บล็อกเดือน พฤศจิกายน 2009
-
ต้อนรับบรรดาพระหนุ่มไฟแรงนิสิต มจร.
30.11.2009 19:57
-
รางวัลชมเชย
30.11.2009 18:54
-
ต้อนรับคณะเจ้ากรมยุทธบริการ
25.11.2009 15:55
-
ปักกลดโต้ลมหนาวที่พุทธบวร
23.11.2009 14:20
-
วันการศึกษาแห่งชาติ
14.11.2009 20:25
วันนี้มีโอกาสได้ให้การต้อนรับบรรดาพระนานาชาติ นิสิตคณะพุทธศาสตร์ มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย ที่มาลงพื้นที่วัดใหญ่ชัยมงคล และโรงเรียนวัดใหญ่ชัยมงคล (ภาวนารังสี) เพื่อประกอบการศึกษาวิชา Human and Society ( มนุษย์กับสังคม ) ครับ
หลังจากที่ปรึกษากันกับอาจารย์ประจำวิชาอยู่หลายต่อหลายรอบว่าจะพาพระนิสิตไปที่ไหน ไปดูอะไร นอกจากสังคมในวัดใหญ่ชัยมงคล ก็ได้ข้อสรุปว่า โรงเรียนวัดใหญ่ชัยมงคล (ภาวนารังสี) นี่เองน่าจะเหมาะสม เพราะพระนิสิตจะได้เห็นความเชื่อมโยงกันระหว่าง บ้าน - วัด - โรงเรียน ตามนโยบาย "บวร" อย่างชัดเจน
ช่วงบ่ายเมือคณะเดินทางมาถึง ทางโรงเรียนโดย ผอ.จุฑามาศ รอดภัย ได้ให้การต้อนรับอย่างเต็มที่ ทั้งสถานที่ และวิทยากร ทั้งที่เป็นครู ( คุณครูอภิญญา ) และนักเรียน ได้มากล่าวสรุปเกี่ยวกับโรงเรียน และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้พระนิสิตได้ถามคำถามอย่างเต็มที่
จากนั้นเราพากันเดินชมภายในโรงเรียนตั้งแต่ห้องอนุบาล ห้องประถม สำนักงาน ห้องดนตรี ห้องวิทยาศาสตร์ ห้องคอมพิวเตอร์ และห้องสมุด ตลอดทางพระนิสิตได้ให้ความสนใจซักถามอยู่ตลอดเวลา บางรูปยังได้แสดงความชื่นชม และมีความคิดจะนำกลับไปพัฒนาที่บ้านเกิดบ้าง
กลับมาที่ห้องประชุม คณะนักเรียนที่เป็นนักร้องประสานเสียงได้แสดงความสามารถให้พระนิสิตได้ชมกันด้วย
จากนั้นตัวแทนพระนิสิตได้กล่าวอนุโมทนา โรงเรียน และมอบของที่ระลึกให้กับ ผอ.จุฑามาศ
ถ่ายรูปหมู่กันหน่อย
เราย้ายจากโรงเรียนมาที่วัดใหญ่ชัยมงคล เพื่อแบ่งกลุ่ม โดยแบ่งออกเป็น ๒ กลุ่ม กลุ่มที่ ๑ มี พระอาจารย์มหาดวงดี เลขานุการคณะพุทธศาสตร์ มจร. และแม่ชีมาโก้ จากวัดใหญ่ชัยมงคล เป็นที่ปรึกษา และคอยให้ความช่วยเหลือในเรื่องการสื่อสารกับคนไทย กลุ่มนี้ให้ไปดูสังคมแม่ชี และนักท่องเที่ยวในวัดใหญ่ชัยมงคล ไม่ได้ไปด้วยเลยไม่มีภาพมาให้ดู
กลุ่มที่ ๒ มีพระมหาโอ๊ท กับ อ.ดร.มนตรา อาจารย์ประจำวิชาไปด้วย ไปดูในเรื่องสังคมพระและชาวบ้านที่มาค้าขายในวัด ก็ผลัดกันเล่า ผลัดกันถามแลกเปลี่ยนความรู้กันสนุกด้วย ได้ความรู้ด้วย
ภาพนี้พระนิสิตกำลังซักถามแม่ค้าขายลูกชิ้น เรียกว่าซักกันอย่างละเอียดยิบทีเดียว
จากบริเวณที่มีร้านค้า ก็พาไปที่พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช และต่อมาที่บ่อเต่า ดูจะชอบกันมาก ให้พระนิสิตได้ทดลองให้อาหารเต่าดูด้วย
จากนั้นเข้ายังอุโบสถเพื่อสักการะพระพุทธชัยมงคล พระประธานของวัดใหญ่ชัยมงคล ภาพมัวไปหน่อย แต่ก็เอาเถอะคนถ่ายมือใหม่ไม่คุ้นกับกล้อง
หลังจากนั้นเดินผ่านทางลานพระเจดีย์ชัยมงคล เพื่อมายังจุดนัดพบ เราจะมาทำ KM ( Knowledge Management - การจัดการความรู้ ) กันในบรรยากาศธรรมชาติที่สนามหญ้าข้างพระเจดีย์ ความจริงที่วัดมีอาคารรองรับได้แต่ว่ารู้สึกว่าการที่เรายิ่งได้ใกล้ชิดธรรมชาติมากเท่าไร เรายิ่งเข้าใจ และเห็นความจริงของธรรมะ ได้มากเท่านั้น เลยเลือกที่จะให้มา KM กันที่สนาม
ก่อนจะ KM เราเริ่มด้วยการทำกัมมัฏฐานกันก่อนเล็กน้อย พอให้ร่างกายและจิตใจมีความพร้อม จากนั้นก็ให้พระนิสิตผลัดกันเล่าถึงสิ่งที่ได้เรียนรู้ในการมาลงพื้นที่ในคราวนี้
ก่อนจะจบการลงพื้นที่ทางคณะให้กล่าวอะไรเล็กน้อย จึงได้แบ่งปันธรรมะไปนิดหน่อยมีใจความเป็นภาษาไทยคร่าว ๆ ว่า
"ภิกษุนั้น จะแสวงหาเงินทองสิ่งของมากมายหรือไม่ ไม่ใช่เรื่องสำคัญ สำคัญอยู่ที่ได้มาแล้ว จะใช้มันอย่างไรมากกว่า อย่างที่พระพุทธองค์ตรัสว่า ไม่มีสิ่งใดเป็นของ ๆ เรา ได้มาจากญาติโยมถวาย ก็ควรใช้ไปเพื่อให้เกิดประโยชน์กับผู้อื่น เหมือนกับแม่น้ำ แม่น้ำต้องมีทางให้น้ำไหลออก ไหลลงสู่ทะเล หากแม่น้ำนั้นตัน ไหลออกไม่ได้ ก็เป็นได้แค่หนองน้ำ หรือสระน้ำ ไม่เรียกว่าแม่น้ำ แม่น้ำมีทางไหลออกฉันใด ภิกษุควรทำตัวให้เหมือนกับแม่น้ำ ได้ปัจจัยมาแล้ว เหลือจากที่จำเป็นก็ให้แบ่งปันสู่ผู้อื่นฉันนั้นเหมือนกัน"
บุญรักษาครับ
แถมท้าย ต้องอนุโมทนากับแม่ชีมาร์โก้ ที่มาช่วยเป็นที่ปรึกษา และช่วยเป็นล่ามแปลภาษาให้ สาธุ สาธุ แม่ชีมาร์โก้ บวชอยู่วัดใหญ่ ฯ ได้สัก ๒ ปีแล้ว ก่อนหน้านี้ถ้าให้ทายคงทายไม่ถูกว่าเธอทำอะไรมาก่อน ลองดูเฉลยบน YouTube นี้แล้วกันครับ
หลังจากรอลุ้นไม่นาน ผลการประกวดแข่งขันเขียนเว็บไซต์ด้วย text editor ภาษา HTML ของทีมโรงเรียนวัดใหญ่ชัยมงคล (ภาวนารังสี) ก็ทราบอย่างเป็นทางการ ได้ ๕๙ คะแนน รางวัลชมเชย อีกคะแนนเดียวจะได้เหรียญทองแดงแล้วเชียว
แต่ไม่เสียใจเลย เพราะว่าหัดนักเรียนเริ่มจากไม่เป็นอะไรเลยเกี่ยวกับการเขียนเว็บไซต์ และถ้านับเวลาที่สอน ที่หัดกันจริง ๆ แล้ว มีประมาณ ๑๐ กว่าชั่วโมงเท่านั้น ได้แค่นี้ก็ดีใจแล้วครับ
ปีนี้ที่ได้อย่างมากคือประสบการณ์ โดยเฉพาะประสบการณ์ของผู้สอนคือหลวงพี่โอ๊ทนี่เอง ไม่รู้ว่าจะสอนอะไร เพราะไม่รู้ว่าโจทย์จะออกมาอย่างไร ตอนนี้ก็ได้รู้แล้ว สามารถกำหนดแนวทางในการสอนได้ง่ายขึ้น โจทย์หรือใบงานปีนี้มีอยู่ว่า
ให้นักเรียนเขียนโฮมเพจ โดยใช้ภาษา HTML ในหัวข้อเรื่อง "ท่องเที่ยวทั่วไทยกำไรชีวิต" โดยมีข้อกำหนดดังต่อไปนี้
- Link ในหน้าเดียวกันไม่น้อยกว่า ๓ จุด
- Link ไปหน้า WebPage อื่นไม่น้อยกว่า ๕ หน้า
- Link ไปหน้า HomePage อื่น ๆ ไม่น้อยก่วา ๕ HomePage
- Link ไป E-mail ไม่น้อยกว่า ๑ แห่ง
- แทรกรูปภาพตามความเหมาะสม
- สร้างคอลัมน์มไม่น้อยกว่า ๒ คอลัมน์
- สร้างเฟรมไม่น้อยกว่า ๓ เฟรม
- แทรกภาพเคลื่อนไหวไม่น้อยกว่า ๕ ภาพ
หมายเหตุ
- ให้ใช้ภาพที่คณะกรรมการเตรียมไว้ให้ แต่สามารถตกแต่างภาพด้วยโปรแกรมที่ถนัดได้
- ภาพหรือข้อความเคลื่อนไหวให้นักเรียนจัดทำเองด้วยโปรแกรมที่ถนัด
บันทึกไว้เป็นความรู้เผื่อไว้ใช้ในปีหน้าครับ
ภาพนี้วันแรก ๆ ที่นักเรียนมาหัดเขียนเว็บที่สำนักงานวัดใหญ่ชัยมงคล
วันนี้ให้ใช้เครื่องใหญ่ที่เป็น Ubuntu ( Linux ) มีข้อสังเกตว่า ทำไมผู้ใหญ่ใช้บอกว่ายาก แต่เด็ก ๆ จับทีสองที ก็ใช้ได้คล่องปรื๋อแล้ว แสดงว่าเด็ก ๆ รับอะไรแปลกใหม่ได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่ ?
สองภาพนี้ซ้อมใหญ่ ก่อนวันรุ่งขึ้นจะไปแข่งจริง
สนามแข่งขันโรงเรียนอยุธยาวิทยลัย พึ่งเคยเข้าไปครั้งแรก สมกับเป็นโรงเรียนประจำจังหวัดครับ อุปกรณ์การเรียนการสอน สารพัด ครบครันจริง ๆ โรงเรียนขยายโอกาส อย่างโรงเรียนวัดใหญ่ ฯ ทาบไม่ติดเลยทีเดียว
นอกจากประกวดเขียนเว็บแล้ว ยังมีการประกวดศิลปหัตถกรรมนักเรียนอีกหลายสาขาด้วยกัน นักเรียนหลากหลายโรงเรียนมากจึงเดินทางมาอวดฝีมือกันในช่วง ๓ วันนี้ การประกวดนี้เรียกอีกชื่อว่า Child Show 2009 ครับ
ห้องคอมพิวเตอร์ ๔ คอมเพียบ ติดแอร์ด้วย เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตทุกเครื่อง วันนี้ครูที่เป็นกรรมการใจดี นิมนต์ให้นั่งอยู่หลังห้อง และเปิดคอมต่อเน็ตให้ใช้ด้วย สบายไป
นักเรียนมาสายกันหลายโรงเรียนเลย สงสัยไปทานข้าวกลางวันกันไกล เพราะว่าแข่งตอนบ่าย
จะพยายามเก็บรวบรวมผลงานของนักเรียนทุกสาขาไว้ที่ http://sites.google.com/site/childshow2009 ครับ แวะไปดูกันได้
จบเอนทรี่นี้ไว้ก่อน เดี๋ยวจะเขียนอีกเอนทรี่ วันนี้ขยันอัปทีเดียว ๒ เอนทรี่เลย
บุญรักษาครับ
กลับมาจากพุทธบวร มาเจอลมหนาวที่วัดใหญ่ได้แป๊ปเดียว อากาศอุ่นขึ้นนิดหน่อย สังเกตดูตัวเอง ถ้าอากาศร้อนกลายเป็นเย็น จะไม่ค่อยเป็นอะไร แต่ถ้าอากาศหนาว ๆ กลับร้อนขึ้น มักจะป่วย คราวนี้ก็เหมือนกันครับ เมื่อวานนี้เจ็บคออย่างแรงทีเดียว คิดจะเก็บใบฟ้าทะลายโจรมาฉันอยู่ พอดีกับที่โยมกล้วยจาก รสส. นำแคปซูลฟ้าทะลายโจร ยาปะสะมะแว้ง ฯลฯ มาถวายก่อนเข้าประชุม นสส.อยุธยา สบายไปไม่ต้องทนฉันแบบขม ๆ
เช้ามาเสลดและน้ำมูกยังเขียวปั๊ด แต่อาการเจ็บคอลดลง ว่าจะพักแต่ก็มีงานรออยู่ วันนี้ พล.อ.ท. พิทยา แสงแผ้ว เจ้ากรมยุทธบริการ พร้อมด้วยนายทหารในสังกัด จะมาทำบุญ และทัศนศึกษาในวัดใหญ่ชัยมงคล หลวงพ่อมอบหมายให้ทำหน้าที่ให้พาชม พร้อมอธิบาย
เวลาประมาณ ๑๐ โมงเช้า คณะท่านเจ้ากรม เดินทางมาถึงอุโบสถวัดใหญ่ชัยมงคล กราบพระ บูชาพระ รับศีล ถวายสังฆทาน ถวายผ้าห่มองค์พระพุทธรูป แล้วจึงได้ถวายภัตตาหารเพลแด่ พระภิกษุ สามเณร และแม่ชี หมดทั้งวัด
ถึงเวลาพาเที่ยว จุดแรกคือ พระเจดีย์ชัยมงคล ที่สูงที่สุดในอยุธยา และมีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่รัชสมัยของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ต้องพาสังขารป่วย ๆ ตะกายขึ้นเจดีย์ แล้วบรรยายเคล้าเสียงหอบเป็นระยะ ๆ
ระหว่างเดินลง ถ่ายรูปเป็นหลักฐานไว้หน่อย แถวหน้าขวามือสุดคือเจ้ากรมยุทธบริการ ซ้ายมือสุดคือรอง
ต่อด้วยสักการะพระพุทธไสยยาสน์ ( พระนอน )
ศาลท่านพ่อสิทธิชัย
และพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช
จากนั้นคณะจะเดินทางไปวัดหน้าพระเมรุ ฯ วัดเชิงท่า ตามลำดับ ขออนุโมทนาไว้ที่นี้
ถึงตอนนี้พระมหาโอ๊ทแทบแย่ แดดแรงด้วย ป่วยด้วย กลับเข้าสำนักงานได้ ต้องแอบนั่งหอบอยู่พักใหญ่ทีเดียวครับ
บุญรักษาครับ
เคยเขียนถึงพุทธบวร สำนักปฏิบัติธรรมที่ อ.มหาราช อยุธยา ไว้แล้ว ที่เอนทรี่นี้ พุทธบวร มีสภาพเป็นป่าที่ปลูกขึ้น จากเดิมทีเดียวเป็นท้องนา เนื้อที่เกือบ ๓๐ ไร่ เมื่อแรกพัฒนาเป็นสำนักปฏิบัติธรรม ได้ทำการขุดดินเนื้อที่ ๘ ไร่ ขึ้นมาถมเนื้อที่ที่เหลือ ทำให้ไม่ต้องซื้อดินที่อื่น และได้แหล่งน้ำไว้ใช้สอยไปด้วยในตัว
อากาศฤดูหนาวกลางทุ่ง แม้จะมีต้นไม้ใหญ่ ๆ ทั้งประดู่ มะม่วง สะเดา ฯลฯ ที่ปลูกไว้เมื่อสิบปีก่อน จนโตใหญ่ในบัดนี้ ช่วยปะทะลมไว้ให้ ก็ยังคงเย็นยะเยือก แต่ถึงกระนั้นบรรดาผู้ปฏิบัติธรรมทั้งหลายต่างไม่ย่อท้อ
วันที่ ๑๙ บ่าย เตรียมสัมภาระแต่เช้า เพราะช่วงเพลโยมแม่มาทำบุญเลี้ยงพระ ชี ทั้งวัด เสร็จแล้วบ่ายโมงจึงแบกกลด สะพายบาตร เดินทางไปพุทธบวรทันที
ศาลาบูชาคุณ มีประวัติ ทั้งพระทั้งโยมช่วยกันสร้างมากับมือ พระป้อมจากวัดใหญ่ทราบดี ท่านลงไปอยู่ในหลุมเสา จนเกือบเป็นลมเพราะขาดอากาศหายใจ ปัจจุบันใช้เป็นศาลาปฏิบัติธรรม และห้องส่งวิทยุพุทธศาสนา พุทธบวร FM 93.5 MHz ( รับฟังได้ใกล้ ๆ เท่านั้น )
จัดแจงเตรียมที่พักตลอด ๓ คืน นอนกลดครับ เป็นร่มกว้าง ๆ ประกอบเข้ากับมุ้งกันยุง น้ำหนักเบาเหมาะสำหรับเดินทาง
มุมสงบของที่พัก
อีกฝากเป็นลานป่าที่ไว้ให้โยมผู้มาปฏิบัติธรรมการเต้นท์นอนกัน
วันนี้ไม่มีอะไรพิเศษ ทำวัตรเย็น กรรมฐาน แล้วประชุมวางแผนเตรียมต้อนรับโยมที่จะมาวันพรุ่งนี้ เสร็จแล้วแยกย้าย เข้าที่พัก รูปล่างนี้ถ่ายในกลด พยายามฉายไฟฉายแล้ว ได้แค่นี้ อยากให้เห็นว่าในกลดเป็นอย่างไรเท่านั้นเองครับ การนอนกลดนี้ต้องมีสติดีพอสมควร เพราะรอบข้างเป็นมุ้งที่แทบจะพอดีตัว ถ้านอนไม่ระวัง ส่วนใดของร่างกายไปแปะอยู่ติดมุ้ง รับรองว่า โดนยุงสอดปากเรียว ๆ มาขอแบ่งเลือดแน่นอน
ระฆังดังตีสี่เพื่อเป็นอาณัติสัญญาณว่าอีกครึ่งชั่วโมงเป็นเวลาทำวัตรเช้า ตื่นมารอตั้งแต่ตีสามสี่สิบห้าแล้ว ทำวัตรเสร็จ พระที่อยู่ประจำ ๆ ท่านออกไปบิณฑบาต กลับมาก็ได้เวลาฉันเช้า เสร็จแล้วฟังหลวงพ่อสุรชัย ฉนฺทสูโร เจ้าสำนัก กล่าวธรรมเป็นสัมโทนียกถา ตามปฏิบัติธรรมเนียมที่สำนัก
ประมาณ ๙ โมง ญาติโยมจาก PTT ICT ระยอง ชลบุรี และกรุงเทพ ฯ เดินทางมาถึง แต่เนื้อแต่งตัว เข้าพิธีบวชเนกขัมมะ ( ถือศีล ๘ ) เสร็จได้เวลาฉันเพลพอดี
ฉันเพล ทานข้าวกลางวัน ฟังหลวงพ่อสอนธรรม พักสักครู่ได้เวลาเดินจงกรม หลวงปู่บุญตา รับหน้าที่นำนักปฏิบัติเดินจงกรม
การเดินจงกรมไม่มีอะไรมากหรอกครับ แค่ให้รู้ เดินไปก็รู้ไป รู้กายก็ได้ รู้เวทนาก็ได้ รู้จิตก็ได้ รู้ธรรมก็ได้ เดินรู้ ไม่ใช่เดินหลง ไม่คิดไปที่อื่น ๆ รู้อย่างเดียว รู้สบาย ๆ
ภาพนี้บนดาดฟ้ากุฏิที่ถูกดัดแปลงเป็นหอสวดมนต์ได้ด้วย
มองลงไปเห็นแถวจงกรมแว่บ ๆ
หลังจากเดินจงกรมแล้ว มีนั่งกรรมฐาน ให้อารมณ์โดย หลวงปู่จำนงค์ อายุ ๘๖ ปี จากยโสธร ได้ฟังคำแรก คิดในใจว่า เฮ้ย รูปนี้ไม่ธรรมดา ตลอด ๓ วัน ท่านให้อารมณ์ได้อย่างต่อเนื่อง และชัดเจนมาก ๆ ที่พุทธบวรดีอย่างคือระบบเครื่องเสียง มีลำโพงเล็ก ๆ อยู่หลาย ๆ จุด สามารถฟังธรรมได้แม้ไม่ได้เข้าไปนั่งในศาลา ทำงานไปฟังไป นั่งใต้ร่มไม้ฟังไป นั่งรู้ไปพร้อม ๆ กับนักปฏิบัติด้านใน
ได้เวลาสมควรแล้ว ให้พักเพื่อเตรียมที่หลับที่นอน ดื่มน้ำปานะ อาบน้ำอาบท่า รอเวลาทำวัตรเย็น
พระอาทิตย์ตก ใกล้เวลาทำวัตรเย็นตอนหกโมง ที่สำนักพุทธบวรจะทำวัตรแปล และไม่เน้นการสวดพระปริต แต่จะสวดแปลบทธรรมสำคัญ ๆ ที่เป็นเครื่องสอนใจ เช่น ปฐมโอวาท ปัจฉิมโอวาท ฯลฯ ทำวัตรเสร็จ นั่งกรรมฐานต่อประมาณเกือบชั่วโมง จากนั้นเป็นช่วงถามตอบปัญหาในการปฏิบัติ วันแรก ๆ ยังไม่ค่อยมีอะไรถามเพราะยังไม่ได้ปฏิบัติอะไรมากนัก วันหลังถามกันมาก คงเพราะเริ่มมีผลของการปฏิบัติเกิดขึ้นเป็นประจักษ์พยานว่าการฝึกจิตนั้น มีผล ไม่ได้หายใจทิ้งไปเปล่า ๆ บางคนเห็นนิมิตเป็นสมเด็จโต บางคนตัวลอยโคลงเคลง หลวงพ่อท่านตอบปัญหาแก้ไขให้จนหมด
ภาพพระอาทิตย์ตกริมสระน้ำที่ขุดนำดินขึ้นมาถมที่
กว่าจะได้จำวัด ดึกหน่อย เพราะหลังจากปล่อยโยมพักแล้ว พระมีประชุมกันต่อ เพื่อปรึกษาแนวทางในวันต่อไป กว่าจะได้พักก็ร่วม ๆ ห้าทุ่ม ตื่นตีสามสี่สิบห้า สู้กับความง่วง และความหนาว ที่ดูเหมือนอุณหภูมิจะลดลงอีกหน่อย
ทำวัตรเช้า กรรมฐาน ตีสี่ครึ่ง ถึง หกโมงเช้า ระหว่างที่พระบางรูปออกบิณฑบาต ต้องอยู่ที่สำนักคอยแนะนำ ญาติโยมเตรียมการตักบาตร
ฉันเช้าเสร็จ ฟังหลวงพ่อเช่นเคย รูปขวาคือหลวงพ่อสุรชัย รูปซ้ายมือ หลวงปู่จำนงค์
กำหนดการที่เหลือของวันนี้ คือเดินจงกรม สลับกับนั่งกรรมฐาน ทั้งเช้าและบ่าย เย็นมีการออกแรงสร้างบารมีด้วยการกวาดบ้าง ล้างบ้าง ถูบ้าง แล้วแต่สมควร หกโมงทำวัตร กรรมฐาน และถาม - ตอบปัญหา
สภาพกลดคืนที่ ๓ เหี่ยวนิด ๆ เพราะน้ำค้าง ได้หมอน ที่ปูนอน และผ้าห่ม ที่แม่ชีช่วยจัดหามาให้ พอบรรเทาความหนาวไปได้บ้างเหมือนกัน
พระอาทิตย์ขึ้น ถ่ายก่อนนี้สองรูป สวยกว่านี้แต่อัปโหลดไม่ขึ้น เลยได้รูปนี้แทน เห็นกุฏิริมน้ำด้วย
หลังจากทำวัตร กรรมฐาน บิณฑบาต ฉันเช้า ฟังธรรม แล้ว ญาติโยมเข้าศาลาฟังธรรมจากพระอาจารย์สันติ ก็ฟังผ่านลำโพงอยู่ด้านนอก ฟังไป เก็บกลด (ไม่เก็บกด) ไป
ความชื้นสูงมาก ใต้พื้นมุ้งเปียกหมดต้องผึ่งไว้ก่อน
แห้งดีแล้ว ม้วนใส่ห่อ เหลือเท่านี้
ผ้า และของที่ไม่ต้องใช้ ใส่ในบาตร เอาบาตรใส่ในย่าม บาตรพร้อม กลดพร้อม ไปไหนก็ย่อมได้ นี่คืออิสระของความไม่มีอะไร ไม่มีเหย้า ไม่มีเรือนให้ต้องห่วงหาอาลัย เคยมีผู้ขับกลอนให้ฟัง แต่จำมากระท่อนกระแท่นเหลือเกิน
อันตัวข้านี้คือราชา
สุญญตาเป็นราชินี
ปราสาทคือกลดนี้
โรงครัวมีบาตรใบเดียว ฯ
ไป ๓ คือ ไป ๓ ปี มีเท่านี้ บริขารเท่ากันนี้ อยู่ได้แล้ว นี่คือวิถีของภิกษุ
หลังฉันเพลแล้ว หลวงพ่อให้โอวาทธรรม เป็นการส่งท้าย เป็นปัจฉิมนิเทศให้แก่นักปฏิบัติทั้งหลาย เวลาบ่ายโมงหลวงพ่อให้ไปจัดการทำพิธีลาศีล ๘ รับ ศีล ๕ ให้โยม ๆ เป็นอันเสร็จสิ้นภารกิจช่วยจัดงานปฏิบัติธรรมคราวนี้
การไปช่วยงานประเภทนี้ มีดี คือนอกจากเป็นการช่วยเหลือเกื้อกูลผู้อื่นแล้ว ยังได้เกื้อกูลตัวเอง ได้เว้นว่าง วางจากงานประจำที่ต้องช่วยดูแลจัดการ มาทำงานทางจิตทางใจ ไปพร้อม ๆ กับนักปฏิบัติทั้งหลาย รู้สึกเหมือนได้เคาะสนิม เติมน้ำมัน กลับมารู้สึกสดใสมาก ๆ ขอแบ่งบุญให้ทุก ๆ ท่าน โปรดอนุโมทนากันเอาเองเถิด
บุญรักษาครับ
ของแถม แผนที่พุทธบวร มีใน google maps ด้วย แต่พิกัดเพี้ยนไปนิดเดียว จากพิกัดในแผนที่จริง ๆ ต้องเยื้องลงไปทางซ้ายเล็กน้อย จะเห็นหลังคาสีแดง ๆ และบ่อน้ำสี่เหลี่ยมใหญ่ ๆ ครับ
ไม่มึใครตั้งให้ แต่ตั้งเองครับ ขอตั้งให้วันที่ ๑๔ พ.ย. ทุก ๆ ปี เป็นวันการศึกษาแห่งชาติ เพื่อเป็นการระลึกถึงวันนี้ ที่วัดใหญ่ชัยมงคล พระนครศรีอยุธยา เพราะว่าได้ให้การต้อนรับนักเรียน นักศึกษา ถึง ๓ คณะด้วยกัน
คณะแรกนักเรียนจากโรงเรียนบางปะอินราชานุเคราะห์ ๑ มากราบสนทนาธรรม ถามตอบกันอยู่นานพอสมควร เสียดายไม่ได้บันทึกเทปไว้ มึคำถามน่าสนใจมากมายครับ
ชุดนี้มาตอนเพล ไม่ใช้ใครที่ไหน iDoi หรือ @idoi จากสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาหาที่ถ่ายภาพตามโจทย์ที่ได้รับคือ "สามเณร" ที่วัดใหญ่ไม่มีเณรมากนัก แถมเป็นเณรโต ถ้าถ่ายภาพไปอาจนึกว่าเป็นพระ จึงแนะนำและประสานงานนิด ๆ หน่อย ๆ ให้ไปที่วัดกษัตราธิราช ซึ่งเป็นสำนักเรียน มีสามเณรเยอะ ยังไม่ทราบผลเลย ว่าได้ภาพหรือไม่อย่างไร เจ้าตัวยังไม่รายงานมาครับ
ชุดสุดท้าย ชุดใหญ่ อันที่จริงมาพร้อมกับชุดแรก แต่มาไว้สุดท้าย เพราะว่ามีเนื้อหาเยอะ นักศึกษาจากครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏขจันทรเกษม ที่มาลงพื้นที่เก็บข้อมูลไปทำงานวิจัยพรรณไม้ที่ขึ้นอยู่บนโบราณสถานในวัดใหญ่ชัยมงคล ชุดนี้เคยมาแล้วเมื่อวันที่ ๘ เขียนบล็อกเล่าไว้แล้ว ลองย้อนไปอ่านได้
ภาพนี้นักศึกษากำลังเก็บข้อมูล และตัวอย่างจากเจดีย์รายทิศเหนือ
อ.ดร.อนงค์ หัมพานนท์ และ อ.ดร.รัฐพล ศรประเสริฐ ( ถ้าจำนามสกุลผิด ขออภัยครับ ) กำลังเตรียมข้อมูลในคอมที่ศาลาการเปรียญ
นักศึกษากำลังเก็บข้อมูล และตัวอย่างจากผนังอุโบสถ วัดใหญ่ชัยมงคล
งานวิจัยชุดนี้ไม่ใช่เล่นครับ อ.รัฐพล แจ้งว่าอาจจะเป็นครั้งแรกที่มีการวิจัยพรรณพืชที่ขึ้นอยู่บนโบราณสถานโดยตรง เพราะเท่าที่สืบค้นจากแหล่งต่าง ๆ พบอย่างมากคือ พรรณพืชที่พื้นดินในเขตโบราณสถาน ไม่ใช่ที่ขึ้นกับตัวโบราณสถานโดยตรง งานวิจัยชุดนี้เมื่อสำเร็จแล้วจะเป็นข้อมูลปฐมภูมิอย่างดีในการต่อยอดงานวิจัยอื่น ๆ ตลอดจนเป็นข้อมูลในการดูแลรักษาโบราณสถานอันเป็นสมบัติของทุก ๆ คนอีกด้วย
มาดูนักศึกษารายงานการทำงานวันนี้กันครับ เสียดายแบตหมดบันทึกมาได้แค่ ๒ คนเท่านั้นเอง ไว้โอกาสหน้าคงจะมีโอกาสบันทึกให้ครบถ้วน และดีกว่านี้
บุญรักษาครับ
หลาย ๆ คนคงทราบว่า นอกจากงานทางพระพุทธศาสนาแล้ว มหาโอ๊ท ยังทำงานด้านการสื่อสารสุขภาพ ร่วมกับ แผนงานวิจัยระบบสื่อสารสุขภาพสู่ประชาชน (รสส.) และ นักสื่อสารสุขภาพ พระนครศรีอยุธยา (นสส.อยุธยา) อีกด้วย
ก่อนหน้านี้ไม่นานได้รับข่าวสารมาว่าที่สำนักปฏิบัติธรรม ธรรมสถาน พุทธบวร ได้ดำเนินการจัดตั้งสถานีวิทยุพระพุทธศาสนา คลื่น พุทธบวร FM 93.5 MHz ออกอากาศจากสำนัก ฯ ที่อยู่ที่ ต.บางนา อ.มหาราช อาจจะขอแบ่งเวลามาออกอากาศรายการเกี่ยวกับสุขภาพได้บ้าง จีงแจ้งข่าวให้ทีมงานทราบ พร้อมกับกราบนัดหมายหลวงพ่อสุรชัย ฉนฺทสูโร หัวหน้าสำนัก ฯ เพื่อพาทีมงานไปถวายเพล และสนทนากับหลวงพ่อในเรื่องนี้
พุทธบวร นี้มีประวัติยาวนานพอสมควรทีเดียว เดิมทีหลวงพ่อท่านปฏิบัติธรรมอยู่ในถ้ำ แถว ๆ ไทรโยค กาญจนบุรี มีโยมคนหนึ่งคือโยมนก ( ปัจจุบันเป็นแม่ชีนก อยู่ที่วัดใหญ่ชัยมงคล ) เริ่มปฏิบัติธรรม แล้ว เกิดสภาวะแปลก ๆ ไม่สามารถแก้ไขได้ จนธรรมจัดสรร ได้มาพบหลวงพ่อ และปฏิบัติธรรมเป็นลูกศิษย์ท่านมาเรื่อย วันหนึ่งทางป่าไม้มีการสอบเขตป่าสงวนที่ถ้ำ หลวงพ่อท่านยังอยู่ที่ถ้ำไม่ถึงสิบปีดี เลยต้องคืนที่ให้ป่าไม้ไป
แม่ชีนก พร้อมด้วยพ่อและพี่ ๆ น้อง ๆ จึงสร้างบารมีใหญ่ ด้วยการถวายที่ดิน ๒๙ ไร่ ที่ อ.มหาราช จ.อยุธยา ให้หลวงพ่อสร้างสำนัก จนทุกวันนี้หลวงพ่อท่านได้มาสร้างสำนักที่อยุธยา เกือบ ๑๐ ปีแล้ว ( อนุโมทนา สาธุ )
คณะของเราประกอบด้วย มหาโอ๊ท แม่ชีนก ญาติโยม จาก รสส. และ นสส.อยุธยา เดินทางไปถึงก็ร่วม ๆ เพล ( ๑๑.๐๐ น. ) ไปถึงก็จัดแจงเตรียมอาหารกัน ปล่อยให้ มหาโอ๊ท สนทนาธรรมกับหลวงพ่ออยู่พักหนึ่ง วันนี้โยม ๆ โชคดี มีพระภิกษุ และแม่ชี มาช่วยงานหลวงพ่อหลายรูปทีเดียว ทุกทีหลวงพ่ออยู่รูปเดียว เลยได้ทำบุญครบองค์สงฆ์ ( อนุโมทนา สาธุ )
ตามประเพณีของหลวงพ่อ คือ ฉันเสร็จจะแสดงธรรมให้ญาติโยม วันนี้หลวงพ่อแสดงเรื่อง กุศล คือความฉลาด มีอานิสงส์มากกว่า บุญ เพราะว่า กุศล ส่งได้ถึงอริยธรรม คือโลกุตตระ แต่บุญนั้นแค่โลกียธรรมเท่านั้น
พระสงฆ์ และญาติโยมนั่งตั้งใจฟัง ที่จริงได้บันทึกเสียงหลวงพ่อไว้ด้วย แต่ยังจัดการไม่เรียบร้อย คงต้องไว้มีโอกาสจะนำมาอัปโหลด แปะไว้ให้ฟังกัน
หลังฟังธรรมะแล้วโยมทานข้าว ได้ไปดูสถานีวิทยุ และดูคอมพิวเตอร์ให้หลวงพ่อ ไม่มีรูปสถานี มีแต่รูปใบประกาศตั้งสถานี
บ่าย ๆ ได้เวลา โยม ๆ จาก ร.พ.มหาราช และ สาธารณสุขอำเภอมหาราช มาถึง ก็เริ่มคุยงานกัน โดย คุณโยมกล้วย ผู้จัดการ รสส. ได้ชึ้แจงเรื่องการสื่อสารสุขภาพว่าเป็นมาอย่างไร มีประโยชน์อย่างไร โดยมี คุณโยมวัฒนา นสส.อยุธยา จาก ร.พ.พระนครศรีอยุธยา ช่วยเสริม
พอเริ่มเข้าใจกันแล้ว จึงขอโอกาสถามหลวงพ่อเรื่องสถานีวิทยุ ท่านเมตตา รับปากแบ่งเวลาให้ได้ เพื่อประโยชน์ของส่วนรวม แต่ต้องดูแลให้อยู่ในขอบเขตอันควร และไม่แสวงหาผลประโยชน์
นอกจากนั้นหลวงพ่อยังได้เล่าถึงประสบการณ์สุขภาพ โดยเฉพาะการรักษาโรคภูมิแพ้ ชนิดที่เกือบต้องผ่าตัด ด้วยธรรมะ ( บันทึกเสียงไว้เหมือนกัน โปรดรอฟัง )
ไม่นาน อ.ดวงใจ นสส.อยุธยา จากวิทยาลัยเทคนิคพระนครศรีอยุธยา ที่ช่วงเช้าพานักเรียนหัวกะทิไปรับทุน เดินทางมาถึง และหลวงพ่อท่านเมตตาเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้ซักถามข้อธรรมต่าง ๆ ได้ประโยชน์กันไปทั่วหน้า ( บันทึกเสียงไว้อีกแล้ว ) ( อนุโมทนา สาธุ )
สนทนาธรรมกันยาว ๆ โยมทางมหาราชมีงานต่อ กราบลากลับไปก่อน ส่วนคณะเราได้ขอโอกาสนิมนต์หลวงพ่อ นำชมสำนักทั่ว ๆ ล้วนประทับใจในความเป็นธรรมชาติ เป็นป่ากลางทุ่ง ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ใหญ่ที่รอร่มเงามาร่วม ๑๐ ปี นับจากวันที่ปลูก
สมควรแก่เวลาจึงกราบลาหลวงพ่อเพื่อเดินทางกลับ ( ศุกร์หน้าไปใหม่ครับ หลวงพ่อมีจัดปฏิบัติธรรมให้ชมรมปฏิบัติธรรม ของ ป.ต.ท. ระยอง จะไปช่วยท่าน ถ้าสบโอกาสจะนำมาเขียนให้อ่านกันอีก )
บุญรักษาครับ
วันนี้ได้มีโอกาสต้อนรับ คณะอาจารย์และนักศึกษา จาก มหาวิทยาลัยราชภัฎจันทรเกษม ที่มาลงพื้นที่ ทำงานวิจัยเกี่ยวกับพรรณพืชที่ขึ้นอยู่กับโบราณสถานต่าง ๆ ในวัดใหญ่ชัยมงคล และงานวิจัยเรื่องต้นกาฝากที่ขึ้นบนต้นไม้ในวัดใหญ่ชัยมงคล
นักศึกษาที่มาเป็นนักศึกษาคณะครุศาสตร์ทั้งหมด แต่มาคราวนี้มากับอาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ คือ โยมป้าตุ๊ ดร.อนงคณ์ หัมพานนท์ และ โยม ดร.รัฐพล เพราะว่าการทำวิจัยครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชาในคณะวิทยาศาสตร์
ภาคเช้าหลังจากแบ่งกลุ่ม แบ่งพื้นที่แล้ว นักศึกษาพากันทำการสำรวจ และเก็บตัวอย่างพรรณพืช จนเย็นจึงกลับมารวมกันที่ห้องประชุม สำนักงานวัดใหญ่ชัยมงคล เพื่อสรุปงาน จัดการกับตัวอย่างพืช
พลัดกันรายงาน คนต้น ๆ โดนดุมากหน่อย เพราะยังจับทางไม่ถูกว่า อาจารย์ต้องการให้พูดอะไรบ้าง
คนหลัง ๆ สบายหน่อย รู้ทางแล้ว ไม่ค่อยโดนดุเท่าไร
จากนั้น มีการสรุปชื่อหัวข้องานวิจัยเป็นภาษาไทย และภาษาอังกฤษ มีนักศึกษาเอกอังกฤษมาช่วยเป็นทีมสนับสนุนด้วยครับ
เสร็จแล้ว จัดการกับตัวอย่างที่เก็บมาโดยอัดแห้ง และดอง
อัดแห้ง
ดองในขวดชั่วคราว กลับไปค่อยไปถ่ายเปลี่ยน
โยมป้าตุ๊ หรือ ดร.อนงคณ์ หัมพานนท์ กำลังให้ความรู้กับนักศึกษา ก่อนปิดท้ายรายการ
นักศึกษากล่าวขอบคุณ
ก็ได้กล่าวตอบ ให้ธรรมะไปนิด ๆ หน่อย ๆ ตามสมควร แล้วก็ได้เวลาแยกย้าย แต่ว่านัดกันอีกทีวันเสาร์ที่ ๑๔ พฤศจิกายน มาลงพื้นที่กันอีกครั้ง
สรุปคร่าว ๆ จากที่ฟังนักศึกษารายงาน มีต้นไม้ที่ขึ้นตามเจดีย์ และกำแพงอยู่มากทีเดียว เป็นสิบ ๆ ชนิด ส่วนมากยังไม่ทราบว่าเป็นต้นอะไร นักศึกษาต้องไปทำการส่งให้กรมป่าไม้ระบุชนิด บางชนิดออกดอกสวยมาก ถ้าไม่สังเกต ก็เป็นแค่ต้นไม่ริมกำแพง ส่วนต้นที่รู้แน่ ๆ และมีอยู่ทั่วไปเลยคือ โพธิ์ และไทร ขึ้นได้ทุกทีจริง ๆ ครับ ทุกคนเจอหมด
ถ้ามีโอกาสจะมาบล็อกให้อ่านกันต่อครับ
บุญรักษาครับ
รู้สึกว่าความเคลื่อนไหวของมหาโอ๊ทนั้น ชาวทวิตเตอร์คงจะทราบก่อนใคร ๆ เพราะว่ามีการทวีตเป็นระยะ ๆ โดยเฉพาะรูปถ่าย ที่อัปไว้ที่ pg นี้ ทุกรูปจะถูกทวีต และส่งไปไว้ที่ facebook ทันที
สองวันนี้ไป ๆ กลับ ๆ อยุธยา เพชรบูรณ์เป็นว่าเล่น เนื่องจากวันเสาร์ต้องไปเตรียมงาน ส่วนวันอาทิตย์ เป็นวันจริงไปทอดกฐินกัน
วันเตรียมงาน ออกจากวัดใหญ่กันแต่เช้า ด้วยรถกระบะคันเดียว พระ ๕ โยม ๒ เลยต้องอาศัยท้ายรถไป ไม่ได้เดินทางโดยนั่งท้ายกระบะนานมากแล้ว ลมแรง แดดดี แต่ก็แช่มชื่นใจ เพราะเป็นการเดินทางไปสร้างบุญสร้างกุศล
ไปถึงวัดโพธิ์ทอง ต.บ่อรัง อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ ก็พบว่าพระ และชาวบ้านกำลังเตรียมงานของตนอย่างสามัคคี และมีความสุข ในภาพพระรูปซ้ายมือสุด คือ พระอาจารย์มหาบรรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดใหญ่ชัยมงคล ส่วนรูปถัดมานั้น พระอธิการถวิล เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ทองครับ
แม่ครัวชุดใหญ่ อยู่วัดในเมือง ไม่ค่อยได้เห็นการรวมตัวของชาวบ้านมาทำกับข้าวกันข้ามวัน ข้ามคืนที่วัดอย่างนี้เท่าไร ไม่เหมือนสมัยเด็ก ๆ มีงานกันที ต่างคนต่างหอบกระต่างขูดมะพร้าวมาช่วยกันทำ ช่วยกันหุง ช่วยกันหา ภาพอย่างนี้ต้องสังคมชนบทสถานเดียวเท่านั้น
ฝ่ายแม่บ้านทำกับข้าว ส่วนฝ่ายพ่อบ้านเตรียมสถานที่
หลวงพี่โต วัดใหญ่ แสดงฝีมือผูกผ้าอันเลื่องชื่อ
แม้วัดจะอยู่ห่างไกล แต่ชาวบ้าน และพระ ร่วมใจกันบูรณะ ปฏิสังขร จนงดงามมาก ๆ ไม่ได้มาปีก่อนเพราะตรงกับกฐินวัดใหญ่ ปีนี้มาผิดหู ผิดตาทีเดียว ศาลาก็ซ่อมแซมใหม่ กุฏิก็สร้างใหม่
นอกเรื่อง โยมหาน้ำดำมาถวาย ไม่เคยเห็นกระป๋องรุ่นนี้เลยถ่ายรูปมาด้วย
เตรียมทำความสะอาดในโบสถ์
วัดโพธิ์ทอง ได้ชื่อมาจากต้นโพธิ์ยักษ์ อายุเป็นร้อยปี มีอยู่ ๕ ต้น ใหญ่มาก ๆ
อาชีพหลักของชาวบ้านคือเกษตรกรรม ส่วนพาหนะหลักก็ที่เห็นนี่แหละครับ
จัดสถานที่กันไป กันมา โยมอยากฟังธรรมะไปด้วย แถมพระอาจารย์ยังส่งไมค์ให้อีก พูดไม่ค่อยเก่งครับ แค่ชั่วโมงครึ่ง ก็เสียงแหบเสียงแห้งแล้ว บอกโยมขอพักฉันน้ำก่อน วางไมค์ได้พระอาจารย์บอก กลับวัด เลยอดพูดต่อเลย
ขากลับก็อาศัยท้ายรถ แต่สบายหน่อยเพราะไม่มีของ นอนมายาวเลย แดดพอมี สี่โมงเย็นแล้ว ไม่ค่อยร้อน ได้ผ้าจีวรคลุมโปง กันแดดไปได้พอสมควร
กลับวัดมาเกือบ ๆ ทุ่ม หมดเรียวหมดแรง พักผ่อนแล้ว เช้าเดินทางไปอีกรอบ รับหน้าที่คุมรถบัส ที่มีทั้งพระ แม่ชี และญาติโยม ออกเดินทางประมาณ ๗ โมงเช้า
แวะเข้าห้องน้ำกันที่ อ.ศรีเทพ มีขบวนแห่กระทงยักษ์ใหญ่สวนมาด้วย ดู ๆ แล้ว คงลอยน้ำไม่ได้แน่ ๆ
ถึงวัดโพธิ์ทองใกล้เพล ญาติโยมเยอะกว่าเมื่อวานอีก
กำลังช่วยกันนับปัจจัยสายอยุธยา ได้ ๓ แสนกว่า ๆ
ฉันเพล กับข้าวพื้นบ้านอย่างแกงบอน น้ำพริกปลาร้ากับสารพัดผัก น้ำยาป่าขนมจีน ไม่บอกหรอกว่ารสอร่อยไหม บอกแค่ว่า ฉันข้าวได้ ๓ จานเท่านั้นเอง
เที่ยงกว่า ๆ หลังจากพระฉันเสร็จ โยมอิ่มกันแล้ว ถวายผ้าป่าหางกฐิน และผ้าไตรจีวรแก่พระคุณเจ้าที่วัดโพธิ์ทอง
จากนั้นทำการแห่องค์ผ้ากฐินจากศาลาการเปรียญไปยังโบสถ์
ขบวนยาวมาก ๆ วนรอบโบสถ์ที ไม่รู้ว่าไหนหัว ไหนหาง ติดกันเป็นวงกลมเชียวครับ
แม่ชีศิริลักษ์ พานิชชีวะ เป็นประธานใหญ่ อุ้มผ้ากฐินเวียนรอบโบสถ์
เข้าโบสถ์ กล่าวคำถวายผ้ากฐิน โดยแม่ชีกล่าวนำ
ญาติโยม ล้นมานั่งกันข้างนอก เรื่องศรัทธาแล้วไม่ต้องห่วง ไม่มีกลัวเลอะเทอะ เปรอะเปื้อน ที่เห็นนั้งกันนี้ ไม่มีเสื่อสาดปูนะครับ พื้นล้วน ๆ
อปโลกน์กฐิน
กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศล เป็นอันเสร็จพิธี
เดินจากโบสถ์มาที่รถบัส ปรากฏว่าช่องเก็บของเต็มไปด้วย กล้วย แฟง มะละกอ พริกแห้ง หอม กระเทียม ชาวบ้านบ่อรังมีน้ำใจ ขนใส่รถส่งกลับอยุธยาหมดเลย ( เตรียมฉันเมนูกล้วย ไปอีก ๑ สัปดาห์เต็ม ๆ )
ขากลับแวะเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ พบว่าน้ำมากมาย ต้องเปิดประตูระบายตลอด
เรื่อย ๆ ไม่รีบร้อน แวะบ้างอะไรบ้าง มืดกลางทางตามระเบียบ
ถึงวัดเกือบ ๆ ๒ ทุ่มครึ่ง ปลงผม สรงน้ำ แล้วก็มาเขียนบล็อกนี้จนตาแทบปิดแล้วครับ ขอแบ่งบุญ แบ่งกุศลให้ทุก ๆ ท่านที่เข้ามาอ่านด้วย โปรดอนุโมทนากันเอาเองนะ ( ลืมบอกไป ยอดปัจจัยผ้าป่าหางกฐินได้ทั้งหมด ๕๗๑,๗๔๗ บาทครับ )
บุญรักษาครับ
8 บล็อก
Subscribe RSS











































































































