร้อมทัพพีกลม และโรยหน้าด้วยผักชีหั่นนำหมูหมัก ตับสด เซี่ยงจี๊สด ปลาหมึกสดและ “มันหมูแข็ง” (สำหรับวางบนกระทะย่าง เพื่อกันการติดกระทะ) จัดวางในภาชนะ
3.2 จัดผักสดต่าง ๆ ใส่จาน เช่น ผักกาดขาว กะหล่ำปลี คะน้า ผักบุ้ง ขึ้นฉ่าย ต้นหอม ฯลฯ และ “วุ้นเส้น” ซึ่งแช่น้ำจนนิ่มวางทับมาด้านบน
3.3 ตักน้ำจิ้มใส่ถ้วยเล็กๆโดยโรยงาขาวคั่วและผักชีพร้อมถ้วยเล็กใส่พริกซอยกระเทียมสับและมะนาว
ข้อแนะนำ :
1. หากมีเงินลงทุนน้อย ก็ไม่จำเป็นต้องเปิดเป็นร้านอาหาร อาจใช้เป็นรถเข็น โดยเพิ่มทุนอีก 4,000 – 5,000 บาท และให้มีพื้นที่วางโต๊ะลูกค้าประมาณ 5-6 โต๊ะ
2. การหมักเนื้อหมู/วัว หากหมักไว้ในตู้เย็นจะช่วยให้เครื่องหมักเข้าเนื้อเต็มที่ได้เร็ว ประมาณครึ่งชั่วโมงก็ใช้ได้

ขนมไข่นกกระทา

เงินลงทุน :  ใช้เงินลงทุนเป็นค่าอุปกรณ์ประมาณ 10,000 บาท เงินทุนสำหรับหมุนเวียนและค่าใช้จ่ายประจำวัน 300-500 บาท/วัน
รายได้ : 1,000-1,200 บาท/วัน
วัสดุ/อุปกรณ์ : รถเข็น 4 ล้อ เตาแก๊ส หม้อนึ่ง กะละมัง กระทะ ตะแกรงทอด ถาด ฯลฯ
ส่วนผสม :
- มันเทศ (นึ่งสุก) 1 กิโลกรัม
- น้ำตาลทราย 300 กรัม
- แป้งมัน 400 กรัม
- แป้งข้าวเจ้า 2 ช้อนโต๊ะ
- แป้งสาลี 4 ช้อนโต๊ะ
- ผงฟู 3 ช้อนชา
- เกลือป่น ¼ + ¼ ช้อนชา
- นมสด 8-16 ช้อนโต๊ะ
- เนย 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมันสำหรับทอด

khi-nokkata01

วิธีทำ :
1. นำมันเทศมาปอกเปลือกแล้วล้างน้ำให้สะอาด นำมาหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ จากนั้นนำมาแช่น้ำเกลือไว้ (เพื่อไม่ให้ผิวมันเทศดำ) หลังจากนั้นนำมานึ่งให้สุก
2. นำแป้งมัน แป้งข้าวเจ้า ข้าวสาลี และผงฟูมาร่อนรวมกัน
3. นำมันเทศที่นึ่งสุกแล้วใส่ในกะละมัง เติมน้ำตาลและเกลือนวดจนส่วนผสมเข้ากันแล้วนำแป้งที่ร่อนแล้วมานวดต่อจนเหนียวหนืดเป็นเนื้อเดียวกัน
4. นำส่วนผสมมันเทศในข้อ 3 มาปั้นเป็นลูกกลม ๆ ขนาดเท่าลูกชิ้น เทน้ำมันใส่กระทะตั้งไฟจนน้ำมันร้อนใส่แป้งขนมไข่นกกระทาที่ปั้นไว้ลงไปทอด โดยเร่งไฟให้แรงขึ้นเพื่อไม่ให้ขนมอมน้ำมัน
5. ใช้ตะแกรงค่อย ๆ เกลี่ยขนมไข่นกกระทาไปรอบ ๆ กระทะจนขนมไข่นกกระทาลอยขึ้นมา ใช้ด้านหลังตะแกรงกดไข่นกกระทาลงไป กลับ – ไปมาเพื่อให้ขนมไข่นก-กระทากรอบ
6. สุกแล้วใช้ตะแกรงตักขึ้นมาเขย่าให้สะเด็ดน้ำมันตักใส่ถาด หรือวางบนกระดาษซับน้ำมัน

khi-nokkata02
ตลาด/แหล่งจำหน่าย : ตลาด แหล่งชุมชน หน้าสถาบันการศึกษา-สำนักงาน ห้างสรรพสินค้า (วางจำหน่ายในราคา 12-15 ลูก : 10 บาท

ข้าวเหนียวหน้าหมู

เงินลงทุน : ประมาณ 4,000  บาท (เตาแก๊สพร้อมถังแก๊ส 2,000 บาท โต๊ะพับขา 400 บาท)
รายได้ : ประมาณ  1,500 บาท/วัน
วัสดุ/อุปกรณ์ : เตาพร้อมถังแก๊ส กระทะ กะละมัง หม้อ ลังถึง ตะหลิว ทัพพี กระติกน้ำแข็ง (ใส่ข้าวเหนียว)  โต๊ะพับขา  กล่องโฟมเบอร์ 8 ถุงพลาสติก
แหล่งจำหน่ายวัสดุอุปกรณ์ : ร้านค้าทั่วไป ห้างสรรพสินค้า ย่านเวิ้งนาครเขษม

วิธีทำข้าวเหนียว : นำข้าวเหนียวประมาณ 4 กิโลกรัม แช่น้ำทิ้งไว้ 1 คืน จากนั้นซาวน้ำให้สะอาด นำไปนึ่งในลังถึงประมาณ 30 นาที เมื่อข้าวเหนียวสุกนำไปใส่ในกระติกน้ำแข็ง เพื่อรักษาความร้อนให้คงทนได้นาน
ส่วนผสมหน้าหมู/เนื้อ :
- หมูเนื้อแดงหรือเนื้อวัว  5    กิโลกรัม
- น้ำตาลปี๊บ        3    กิโลกรัม
- เกลือป่น        2    ถ้วยตวง
- ซอสถั่วเหลือง     2         ถ้วยตวง
- รากผักชี        2    ขีด
- หอมแดง        1         กิโลกรัม
- ซีอิ๊วหวาน        1/3    ถ้วยตวง
- น้ำมันพืช

moo-nuae01
วิธีทำ :
1.    นำเนื้อหมู/วัว มาต้มน้ำ โดยใส่น้ำพอท่วมเนื้อ แล้วใส่เกลือป่นและซอสถั่วเหลือง ชนิดละ 1 ถ้วยตวง ผสมลงไปในน้ำต้ม
2.    หลังจากเนื้อหมู/วัว ต้มสุกจนเปื่อยแล้ว ตักขึ้นมาพักไว้ให้เย็นสักเล็กน้อยนำมาฉีกเป็นเส้นเล็กๆ แล้วนำไปคั่วในกระทะ ใส่ซีอิ๊วหวานผสมลงไปคั่ว  จนแห้ง ตักขึ้นจากกระทะ
3.    นำน้ำตาลปี๊บลงกวนในกระทะจนละลายเหลว แล้วนำเนื้อหมู/วัว ในข้อ 2  ลงไปผัดกับน้ำตาล ใส่เกลือป่นและซอสถั่วเหลืองชนิดละ 1 ถ้วยตวง   และรากผักชี ผัดคลุกเคล้าให้เข้ากันด้วยไฟอ่อนจนเนื้อหมู/วัวแห้งกรอบ  ตักขึ้นใส่ภาชนะ
4.    นำหอมแดงมาหั่นซอยบาง ๆ  แล้วนำไปเจียวกับน้ำมันพืช ในกระทะด้วยไฟอ่อน ๆ จนมีสีเหลืองหอม จึงตักขึ้นจากน้ำมันใส่ภาชนะไว้
5.    เมื่อนำออกขายให้หยิบข้าวเหนียวใส่กล่องโฟมประมาณ 2 ขีด ตักเนื้อหมู/วัวเส้นใส่บนข้าว เหนียว โรยหอมเจียวเล็กน้อย หากลูกค้าต้องการซื้อเฉพาะเนื้อหมู/วัวเส้นก็ขายเป็นขีด โดยบรรจุใส่ถุงพลาสติกให้
ตลาด/แหล่งจำหน่าย : แหล่งชุมชน  ตลาดทั่วไป ป้ายรถประจำทาง

moo-nuae02

ข้อแนะนำ :
1.    การเลือกซื้อหมูเนื้อแดง ควรซื้อเฉพาะบริเวณสะโพกเพราะมีมันน้อย สะดวก       ในการฉีกเป็นเส้นเล็กๆ  หากมีมันติดมาด้วยควรตัดทิ้งให้หมด
2.    ควรแยกต้มเนื้อหมูและเนื้อวัวคนละหม้อ เพื่อป้องกันกลิ่นปนเปื้อน
3.    การผัดเนื้อหมู/วัว ในช่วงที่น้ำตาลใกล้จะแห้ง ควรพลิกเนื้อในกระทะบ่อยๆ เพื่อป้องกัน    น้ำตาลไหม้

กล้วยอบเนย

เงินลงทุน : ประมาณ 5,000 บาท
วัสดุ/อุปกรณ์ : กระทะใบบัว ตะแกรงลวด กะละมัง ที่ไสกล้วย เครื่องชั่ง ถังน้ำหรือโอ่งน้ำ ตะหลิว ทัพพี มีด กระด้ง เตา ถุงพลาสติกขนาดใหญ่ (สำหรับอบกล้วย) ขนาดเล็ก (สำหรับบรรจุขาย)
ส่วนผสม : กล้วยดิบ เนย น้ำตาลปี๊บ น้ำมัน
วิธีทำ :
1. นำกล้วยดิบแช่น้ำ 1 คืน เพื่อให้ยางออก
2. ปอกกล้วยดิบ แล้วนำไปแช่น้ำประมาณ 5 นาที นำขึ้น

banana-obnuay01
3. นำกล้วยมาไสเป็นชิ้นตามความยาวของกล้วย
4. นำกล้วยที่ไสแล้วใส่ถุงพลาสติก มัดปากถุงให้แน่นอบไว้ 1 คืน
5. นำกล้วยที่อบในถุงพลาสติกมาลอกออกเป็นชิ้น ๆ
6. นำส่วนผสมกล้วยดิบ เนย และน้ำตาลปี๊บ มาชั่งในอัตราส่วน กล้วยดิบ 2 กิโลกรัม ต่อเนย 6 ขีด ต่อน้ำตาลปี๊บ 4 ขีด (ไม่ต้องนำมาผสมกันหรือคลุกเคล้าให้เข้ากัน)
7. นำส่วนผสมที่ชั่งแล้วลงทอดพร้อมกันในน้ำมันที่ร้อนจนกล้วยเหลืองสวยงามดี และใช้ตะแกรงลวดตักขึ้น (ถ้าทำจำนวนมาก) พักไว้บนกระด้ง เพื่อให้สะเด็ดน้ำมัน ผึ่งให้เย็น แล้วจึงบรรจุลงถุงพลาสติกนำออกขาย

banana-obnuay02
ตลาด/แหล่งจำหน่าย : ตลาดทั่วไป แหล่งชุมชนบริเวณที่คนสัญจรไปมา หรือทำส่งห้างสรรพสินค้า
สถานที่ฝึกอบรม : สำนักส่งเสริมและฝึกอบรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โทร. 0-2579-2294, 0-2942-8460 ต่อ 219-222 โทรสาร ต่อ 207

banana-obnuay03
ข้อแนะนำ :
1. เวลานำส่วนผสมลงทอดในน้ำมัน ในช่วงแรกควรใช้ตะหลิวคนเพื่อไม่ให้ชิ้นกล้วย ติดกัน
2. เพื่อให้กล้วยอบเนยคงความกรอบอยู่ได้นาน เวลาบรรจุลงถุงต้องมัดปากถุงให้แน้น

กุลเชียงปลา

เงินลงทุน : ประมาณ 1,000 บาท
รายได้ : ประมาณ 150 บาท/กิโลกรัมวัสดุ/อุปกรณ์ : มีด เขียง กะละมัง ตะแกรงหรือถาด เชือกปอหรือเชือกป่าน
ส่วนผสม :
- ปลายี่สกเทศสด 20 กิโลกรัม
- แป้งมัน 600 กรัม
- เกลือป่น 600 กรัม
- น้ำตาลทราย 5 กิโลกรัม
- ซีอิ๊วขาว 200 กรัม
- พริกไทยป่น 300 กรัม
- ผงพะโล้ 40 กรัม
- น้ำมันพืช 600 กรัม
- น้ำสะอาด 2 กิโลกรัม

pla-chaing01
วิธีทำ :
1. นำปลายี่สกเทศล้างน้ำให้สะอาด แล่เอาแต่เนื้อปลา ระวังอย่าให้มีก้างติดมาจะได้เนื้อปลาประมาณ 9 กิโลกรัม นำไปเข้าเครื่องบดอาหารหรือใช้มีดสับให้ละเอียด แล้วนวดด้วยมือโดยระหว่างนวดให้ค่อย ๆ ใส่แป้งมันลงไปเคล้าให้เข้ากัน
2. นำส่วนผสมอื่น ๆ ที่เหลือ (ยกเว้นไส้อ่อนหมู) ผสมให้เข้ากันก่อน แล้วนำไปนวดผสมจนเข้ากันกับเนื้อปลา ใช้เวลาประมาณ 5 นาที หรือสังเกตเนื้อปลาพอเหนียวเล็กน้อย
3. นำเนื้อปลาที่นวดแล้วอัดใส่ในไส้อ่อนหมูเป็นเส้นยาว ๆ ผูกด้วยเชือกปอหรือเชือกป่านเป็นท่อน
4. ยาวประมาณท่อนละ 6 นิ้ว เรียงใส่ตะแกรงหรือถาด นำไปผึ่งแดดจัด ๆ ประมาณ 3 วัน ให้แห้งก็นำไปจำหน่ายได้ ในอุณหภูมิปกติลาเชียงจะอยู่ได้นาน 7-10 วัน หากเก็บในอุณหภูมิต่ำหรือในตู้เย็นอยู่ได้นาน 2-3 เดือน (ตามสูตรนี้จะได้ปลาเชียง น้ำหนักประมาณ 7.7 กิโลกรัม)
ตลาด/แหล่งจำหน่าย : ตลาด แหล่งชุมชน ขายส่งร้านค้า/ร้านอาหาร/มินิมาร์ท/ซูเปอร์มาร์เก็ต
ข้อแนะนำ :
1. สามารถใช้ปลาชนิดอื่นแทนปลายี่สกเทศได้ เช่น ปลานวลจันทร์ ปลานิลหรือเนื้อปลารวม
2. หากต้องการให้ปลาเชียงมีขนาดสม่ำเสมอทุกเส้น ดูสวยงาม สามารถใช้“ไส้เทียม”ที่ทำจากกระดูกหรือเอ็นสัตว์แทนไส้อ่อนหมู แต่จะมีราคาสูงกว่า
3. หากทำกิจการขนาดใหญ่ เพื่อความสะดวกควรซื้อเครื่องบดหมู ราคา 3,000-4,000 บาท เครื่องนวด 4,000 บาท เครื่องอัดไส้ 10,000 บาท

การทำข้าวเกรียบ

เงินลงทุน : ประมาณ 2,500-3,000 บาท (ทุนค่าวัตถุดิบ 90-100 บาท/ 30 ถุง)
รายได้ :  180 – 200 บาท/ 30 ถุงวัสดุ/อุปกรณ์ : เขียง   มีด  กะละมัง  ลังถึง  กระด้งหรือตะแกรง  ตะแกรงตักขนม  ช้อน
ส่วนผสม :
- แป้งมัน                  1      กิโลกรัม
- ฟักทอง        4       ขีด
- น้ำตาลทราย             2        ช้อนโต๊ะ
- เกลือ            1       ช้อนชา
- รากผักชีบดละเอียด      1    ช้อนชา
- พริกไทยป่น        1    ช้อนชา
- น้ำเดือดจัด              1    แก้ว

ข้าวเกรียบฟักทอง
วิธีทำ :
1. นำฟักทองมาผ่าเอาเมล็ดออกแล้วนำมาล้างน้ำให้สะอาด  นำมาปอกเปลือก
2. หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ พอประมาณ  นำไปใส่ลังถึงยกขึ้นตั้งไฟ  นึ่งจนฟักทองนิ่ม (ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง)
3. ยกลงพักไว้  เพื่อให้ฟักทองที่นึ่งร้อนจัดเย็นลงเล็กน้อย  แล้วนำฟักทองมาใส่ลงในกะละมังเพื่อทำการบด  โดยใช้ช้อนบดให้ละเอียด
4. ใส่แป้งมันผสมลงไปในฟักทองที่บดแล้วนวดให้เข้ากัน  ค่อย ๆ เทน้ำตาลทราย  เกลือพริกไทย  รากผักชีแล้วนวดต่อ
5. เทน้ำร้อนลงไปผสมทีละน้อยจนหมดแก้ว  นวดต่อไปเรื่อย ๆ จนเนื้อแป้งเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน (แป้งจะไม่ติดมือและภาชนะที่นวด)  ใช้เวลาในการนวดประมาณครึ่งชั่วโมง
6. นำแป้งที่นวดได้มาปั้นเป็นแท่งกลม  ยาว ตามขนาดที่ต้องการ  หลังจากนั้นนำแป้งที่ปั้นเป็นแท่งแล้วไปนึ่ง  พอแป้งสุกยกลงทิ้งไว้ให้เย็น
7. นำไปแช่ในตู้เย็นช่องธรรมดาประมาณ 24 ชั่วโมง (เพื่อให้แท่งข้าวเกรียบแข็งตัว)จากนั้นนำมาหั่นเป็นชิ้นบางๆ เท่า ๆ กัน  วางเรียงในกระด้งและนำไปตากแดดจนแห้งสนิท
8. เทน้ำมันลงในกระทะขึ้นตั้งไฟ  พอน้ำมันร้อนใส่ข้าวเกรียบที่ตากแห้งลงไปทอดใช้ตะแกรงพลิกข้าวเกรียบไป – มาจนสุกทั่ว     ตักใส่ตะแกรงให้สะเด็ดน้ำมันพอข้าวเกรียบเย็นนำไปบรรจุถุงขายในราคา 5 บาท 10 บาท  และ 20 บาท

khawkreab01

ข้าวเกรียบปลา-กุ้ง
เงินลงทุน :   ขึ้นอยู่กับปริมาณที่ทำ
ราคาขาย :    ถุงละ 30 บาท /150 กรัม (กำไร 40 – 50% ของราคาต้นทุน) หรือจะบรรจุถุงละ 20 บาท
ส่วนผสม :
- แป้งมันสำปะหลัง     1    กิโลกรัม
- แป้งสาลี    130    กรัม
- น้ำตาลทราย                   55    กรัม        เ
- กลือป่น     25    กรัม
- พริกไทยป่น        25    กรัม
- น้ำปลาดี    50    กรัม
- กระเทียมสับละเอียด     75    กรัม
- น้ำร้อน (ต้มเดือด) 450-500 กรัม
- เนื้อปลา/กุ้ง บดละเอียด (ปลาน้ำจืดหรือน้ำเค็ม)  300   กรัม

วิธีทำ :
1. นำแป้งมันสำปะหลังและแป้งสาลีมาผสมกัน  จากนั้นนำแป้ง 500 กรัม   ใส่ลงในกะละมัง  ค่อย ๆ เทน้ำร้อนลงไปนวดจนเป็นก้อนเหนียว
2. นำเนื้อปลาบดละเอียดมาผสมกับเกลือแล้วใส่น้ำตาลทราย  กระเทียมนวดให้เข้ากันเสร็จแล้วนำมาใส่ในแป้งที่นวดไว้ (ในข้อ 1) แล้วนวดต่อ
3. ใส่แป้งที่เหลือสลับกับการใส่น้ำร้อนนวดจนเนื้อเนียนและเกาะตัวดี  เติมส่วนผสมที่เหลือ (พริกไทยและน้ำปลา) นวดให้เข้ากัน
4. นำมาปั้นเป็นแท่งกลมเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1.5 นิ้ว  นำใบตองรองในลังถึงแล้วนำมานึ่งให้สุกนานประมาณ 30 นาที   ผึ่งให้เย็น
5. นำแท่งแป้งที่เย็นแล้วมาใส่ในตู้เย็นทิ้งไว้ 1 คืน  นำมาหั่นให้เป็นชิ้นบาง ๆ ให้หนาประมาณ 2 มิลลิเมตร  นำมาใส่ตะแกรงตากให้แห้ง  แล้วนำมาทอด

ตลาด/แหล่งจำหน่าย : แหล่งท่องเที่ยว  ร้านขายของชำ  ปั้มน้ำมัน  ขายส่งตลาดแบบข้าวเกรียบดิบ
ข้อเสนอแนะ :
1. ฟักทองที่นำมาทำข้าวเกรียบต้องเป็นฟักทองที่มีเนื้อเหนียว  พันธุ์ที่นิยมคือพันธุ์คางคก  และพันธุ์ศรีเมือง
2. ไม่ควรพักฟักทองที่นึ่งสุกจนเย็น  เพราะเวลานำมานวดกับแป้งจะทำให้แป้งไม่สุกนวดแล้วไม่เป็นเนื้อเดียวกัน
3. การหั่นแท่งข้าวเกรียบ  ควรหั่นให้มีความหนาบางเท่า ๆ กัน  หากไม่เท่ากัน  เวลานำข้าวเกรียบไปทอดข้าวเกรียบจะสุกไม่ทั่วทั้งแผ่น
4. หากทำข้าวเกรียบจำนวนมาก  เมื่อหั่นแท่งข้าวเกรียบแล้ว  ให้นำไปใส่ในตะแกรงตาถี่ ๆ ขนาดใหญ่แทนกระด้ง  เกลี่ยแผ่นข้าวเกรียบให้เต็มตะแกรงโดยไม่ต้องวางเรียงแล้วตากให้แห้ง
5. ทำเป็นข้าวเกรียบดิบ (ไม่ทอด)  ขายกิโลกรัมละ 50 บาท

การทำหมูสวรรค์

เงินลงทุน :   ประมาณ 8,500 บาท (หม้ออบไฟฟ้า ราคาประมาณ 4,000 บาท เตาแก๊สพร้อมถัง ราคา 2,500 บาท ฆ้อนทุบหมู ราคา 50 บาท)
รายได้ :   ประมาณ 300 บาทขึ้นไป/กิโลกรัม
วัสดุ/อุปกรณ์   :   หม้ออบไฟฟ้า ฆ้อนทุบหมู ตะแกรงตากหมู เตาแก๊สพร้อมถัง กะละมัง กระทะ ตาข่ายพลาสติก PVC ถุงพลาสติก
แหล่งจำหน่ายวัสดุอุปกรณ์   :   ร้านค้าย่านสำเพ็ง คลองถม

วิธีทำ   :
ส่วนผสมหมูทุบ
- เนื้อหมูสะโพกหลัง 5 กิโลกรัม
- เกลือป่น 5 ช้อนชา
- น้ำปลา 5 ช้อนชา
- พริกไทยป่น 5 ช้อนชา
- น้ำตาลปี๊บ 5 ช้อนชา

moo-sawan01
วิธีทำ   :
1. ล้างหมูให้สะอาด และแล่ออกตามความยาวให้หนาพอสมควร ผสมเกลือป่น พริกไทย และน้ำตาลปี๊บ คลุกให้เข้ากันทิ้งไว้ประมาณ 1 คืน แล้วนำไปแผ่บนตะแกรงคลุมด้วยตาข่าย ผึ่งแดดให้แห้ง
2. นำเนื้อหมูที่ผึ่งแดดแห้งแล้วมาอบโดยใช้ไฟอ่อน ๆ (ระวังอย่าให้แห้งหรือไหม้ เพราะเวลาทุบจะไม่ฟู) เมื่อสุกแล้วจึงนำมาทุบเบาะ ๆ ในขณะที่ยังร้อนอยู่เพื่อให้เนื้อหมูยุ่ยออกจากกัน
3. นำหมูทุบใส่ถุงพลาสติกปิดผนึกให้สนิท เพื่อนำไปจำหน่าย

ส่วนผสมหมูสวรรค์
- เนื้อหมูสะโพกหลัง 5 กิโลกรัม
- น้ำตาลทราย 7 ขีด
- น้ำตาลปึก 3 ขีด
- น้ำปลา 2 ขีด
- เมล็ดผักชี 1 ช้อนโต๊ะ
- ยี่หร่า 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันพืช 2 กิโลกรัม

moo-sawan
วิธีทำ   :
1. นำเนื้อหมูมาล้างให้สะอาด แล่เป็นชิ้นบาง ๆ แบ่งยี่หร่าและเมล็ดผักชีออกเป็น 2 ส่วนเท่าๆ กัน ส่วนหนึ่งนำไปโขลกให้ละเอียด อีกส่วนหนึ่งบุบให้พอแตกเล็กน้อย
2. นำน้ำตาลทราย น้ำตาลปึก น้ำปลา เมล็ดผักชีและยี่หร่ามาคลุกเคล้ากับเนื้อหมูให้ทั่ว แล้วใส่ภาชนะปิดให้มิดชิดหมักไว้ 5 – 12 ชั่วโมง จากนั้นจึงนำไปวางแผ่บนตะแกรง คลุมด้วยตาข่าย ผึ่งแดดให้แห้ง
3. นำเนื้อหมูที่แห้งแล้วใส่ภาชนะผึ่งลมไว้สัก 1 คืน (เพื่อป้องกันไม่ให้เนื้อหมูแข็งและเหนียวเมื่อนำไปทอด) จากนั้นนำมาตัดเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมตามขนาดที่ต้องการ และตัดเอามันออก (เพราะเวลาทอดจะทำให้มีกลิ่นเหม็นหืน) แล้วจึงนำไปทอดกับน้ำมันด้วยไฟปานกลางจนสุก
4. นำหมูสวรรค์ใส่ถุงพลาสติก ปิดผนึกให้สนิท เพื่อนำไปจำหน่าย
วิธีทำเนื้อสวรรค์ :   เหมือนกับการทำหมูสวรรค์ทุกอย่าง เพียงแต่เปลี่ยนส่วนผสมจากเนื้อหมูเป็นเนื้อวัวเท่านั้น

ตลาด/แหล่งจำหน่าย :   ทำขายเองที่บ้าน ตลาดสด หรือทำส่งตามร้านค้าทั่วไป มินิมาร์ท ซุปเปอร์มาร์เก็ต
สถานที่ฝึกอบรม :
1. สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตพระนครใต้ โทร. 211-2052, 211-2056
2. สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตโชติเวช โทร. 282-8531-2, 281-0545
3. ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดทุกจังหวัด
ข้อแนะนำ :
1. เมื่อซื้อเนื้อหมูหรือเนื้อวัวแล้ว สามารถให้แม่ค้าแล่เป็นชิ้นบาง ๆ ขนาดตามต้องการได้ แม้จะคิดราคาเพิ่มขึ้น แต่จะสะดวกรวดเร็วกว่ามาแล่เอง และเนื้ออาจหนาบางไม่เท่ากัน
2. เนื้อหมูหรือเนื้อวัวต้องผึ่งแดดให้แห้งสนิทจริงๆ โดยสังเกตได้จากการที่จะร่อนออกจากตะแกรงโดยง่าย
3. หากมีเงินลงทุนมากอาจซื้อเครื่องปิดผนึกถุงพลาสติกราคาประมาณ 2,500 บาท มาใช้ เพื่อความสะดวกรวดเร็วและสวยงาม

Text text

ตกลง