รู้สึกว่าความเคลื่อนไหวของมหาโอ๊ทนั้น ชาวทวิตเตอร์คงจะทราบก่อนใคร ๆ เพราะว่ามีการทวีตเป็นระยะ ๆ โดยเฉพาะรูปถ่าย ที่อัปไว้ที่ pg นี้ ทุกรูปจะถูกทวีต และส่งไปไว้ที่ facebook ทันที
สองวันนี้ไป ๆ กลับ ๆ อยุธยา เพชรบูรณ์เป็นว่าเล่น เนื่องจากวันเสาร์ต้องไปเตรียมงาน ส่วนวันอาทิตย์ เป็นวันจริงไปทอดกฐินกัน
วันเตรียมงาน ออกจากวัดใหญ่กันแต่เช้า ด้วยรถกระบะคันเดียว พระ ๕ โยม ๒ เลยต้องอาศัยท้ายรถไป ไม่ได้เดินทางโดยนั่งท้ายกระบะนานมากแล้ว ลมแรง แดดดี แต่ก็แช่มชื่นใจ เพราะเป็นการเดินทางไปสร้างบุญสร้างกุศล
ไปถึงวัดโพธิ์ทอง ต.บ่อรัง อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ ก็พบว่าพระ และชาวบ้านกำลังเตรียมงานของตนอย่างสามัคคี และมีความสุข ในภาพพระรูปซ้ายมือสุด คือ พระอาจารย์มหาบรรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดใหญ่ชัยมงคล ส่วนรูปถัดมานั้น พระอธิการถวิล เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ทองครับ
แม่ครัวชุดใหญ่ อยู่วัดในเมือง ไม่ค่อยได้เห็นการรวมตัวของชาวบ้านมาทำกับข้าวกันข้ามวัน ข้ามคืนที่วัดอย่างนี้เท่าไร ไม่เหมือนสมัยเด็ก ๆ มีงานกันที ต่างคนต่างหอบกระต่างขูดมะพร้าวมาช่วยกันทำ ช่วยกันหุง ช่วยกันหา ภาพอย่างนี้ต้องสังคมชนบทสถานเดียวเท่านั้น
ฝ่ายแม่บ้านทำกับข้าว ส่วนฝ่ายพ่อบ้านเตรียมสถานที่
หลวงพี่โต วัดใหญ่ แสดงฝีมือผูกผ้าอันเลื่องชื่อ
แม้วัดจะอยู่ห่างไกล แต่ชาวบ้าน และพระ ร่วมใจกันบูรณะ ปฏิสังขร จนงดงามมาก ๆ ไม่ได้มาปีก่อนเพราะตรงกับกฐินวัดใหญ่ ปีนี้มาผิดหู ผิดตาทีเดียว ศาลาก็ซ่อมแซมใหม่ กุฏิก็สร้างใหม่
นอกเรื่อง โยมหาน้ำดำมาถวาย ไม่เคยเห็นกระป๋องรุ่นนี้เลยถ่ายรูปมาด้วย
เตรียมทำความสะอาดในโบสถ์
วัดโพธิ์ทอง ได้ชื่อมาจากต้นโพธิ์ยักษ์ อายุเป็นร้อยปี มีอยู่ ๕ ต้น ใหญ่มาก ๆ
อาชีพหลักของชาวบ้านคือเกษตรกรรม ส่วนพาหนะหลักก็ที่เห็นนี่แหละครับ
จัดสถานที่กันไป กันมา โยมอยากฟังธรรมะไปด้วย แถมพระอาจารย์ยังส่งไมค์ให้อีก พูดไม่ค่อยเก่งครับ แค่ชั่วโมงครึ่ง ก็เสียงแหบเสียงแห้งแล้ว บอกโยมขอพักฉันน้ำก่อน วางไมค์ได้พระอาจารย์บอก กลับวัด เลยอดพูดต่อเลย
ขากลับก็อาศัยท้ายรถ แต่สบายหน่อยเพราะไม่มีของ นอนมายาวเลย แดดพอมี สี่โมงเย็นแล้ว ไม่ค่อยร้อน ได้ผ้าจีวรคลุมโปง กันแดดไปได้พอสมควร
กลับวัดมาเกือบ ๆ ทุ่ม หมดเรียวหมดแรง พักผ่อนแล้ว เช้าเดินทางไปอีกรอบ รับหน้าที่คุมรถบัส ที่มีทั้งพระ แม่ชี และญาติโยม ออกเดินทางประมาณ ๗ โมงเช้า
แวะเข้าห้องน้ำกันที่ อ.ศรีเทพ มีขบวนแห่กระทงยักษ์ใหญ่สวนมาด้วย ดู ๆ แล้ว คงลอยน้ำไม่ได้แน่ ๆ
ถึงวัดโพธิ์ทองใกล้เพล ญาติโยมเยอะกว่าเมื่อวานอีก
กำลังช่วยกันนับปัจจัยสายอยุธยา ได้ ๓ แสนกว่า ๆ
ฉันเพล กับข้าวพื้นบ้านอย่างแกงบอน น้ำพริกปลาร้ากับสารพัดผัก น้ำยาป่าขนมจีน ไม่บอกหรอกว่ารสอร่อยไหม บอกแค่ว่า ฉันข้าวได้ ๓ จานเท่านั้นเอง
เที่ยงกว่า ๆ หลังจากพระฉันเสร็จ โยมอิ่มกันแล้ว ถวายผ้าป่าหางกฐิน และผ้าไตรจีวรแก่พระคุณเจ้าที่วัดโพธิ์ทอง
จากนั้นทำการแห่องค์ผ้ากฐินจากศาลาการเปรียญไปยังโบสถ์
ขบวนยาวมาก ๆ วนรอบโบสถ์ที ไม่รู้ว่าไหนหัว ไหนหาง ติดกันเป็นวงกลมเชียวครับ
แม่ชีศิริลักษ์ พานิชชีวะ เป็นประธานใหญ่ อุ้มผ้ากฐินเวียนรอบโบสถ์
เข้าโบสถ์ กล่าวคำถวายผ้ากฐิน โดยแม่ชีกล่าวนำ
ญาติโยม ล้นมานั่งกันข้างนอก เรื่องศรัทธาแล้วไม่ต้องห่วง ไม่มีกลัวเลอะเทอะ เปรอะเปื้อน ที่เห็นนั้งกันนี้ ไม่มีเสื่อสาดปูนะครับ พื้นล้วน ๆ
อปโลกน์กฐิน
กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศล เป็นอันเสร็จพิธี
เดินจากโบสถ์มาที่รถบัส ปรากฏว่าช่องเก็บของเต็มไปด้วย กล้วย แฟง มะละกอ พริกแห้ง หอม กระเทียม ชาวบ้านบ่อรังมีน้ำใจ ขนใส่รถส่งกลับอยุธยาหมดเลย ( เตรียมฉันเมนูกล้วย ไปอีก ๑ สัปดาห์เต็ม ๆ )
ขากลับแวะเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ พบว่าน้ำมากมาย ต้องเปิดประตูระบายตลอด
เรื่อย ๆ ไม่รีบร้อน แวะบ้างอะไรบ้าง มืดกลางทางตามระเบียบ
ถึงวัดเกือบ ๆ ๒ ทุ่มครึ่ง ปลงผม สรงน้ำ แล้วก็มาเขียนบล็อกนี้จนตาแทบปิดแล้วครับ ขอแบ่งบุญ แบ่งกุศลให้ทุก ๆ ท่านที่เข้ามาอ่านด้วย โปรดอนุโมทนากันเอาเองนะ ( ลืมบอกไป ยอดปัจจัยผ้าป่าหางกฐินได้ทั้งหมด ๕๗๑,๗๔๗ บาทครับ )
บุญรักษาครับ
หลายท่านที่ติดตาม @mahaoath คงทราบว่าวันนี้ที่วัดใหญ่ชัยมงคลมีงานบุญกฐิน เป็นงานใหญ่อีกงานหนึ่ง เพราะว่าบุญกฐินนี่แปลกกว่าทานอื่น ๆ ที่เป็นอามิสทาน หรือการให้วัตถุสิ่งของ มีกฎเกณฑ์ข้อจำกัดวิธีการตามพระวินัยไว้ละเอียดทีเดียว
กฐินเป็นชื่อของไม้สะดึง ไว้ขึงเย็บจีวรสำหรับพระที่เย็บจีวรเอง ชื่อก็บอกเป็นนัย ๆ ว่าต้องเกี่ยวกับผ้าแน่นอน
กฐินเป็นทานที่จำกัดวัตถุ คือต้องเป็นผ้าเท่านั้น อย่างอื่นนับเป็นบริวาณกฐิน
กฐินจำกัดผู้รับ ต้องเป็นพระที่จำพรรษาในอาวาสเดียวกัน ตั้งแต่ ๕ รูปขึ้นไปเท่านั้น
กฐินจำกัดเวลา ถวายได้ตั้งแต่ออกพรรษาถึงลอยกระทงเท่านั้น
กฐินจำกัดคราว ถวายได้วัดละ ๑ ครั้งต่อปีเท่านั้น
กฐินจำกัดประเภท ต้องเป็นสังฆทานเท่านั้น จะเจาะจงถวายรูปใดรูปหนึ่งไม่ได้
กฐินจำกัดงาน ต้องทำให้เสร็จภายในวันเดียวห้ามข้ามคืน
และกฐินเป็นพระบรมพุทธานุญาตของพระพุทธเจ้า ไม่มีทายกใด ๆ ทูลขอ พระองค์ทรงอนุญาตขึ้นเอง
อานิสงส์ของกฐิน ฝ่ายผู้ให้ ( ฆารวาส ) ท่านสอนกันว่าเท่ากับบวชลูกเป็นพระ ส่วนอานิสงส์ผู้รับนั้น คือพระได้ลดหย่อนทางวินัยบางข้อ กฐินเป็นทานอย่างเดียวที่มีอานิสงส์ทั้งผู้ให้และผู้รับ
กฐินที่วัดใหญ่ ปีนี้เป็นกฐินสามัคคีโดยมี บมจ.สยามแก๊ส ฯ เป็นประธานใหญ่เช่นเคย
แต่เช้าโยมมาเตรียมออกร้านโรงทาน เริ่มมื้อชาวด้วยปาท่องโก๋ ทอดใหม่ ๆ และกาแฟ
สถานที่ประกอบพิธี ถูกจัดเตรียมไว้ต้อนรับญาติโยม อย่างดี ๒ ที่ คือ โบสถ์ และศาลาการเปรียญ
คณะครูและนักเรียนจากโรงเรียนวัดใหญ่ชัยมงคล (ภาวนารังสี) พากันมาช่วยงานอย่างกุลีกุจอ
เจ้าหน้าที่ของวัดรอเขียนใบอนุโมทนาบัตรให้ญาติโยมที่มาทำบุญ
ต้นผ้าป่าจากโบ๊เบ๊ทาวเวอร์ ทำมาอย่างประณีต
ได้เวลาพระสงฆ์ลงศาลา เพื่อรอประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ฉลององค์กฐิน รับถวายภัตตาหารเพล และผ้าป่าหางกฐิน
ประธานฝ่ายฆารวาส มองเห็นอยู่ลิบ ๆ คุณโยม วรวิทย์ พัชรา วีรบวรพงศ์ ขออนุโมทนา
เจริญพระพุทธมนต์เสร็จ อาหารเพลมาถวายพระที่บนศาลา ส่วนโยม ๆ ทานกันด้านล่าง จัดไว้ชนิดทานกันเต็มที่ รสมือแม่ครัวอยุธยาแท้ ๆ
ฉันเพล - ทานอาหาร เสร็จ กลับขึ้นศาลา เพื่อรอถวายผ้าป่าหางกฐิน
ถวายผ้าป่าเสร็จแล้ว พากันแห่ผ้ากฐิน พร้อมด้วยเครื่องบริวาณ จากศาลาการเปรียญ ไปโบสถ์ โดยแห่ประทักษิณเวียนขวา ๓ รอบเพื่อเป็นศิริมงคล และแสดงความเคารพต่อสถานที่คืออุโบสถ
เข้าโบสถ์แล้ว ไม่มีภาพมาให้ดู เพราะไม่สะดวกเก็บภาพ ๑ ไม่ค่อยมีสัญญาณโทรศัพท์ ๑ ขออธิบายคร่าว ๆ คือ เมื่อพระ และโยมพร้อมกันในโบสถ์แล้ว ประธานนำกล่าวคำถวายกฐินแก่สงฆ์ สงฆ์รับแล้วทำการอปโลกน์ คือตกลงกันว่าจะมอบผ้าให้ผู้ใด ( ผ้ากฐินมีผืนเดียว ) ตกลงพร้อมใจถวายท่านเจ้าอาวาสเป็นองค์ครองเช่นเคย จากนั้นพระสงฆ์อนุโมทนาให้ญาตโยมกรวดน้ำรับพรกันอีกครั้ง
แต่นี้ไปเป็นพิธีของพระสงฆ์ล้วน ๆ คือการทำสังฆกรรมเนื่องด้วยกฐิน หรือที่เรียกว่ากรานกฐินให้เสร็จสิ้น เป็นอันเสร็จพิธีแต่เพียงเท่านี้
ยัง ยังไม่จบ ต้องเก็บของก่อน เตรียมมา ๕ วัน เก็บกัน ๓ ชั่วโมง เหนื่อยมากครับ
ขออนุโมทนากับญาติโยมทุกท่านที่ได้มาร่วม หรือแม่แต่ส่งใจมาร่วม หรือแค่อ่านเรื่องนี้แล้วคิดยินดีด้วย ก็อนุโมทนาเช่นกัน
บุญรักษาครับ
2 บล็อก
Subscribe RSS




















































