เคยเขียนถึงพุทธบวร สำนักปฏิบัติธรรมที่ อ.มหาราช อยุธยา ไว้แล้ว ที่เอนทรี่นี้ พุทธบวร มีสภาพเป็นป่าที่ปลูกขึ้น จากเดิมทีเดียวเป็นท้องนา เนื้อที่เกือบ ๓๐ ไร่ เมื่อแรกพัฒนาเป็นสำนักปฏิบัติธรรม ได้ทำการขุดดินเนื้อที่ ๘ ไร่ ขึ้นมาถมเนื้อที่ที่เหลือ ทำให้ไม่ต้องซื้อดินที่อื่น และได้แหล่งน้ำไว้ใช้สอยไปด้วยในตัว
อากาศฤดูหนาวกลางทุ่ง แม้จะมีต้นไม้ใหญ่ ๆ ทั้งประดู่ มะม่วง สะเดา ฯลฯ ที่ปลูกไว้เมื่อสิบปีก่อน จนโตใหญ่ในบัดนี้ ช่วยปะทะลมไว้ให้ ก็ยังคงเย็นยะเยือก แต่ถึงกระนั้นบรรดาผู้ปฏิบัติธรรมทั้งหลายต่างไม่ย่อท้อ
วันที่ ๑๙ บ่าย เตรียมสัมภาระแต่เช้า เพราะช่วงเพลโยมแม่มาทำบุญเลี้ยงพระ ชี ทั้งวัด เสร็จแล้วบ่ายโมงจึงแบกกลด สะพายบาตร เดินทางไปพุทธบวรทันที
ศาลาบูชาคุณ มีประวัติ ทั้งพระทั้งโยมช่วยกันสร้างมากับมือ พระป้อมจากวัดใหญ่ทราบดี ท่านลงไปอยู่ในหลุมเสา จนเกือบเป็นลมเพราะขาดอากาศหายใจ ปัจจุบันใช้เป็นศาลาปฏิบัติธรรม และห้องส่งวิทยุพุทธศาสนา พุทธบวร FM 93.5 MHz ( รับฟังได้ใกล้ ๆ เท่านั้น )
จัดแจงเตรียมที่พักตลอด ๓ คืน นอนกลดครับ เป็นร่มกว้าง ๆ ประกอบเข้ากับมุ้งกันยุง น้ำหนักเบาเหมาะสำหรับเดินทาง
มุมสงบของที่พัก
อีกฝากเป็นลานป่าที่ไว้ให้โยมผู้มาปฏิบัติธรรมการเต้นท์นอนกัน
วันนี้ไม่มีอะไรพิเศษ ทำวัตรเย็น กรรมฐาน แล้วประชุมวางแผนเตรียมต้อนรับโยมที่จะมาวันพรุ่งนี้ เสร็จแล้วแยกย้าย เข้าที่พัก รูปล่างนี้ถ่ายในกลด พยายามฉายไฟฉายแล้ว ได้แค่นี้ อยากให้เห็นว่าในกลดเป็นอย่างไรเท่านั้นเองครับ การนอนกลดนี้ต้องมีสติดีพอสมควร เพราะรอบข้างเป็นมุ้งที่แทบจะพอดีตัว ถ้านอนไม่ระวัง ส่วนใดของร่างกายไปแปะอยู่ติดมุ้ง รับรองว่า โดนยุงสอดปากเรียว ๆ มาขอแบ่งเลือดแน่นอน
ระฆังดังตีสี่เพื่อเป็นอาณัติสัญญาณว่าอีกครึ่งชั่วโมงเป็นเวลาทำวัตรเช้า ตื่นมารอตั้งแต่ตีสามสี่สิบห้าแล้ว ทำวัตรเสร็จ พระที่อยู่ประจำ ๆ ท่านออกไปบิณฑบาต กลับมาก็ได้เวลาฉันเช้า เสร็จแล้วฟังหลวงพ่อสุรชัย ฉนฺทสูโร เจ้าสำนัก กล่าวธรรมเป็นสัมโทนียกถา ตามปฏิบัติธรรมเนียมที่สำนัก
ประมาณ ๙ โมง ญาติโยมจาก PTT ICT ระยอง ชลบุรี และกรุงเทพ ฯ เดินทางมาถึง แต่เนื้อแต่งตัว เข้าพิธีบวชเนกขัมมะ ( ถือศีล ๘ ) เสร็จได้เวลาฉันเพลพอดี
ฉันเพล ทานข้าวกลางวัน ฟังหลวงพ่อสอนธรรม พักสักครู่ได้เวลาเดินจงกรม หลวงปู่บุญตา รับหน้าที่นำนักปฏิบัติเดินจงกรม
การเดินจงกรมไม่มีอะไรมากหรอกครับ แค่ให้รู้ เดินไปก็รู้ไป รู้กายก็ได้ รู้เวทนาก็ได้ รู้จิตก็ได้ รู้ธรรมก็ได้ เดินรู้ ไม่ใช่เดินหลง ไม่คิดไปที่อื่น ๆ รู้อย่างเดียว รู้สบาย ๆ
ภาพนี้บนดาดฟ้ากุฏิที่ถูกดัดแปลงเป็นหอสวดมนต์ได้ด้วย
มองลงไปเห็นแถวจงกรมแว่บ ๆ
หลังจากเดินจงกรมแล้ว มีนั่งกรรมฐาน ให้อารมณ์โดย หลวงปู่จำนงค์ อายุ ๘๖ ปี จากยโสธร ได้ฟังคำแรก คิดในใจว่า เฮ้ย รูปนี้ไม่ธรรมดา ตลอด ๓ วัน ท่านให้อารมณ์ได้อย่างต่อเนื่อง และชัดเจนมาก ๆ ที่พุทธบวรดีอย่างคือระบบเครื่องเสียง มีลำโพงเล็ก ๆ อยู่หลาย ๆ จุด สามารถฟังธรรมได้แม้ไม่ได้เข้าไปนั่งในศาลา ทำงานไปฟังไป นั่งใต้ร่มไม้ฟังไป นั่งรู้ไปพร้อม ๆ กับนักปฏิบัติด้านใน
ได้เวลาสมควรแล้ว ให้พักเพื่อเตรียมที่หลับที่นอน ดื่มน้ำปานะ อาบน้ำอาบท่า รอเวลาทำวัตรเย็น
พระอาทิตย์ตก ใกล้เวลาทำวัตรเย็นตอนหกโมง ที่สำนักพุทธบวรจะทำวัตรแปล และไม่เน้นการสวดพระปริต แต่จะสวดแปลบทธรรมสำคัญ ๆ ที่เป็นเครื่องสอนใจ เช่น ปฐมโอวาท ปัจฉิมโอวาท ฯลฯ ทำวัตรเสร็จ นั่งกรรมฐานต่อประมาณเกือบชั่วโมง จากนั้นเป็นช่วงถามตอบปัญหาในการปฏิบัติ วันแรก ๆ ยังไม่ค่อยมีอะไรถามเพราะยังไม่ได้ปฏิบัติอะไรมากนัก วันหลังถามกันมาก คงเพราะเริ่มมีผลของการปฏิบัติเกิดขึ้นเป็นประจักษ์พยานว่าการฝึกจิตนั้น มีผล ไม่ได้หายใจทิ้งไปเปล่า ๆ บางคนเห็นนิมิตเป็นสมเด็จโต บางคนตัวลอยโคลงเคลง หลวงพ่อท่านตอบปัญหาแก้ไขให้จนหมด
ภาพพระอาทิตย์ตกริมสระน้ำที่ขุดนำดินขึ้นมาถมที่
กว่าจะได้จำวัด ดึกหน่อย เพราะหลังจากปล่อยโยมพักแล้ว พระมีประชุมกันต่อ เพื่อปรึกษาแนวทางในวันต่อไป กว่าจะได้พักก็ร่วม ๆ ห้าทุ่ม ตื่นตีสามสี่สิบห้า สู้กับความง่วง และความหนาว ที่ดูเหมือนอุณหภูมิจะลดลงอีกหน่อย
ทำวัตรเช้า กรรมฐาน ตีสี่ครึ่ง ถึง หกโมงเช้า ระหว่างที่พระบางรูปออกบิณฑบาต ต้องอยู่ที่สำนักคอยแนะนำ ญาติโยมเตรียมการตักบาตร
ฉันเช้าเสร็จ ฟังหลวงพ่อเช่นเคย รูปขวาคือหลวงพ่อสุรชัย รูปซ้ายมือ หลวงปู่จำนงค์
กำหนดการที่เหลือของวันนี้ คือเดินจงกรม สลับกับนั่งกรรมฐาน ทั้งเช้าและบ่าย เย็นมีการออกแรงสร้างบารมีด้วยการกวาดบ้าง ล้างบ้าง ถูบ้าง แล้วแต่สมควร หกโมงทำวัตร กรรมฐาน และถาม - ตอบปัญหา
สภาพกลดคืนที่ ๓ เหี่ยวนิด ๆ เพราะน้ำค้าง ได้หมอน ที่ปูนอน และผ้าห่ม ที่แม่ชีช่วยจัดหามาให้ พอบรรเทาความหนาวไปได้บ้างเหมือนกัน
พระอาทิตย์ขึ้น ถ่ายก่อนนี้สองรูป สวยกว่านี้แต่อัปโหลดไม่ขึ้น เลยได้รูปนี้แทน เห็นกุฏิริมน้ำด้วย
หลังจากทำวัตร กรรมฐาน บิณฑบาต ฉันเช้า ฟังธรรม แล้ว ญาติโยมเข้าศาลาฟังธรรมจากพระอาจารย์สันติ ก็ฟังผ่านลำโพงอยู่ด้านนอก ฟังไป เก็บกลด (ไม่เก็บกด) ไป
ความชื้นสูงมาก ใต้พื้นมุ้งเปียกหมดต้องผึ่งไว้ก่อน
แห้งดีแล้ว ม้วนใส่ห่อ เหลือเท่านี้
ผ้า และของที่ไม่ต้องใช้ ใส่ในบาตร เอาบาตรใส่ในย่าม บาตรพร้อม กลดพร้อม ไปไหนก็ย่อมได้ นี่คืออิสระของความไม่มีอะไร ไม่มีเหย้า ไม่มีเรือนให้ต้องห่วงหาอาลัย เคยมีผู้ขับกลอนให้ฟัง แต่จำมากระท่อนกระแท่นเหลือเกิน
อันตัวข้านี้คือราชา
สุญญตาเป็นราชินี
ปราสาทคือกลดนี้
โรงครัวมีบาตรใบเดียว ฯ
ไป ๓ คือ ไป ๓ ปี มีเท่านี้ บริขารเท่ากันนี้ อยู่ได้แล้ว นี่คือวิถีของภิกษุ
หลังฉันเพลแล้ว หลวงพ่อให้โอวาทธรรม เป็นการส่งท้าย เป็นปัจฉิมนิเทศให้แก่นักปฏิบัติทั้งหลาย เวลาบ่ายโมงหลวงพ่อให้ไปจัดการทำพิธีลาศีล ๘ รับ ศีล ๕ ให้โยม ๆ เป็นอันเสร็จสิ้นภารกิจช่วยจัดงานปฏิบัติธรรมคราวนี้
การไปช่วยงานประเภทนี้ มีดี คือนอกจากเป็นการช่วยเหลือเกื้อกูลผู้อื่นแล้ว ยังได้เกื้อกูลตัวเอง ได้เว้นว่าง วางจากงานประจำที่ต้องช่วยดูแลจัดการ มาทำงานทางจิตทางใจ ไปพร้อม ๆ กับนักปฏิบัติทั้งหลาย รู้สึกเหมือนได้เคาะสนิม เติมน้ำมัน กลับมารู้สึกสดใสมาก ๆ ขอแบ่งบุญให้ทุก ๆ ท่าน โปรดอนุโมทนากันเอาเองเถิด
บุญรักษาครับ
ของแถม แผนที่พุทธบวร มีใน google maps ด้วย แต่พิกัดเพี้ยนไปนิดเดียว จากพิกัดในแผนที่จริง ๆ ต้องเยื้องลงไปทางซ้ายเล็กน้อย จะเห็นหลังคาสีแดง ๆ และบ่อน้ำสี่เหลี่ยมใหญ่ ๆ ครับ
1 บล็อก
Subscribe RSS






















