บล็อกเดือน ตุลาคม 2009
-
อโยธารา วิลเลจ ที่ที่เวลาเดินช้าลง
27.10.2009 08:15
-
ทรัพยากรไทย : ผันสู่วิถีใหม่ในฐานไทย ( สวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน )
23.10.2009 20:30
-
ไทยสามัคคี ไทยเข้มแข็ง
20.10.2009 20:15
-
ทอดกฐิน
10.10.2009 16:33
-
ตักบาตรเทโว
05.10.2009 10:34
วันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๒ รับนิมนต์จาก "อโยธารา วิลเลจ" มาฉันเพล รับถวายไตรจีวร และพักค้างคืน เพื่อเป็นศิริมงคลแก่ รีสอร์ทในโอกาส เปิดมาได้ ๑ ปี
เมื่อ ๑ ปีก่อน วันที่เปิดไม่ได้มา แต่ตอนนั้นน้องชายยังบวชอยู่ ได้รับนิมนต์มาพักค้างคืนเช่นกัน เป็นธรรมเนียมของทางอยุธยา และอีกหลาย ๆ จังหวัด ที่จะนิมนต์พระลูก พระหลาน ไปพักค้างคืน ที่บ้าน เพื่อเป็นศิริมงคล และเพื่อไปแสดงธรรมโปรดญาติโยม แต่ว่างานนี้จะแปลกกว่านิดหนึ่ง เพราะแทนที่จะนิมนต์ไปที่บ้าน กลับนิมนต์ไปที่รีสอร์ท ซึ่งบริหารงานโดย ทิดเอ็ม ลูกพี่ลูกน้อง
โยมน้ามารับที่วัด มาถึงก็เพลพอดี ไม่ได้มาหลายเดือน ต้นไม้ได้ฝนดูเขียวชอุ่มขึ้นเป็นกอง
เรือนประภัสสร เป็นส่วนของ front และ function rooms
ต้อนรับทุก ๆ ท่านด้วยต้นไม้ และบรรยากาศไทย ๆ
ไม่รอช้า เพราะได้เวลา โยมรีบจัดเตรียมอาหารเพลอย่างรวดเร็ว ที่โต๊ะมองเห็นแม่น้ำลพบุรี ไหลเอื่อย ๆ ได้บรรยากาศน่าดู
น้ำมากทีเดียว ใกล้ลอยกระทงแล้ว
เสร็จภัตตกิจแล้ว ลงมาเดินย่อยริมแม่น้ำ ที่นี่จะมีด้านยาวทอดตัวขนานไปกับแม่น้ำ
นั่งพักผ่อนอิริยาบถที่ศาลาท่าน้ำ
เดินกลับมาโซนเรือนพัก เป็นทรงไทยทั้งหมด ๑๐ กว่าหลัง
ญาติโยม กำลังอร่อยกับกับข้าวก้นบาตร ขวามือสุดทิดเอ็ม ผู้บริหารอโยธารา วิลเลจ แห่งนี้
ส่วนของ front
สนทนากันไปเรื่อย ๆ กว่าจะได้เข้าเรือนพัก ก็บ่ายสองกว่า ด้านในของเรือนพักบรรยากาศไทย ๆ ผสมกับความสะดวกสบายแบบสมัยใหม่ ที่เห็นปูที่นอนเสริมไว้ เพราะว่าพระนอนบนเตียงสูงใหญ่ไม่ได้ผิดวินัย เลยต้องปูที่นอนเพิ่ม
ห้องน้ำในตัว ประตูบานคู่ มีดานแบบโบราณ เท่ดี
ในห้องน้ำ กว้างดี มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ
ขวามือเห็นหน้าต่าง เปิดได้ ใครอยากเห็นบรรยากาศสวนเขียว ๆ ระหว่างเข้าห้องน้ำก็เปิดหน้าต่าง มีม่านลูกไม้บังตาอีกชั้นพอไม่ให้โป๊
หกโมงกว่า โยมโทรขึ้นมาบอกว่ามากันครบ พร้อมถวายผ้าไตรจีวรแล้ว
นางเอกของงาน โยมยาย อายุ ๘๖ แล้ว หลง ๆ ลืม ๆ แต่อารมณ์ดี หัวเราะได้ตลอดเวลา ไม่เศร้า ไม่เครียด ใครอยู่ใกล้ก็มีความสุขไปด้วย
ถวายผ้าไตรจีวร พร้อมจตุปัจจัย
ผ้าจีวรต้องสั่งมาเป็นพิเศษจากกรุงเทพ เพราะโยมรู้ว่าตัวใหญ่ นุ่งห่มผ้าจีวรที่มีอยู่ตามร้านในอยุธยาไม่ได้
นั่งสนทนากันต่อ คุยกับโยมยายสนุกดีครับ
บรรยากาศยามค่ำของเรือนประภัสสร
ญาติโยมยังคุยกันอยู่ แต่ขอตัวกลับมาที่เรือนกาสะรองก่อน กลับมาออนไลน์ ที่นี่มี WiFi ให้บริการฟรีครับ เช็คงานทางเมล และทวีตเล็กน้อย ก็สรงน้ำ แล้วสวดชุมนุมเทวดา เชิญชวนเทวดาประจำรีสอร์ท มาร่วมกันเจริญจิตภาวนา นั่งสมาธิ ทำกรรมฐานได้พอสมควร แล้วจึงแผ่เมตตา อุทิศส่วนกุศลให้เจ้าที่เจ้าทางแถว ๆ นี้ ให้ช่วยปกป้องรักษา และค้ำจุนอโยธารา ให้เจริญ ๆ ยิ่ง ๆ ขึ้นไป จากนั้นพักผ่อน ปรากฏว่าหลับสบายมาก ๆ ตื่นมาด้วยความสดใส
หลังจากทำภารกิจส่วนตัวเสร็จ ลงจากเรือนไปฉันกาแฟที่ศาลาริมน้ำ ภาพนี้คือวิวมองจากเรือนกาสะรอง ที่พักเมื่อคืน
เรือนกาสะรอง
บรรยากาศโซนเรือนพัก
ฉันกาแฟ แกล้มสายน้ำ
สงบ ร่มรื่นดีมาก ๆ ครับ
เว็บไซต์ของอโยธารา วิลเลจ http://ayodhara.com
ฉันกาแฟไปพลาง คุยกับโยมแม่ และทิดเอ็มไปพลาง
ย้ายมาที่ห้องอาหาร เพื่อฉันเช้า
อาหารเช้า แล้วแต่เลือกบรรยากาศ จะในห้องอาหาร หรือริมแม่น้ำ ตามสะดวกเลยครับ
อาหารสำหรับแขกที่มาพัก เป็นแบบ buffet มีแบบฝรั่ง และข้าวต้มแบบไทย ๆ ตักได้ไม่อั้น แต่ว่าสำหรับพระต้องประเคน โยมเลยจัดมาให้เป็นชุด ๆ ไม่ต้องไปตักเอง
มานั่งอ่านหนังสือ ที่แพ หนังสือดี ๆ สักเล่ม กับบรรยากาศอย่างนี้ อยู่ได้เป็นวัน ๆ ไม่น่าเบื่อครับ
วิถึชีวิตริมแม่น้ำ เห็นลิบ ๆ คือชาวบ้านกำลังออกหาปลาด้วยการลงข่ายดักปลาในแม่น้ำลพบุรี
ใกล้ ๆ เพลออกจากอโยธารา วิลเลจ แวะฉันก๋วยเตี๋ยวร้านลุงเล็ก ใกล้วัดมหาธาตุ ก่อนกลับวัด
โยมมาส่งที่วัดแล้ว ก็นับว่าเสร็จสิ้นภาระกิจ รับศรัทธาญาติโยม จากอโยธารา เป็นที่เรียบร้อย
บุญรักษาครับ
ช่วงระหว่างวันที่ ๑๙ - ๒๕ ตุลาคมนี้ มีการจัดงานประชุมวิชาการ และนิทรรศการ ทรัพยากรไทย : ผันสู่วิถึใหม่ในฐานไทย จัดโดยโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี http://rspg.or.th ซึ่งมีส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างยิ่งกับวัดและโรงเรียน ตลอดจนประชาชนทุก ๆ คน เพราะว่าพืชนั้น เป็นแหล่งทรัพยากรสำคัญของมนุษย์ ต้นไม้ให้ทุกอย่างกับเราได้ ตั้งแต่ เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย อาหาร ยารักษาโรค และสิ่งอื่น ๆ อีกมากมาย การศึกษาเกี่ยวกับพืชในท้องถิ่น เพื่อให้เห็นคุณค่า และประโยชน์ ทำให้เรารู้ เข้าใจ รัก และหวงแหนทรัพยากรของเรา ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ทุก ๆ คนควรสร้างให้มีเป็นเกิดขึ้นกับตัวเอง
เพื่อให้ทางโรงเรียน ทั้งผู้บริหาร ครู และนักเรียน โรงเรียนวัดใหญ่ชัยมงคล ได้เห็นภาพของโครงการเหล่านี้ได้ชัดเจน จึงได้เชิญท่าน ผอ. จุฑามาศ รอดภัย พร้อมด้วยคุณครู และนักเรียนจำนวนหนึ่งไปชมนิทรรศการที่จัดขึ้นเพื่อแสดงผลงานของหน่วยงานต่าง ๆ ในโครงการนี้ ที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียว
เราออกเดินทางจากวัดใหญ่ชัยมงคล อยุธยา กันแต่เช้าพร้อม ๆ กับสายฝนที่ตกพรำ ๆ
ภาพนี้ไม่ชัดเป็นอย่างยิ่งเพราะรถกำลังแล่นกระเทือนเหลือเกิน
ใช้เวลาไปพอสมควรจึงมาถึงเขาเขียว ชลบุรี เมฆลอยต่ำสวยมากกว่าในภาพเยอะครับ เหมือนมีหิมะปกคลุมภูเขาทีเดียว
รถเราตามหลังรถนำเที่ยวของสวนสัตว์ มีการบรรยายไปด้วย ได้เปิดกระจกแอบฟัง ได้ยินบ้าง ไม่ได้ยินบ้าง ว่ากันไป
บริเวณที่จัดนิทรรศการเป็นหุบเขา ล้อมรอบด้วยต้นไม้ มีหนองน้ำใหญ่อยู่ตรงการ นักศึกษาที่พาชม ( นายชัช หรือ กนกพร จากวิทยาศาสตร์ รภ.จันทรเกษม ชุดที่มาลงพื้นที่ศึกษาพันธุ์ไม้ที่ วัดใหญ่ชัยมงคล เมื่อต้น ๆ ปีนี้ ) เล่าให้ฟังว่า กลางคืนมีสัตว์ป่าลงมาเยี่ยมเยียน และทิ้งหลักฐานเป็นรอยกัดกินต้นไม้ที่นำมาประดับนิทรรศการด้วย ผู้มาร่วมออกนิทรรศการ มีหลายหน่วยงานมาก ๆ ทั้งโรงเรียน วิทยาลัยอาชีวะ มหาวิทยาลัย หน่วยงานราชการ ที่สนองพระราชดำริ ในโครงการนี้ ซึ่งถ้าจะดูให้หมดอย่างละเอียดจริง ๆ คงใช้เวลาไม่น้อยกว่า ๓ วัน
จุดแรกที่แวะ คือส่วนของโครงการหลักก่อน เพื่อทราบคร่าว ๆ ว่า กิจกรรมของสวนพฤกษศาสตร์ในโรงเรียนมีอะไรบ้าง
จากนั้นเดินชมงานของโรงเรียน และหน่วยงานต่าง ๆ อธิบายคร่าว ๆ คือ โครงการสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนนั้น โรงเรียนที่เข้าร่วมต้องสร้างเสริมกระบวนการเรียนรู้เกี่ยวกับพันธุ์ไม้ต่าง ๆ ในโรงเรียน เพื่อนำไปสู้การต่อยอดความคิด สร้างเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ขึ้น และบูรณาการการศึกษาไปสู่วิชาการอื่น ๆ เรียกว่ามีพันธุ์ไม้หลัก ๑-๒ อย่าง เลือกออกมา แล้วนำมาเป็นแกนในการศึกษาหาความรู้อย่างมีประสิทธิภาพตามหลักทางวิทยาศาสตร์ และครอบคลุมไปสู่วิชาอื่น ๆ อย่างกว้างขวางนั่นเอง
หลังจากใช้เวลาไปเป็นชั่วโมง ๆ กับโรงเรียนต่าง ๆ ในที่สุดก็มาถึงส่วนของมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ที่่ถ่ายภาพกับบอร์ดนี้ จะให้ดูด้านซ้ายของรูป จะเห็นเจดีย์วัดใหญ่ ฯ ครับ อย่างที่บอกว่า รภ.จันทรเกษมได้มาใช้พื้นที่วัดใหญ่ชัยมงคลเป็นพื้นที่ในการศึกษา โดยมีทั้งอาจารย์ นักศึกษา พระ ครู และเด็กนักเรียนช่วยกันทำการศึกษา
ซูมให้เห็นกันใกล้ ๆ จะเห็นพระอ้วน ๆ เลือกรูปได้อ้วนมากครับ
ถ่ายรูปร่วมกันหน่อยที่หน้าบูธของราชภัฏจันทรเกษม สุภาพสตรีคนกลางที่ใส่เสื้อลายดอกโสน แต่ไม่ได้ใส่เบลเซอร์ คือ ผอ.รร.วัดใหญ่ชัยมงคล
ย้ายจากนิทรรศการกลางแจ้ง เข้าห้องประชุม ฟังการนำเสนอของหน่วยงานต่าง ๆ ที่มาแสดงนิทรรศการกันบ้าง แต่ฟังได้ไม่นาน เพราะเกรงว่าจะกลับมืด แต่ก็ได้เห็นภาพรวม ว่าการนำโรงเรียนเข้าโครงการ ฯ ต้องเตรียมตัวอย่างไร และได้ประโยชน์อย่างไรบ้าง งานนี้ ผอ. และครู ไฟลุกท่วม คงได้เห็นผลงานเป็นรูปเป็นร่างไม่ช้าก็เร็วแน่ ๆ
เดินทางกลับ แวะหากาแฟสด และห้องน้ำ พร้อมของฝากกันเล็กน้อย ชื่อร้านแถวนี้แปลก ๆ ดี ทะเลเดือดงี้ ร้อยลีลางี้
เส้นทางที่ไปคือทางหลวงหมายเลข ๙ และหมายเลข ๗ ผ่านด่านเก็บเงิน เที่ยวละ ๔ ด่าน ด่านละ ๓๐ บาท รวม ๒๔๐ บาท ค่าเข้าสวนสัตว์ ถ้าบอกว่ามานิทรรศการไม่คิดนะครับ ใครจะไปถือว่าเป็นโอกาสดีทีเดียว ปกติคิดเป็นรายหัว กับค่านำรถยนต์เข้าอีกต่างหาก งานยังมีอีก ๒ วัน สุดท้ายวันที่ ๒๕ นี้ แต่ว่าอาจจะเหลืออะไรให้ชมน้อยหน่อย เพราะมากันไกล ๆ หลายวันแล้วด้วย ทะยอยกลับกันไปแล้วก็มาก
ปิดท้ายด้วยวีดีโอคลิป ตัวอย่างการบูรณาการจากการศึกษาพันธุ์พืช เข้ากับวิชาดนตรี โดยนักเรียนจากโรงเรียนประทาย จ.นครราชสีมา
บุญรักษาครับ
วันนี้สาย ๆ หลวงลุงยูร ผู้ทำหน้าที่แจกกิจนิมนต์โทรมานิมนต์ไปวัดไชยวัฒนารามตอนเย็น ไม่รู้เรื่องรู้ราว ว่านิมนต์ไปทำอะไรหรอกครับ มารู้ต่อเมื่อถึงหน้างานแล้วนั่นเอง
ลงสะพานหน้าวัดกษัตราธิราช ช่วงจะเลี้ยวเข้าถนนที่ไปวัดไชย ฯ รถรามากมายติดขัดพอสมควร ส่วนมากเป็นรถข้าราชการ ทั้งตำรวจ ทหาร พลเรือน และยังมี นักศึกษาวิชาทหาร และ อปพร. ด้วย มากันเต็มไปหมด ข้าราชการพลเรือนจะมาด้วยชุดเสื้อลายดอกโสน สดใสดี ส่วนที่เหลือมาในเครื่องแบบของตน
ถึงวัดไชย ฯ ก็ให้ถึงบางอ้อ ที่แท้นิมนต์มางานไทยสามัคคี ไทยเข็มแข็ง ที่เห็นร้องเพลงชาติออกทีวีทุกเย็น ( ไม่เคยได้ดูทีวีกับเขาหรอกครับ ทราบมาจากทวิตเตอร์อีกที ) วันนี้เป็นวาระของพระนครศรีอยุธยา ซึ่งนอกจากราชการแล้ว ยังนิมนต์ และเชิญนักบวชจากศาสนาต่าง ๆ เช่น พุทธ คริสต์ อิสลาม มาด้วย
มาถึงก็เข้าที่ อยู่ด้านบนสุดครับ ไม่ค่อยเห็นปะรำ หรือเห็นอะไร ๆ กับเขาหรอก ตอนไปถึงแดดยังดี
จังหวัดเลือกจัดที่วัดไชย ฯ เพราะว่ามองจากวัด ข้ามแม่น้ำไปฝั่งโน้นเป็น พระตำหนักสิริยาลัยครับ
ตรงกลางพระภิกษุสงฆ์
ทางขวาอิสลาม
ทางซ้ายคริสต์
ระหว่างนี้ นอกจากการซักซ้อม แล้ว ด้านล่างมีการแสดงของจังหวัดคั่นเวลาไปเรื่อย ทั้งดุริยางค์ของ ร.ร.จอมสุรางค์อุปถัมภ์ หรือสำนักดาบพุทไธยสวรรค์ ปางช้างอยุธยา ฯลฯ ขนกันมาเต็มที่
แต่ไม่นานฝนเริ่มลงเม็น
อยู่ใต้ฟ้าอย่ากลัวฝนครับ ตกได้ไม่นานเท่าไร แต่หนาเม็ดพอดู เปียกปอน แต่ไม่มีใครถอย
ขณะที่กำลังกังวลกันว่าใกล้เวลาถ่ายทอดสดแล้ว ฝนฟ้าไม่เป็นใจอยู่นั้นเอง เหมือนมีใครมาปิดก็อกครับ ฝนขาดเม็ดไปเสียสนิท ก่อนเวลา ๑๘ นาฬิกาไม่นาน
สองภาพนี้ถ่ายตอนซ้อมครั้งสุดท้าย อยากให้มองไกล ๆ เห็นประชาชนโบกธงกันไหว ๆ เต็มไปหมด
เมื่อถึงเวลา เพลงพม่าประเทศ ( ที่ได้ยินกันทุกว้นก่อนเพลงชาติ ) ก็ดังขึ้น แล้วตามด้วยเสียงประชาชนร่วมกันร้องเพลงชาติ สนั่นหวั่นไหวไปหมด ถึงกับขนลุกขนพองด้วยความปีติ จบเพลงชาติ วงดุริยางค์ ร.ร. จอมสุรางค์อุปถัมภ์ บรรเลงเพลงสดุดีมหาราชา ระหว่างที่ประชาชนร้องเพลงกัน พระก็ทำการเจริญจิตภาวนาถวายเป็นพระราชกุศล
หลังจากนั้น ก็เป็นการปิดพิธี ด้วยการร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีสนั่นไปทั่วคุ้งน้ำทีเดียว
กว่าจะเสร็จฟ้าก็มืดแล้ว
เสร็จพิธีแล้ว ความทุลักทุเลพึ่งเริ่มขึ้น ดินโดนฝนกลายเป็นโคลนลื่น ๆ ผู้คนนับพัน รถยนต์นับร้อย ถ้าใครเคยไปที่วัดไชย ฯ คงทราบว่าถนนแคบนิดเดียว รถติดเป็นกิโล
รถตู้คันที่นั่งไป โทรติดต่อไม่ได้ สัญญาณโทรศัพท์ล่ม คาดว่าเพราะทุกคนโทรหารถตัวเองกันหมด สุ่มเดินไปทางทิศใต้ ที่คนรถบอกไว้ตอนมาส่ง เดินแล้ว หยุดแล้ว หลายรูปเริ่มท้อ เพราะเดินอย่างไม่มีจุดหมาย
สุดท้ายได้ตัดสินใจเดินไปให้ถึงวัดกลางคลองตะเคียน ก็ประมาณ ๓ กิโลเมตรได้ เดินไปเลยครึ่งทาง สามารถโทรศัพท์ติดต่อกับรถได้ รถไปจอดที่วัดกลาง ฯ ดังคาด ได้ขึ้นรถก่อนถึงวัดกลาง ฯ นิดหน่อย ผจญกับรถติดอีกเล็กน้อย ย้อนกลับเลยหน้าวัดกลาง ฯ ก็โล่งแล้ว ใช้เวลาไม่นานก็ถึงวัดใหญ่ ฯ
สรุปว่างานนี้มีหลายรสน่าดู
บุญรักษาครับ
เพิ่มเติม ๒๑ ต.ค. ๕๒ มีอัปโหลดไว้บน youtube แล้ว นำมาให้ดูกันครับ
เทปแรกนี้ดูนาทีที่ 6.32 จะเป็นมหาโอ๊ทแว่บ ๆ ครับ
หลายท่านที่ติดตาม @mahaoath คงทราบว่าวันนี้ที่วัดใหญ่ชัยมงคลมีงานบุญกฐิน เป็นงานใหญ่อีกงานหนึ่ง เพราะว่าบุญกฐินนี่แปลกกว่าทานอื่น ๆ ที่เป็นอามิสทาน หรือการให้วัตถุสิ่งของ มีกฎเกณฑ์ข้อจำกัดวิธีการตามพระวินัยไว้ละเอียดทีเดียว
กฐินเป็นชื่อของไม้สะดึง ไว้ขึงเย็บจีวรสำหรับพระที่เย็บจีวรเอง ชื่อก็บอกเป็นนัย ๆ ว่าต้องเกี่ยวกับผ้าแน่นอน
กฐินเป็นทานที่จำกัดวัตถุ คือต้องเป็นผ้าเท่านั้น อย่างอื่นนับเป็นบริวาณกฐิน
กฐินจำกัดผู้รับ ต้องเป็นพระที่จำพรรษาในอาวาสเดียวกัน ตั้งแต่ ๕ รูปขึ้นไปเท่านั้น
กฐินจำกัดเวลา ถวายได้ตั้งแต่ออกพรรษาถึงลอยกระทงเท่านั้น
กฐินจำกัดคราว ถวายได้วัดละ ๑ ครั้งต่อปีเท่านั้น
กฐินจำกัดประเภท ต้องเป็นสังฆทานเท่านั้น จะเจาะจงถวายรูปใดรูปหนึ่งไม่ได้
กฐินจำกัดงาน ต้องทำให้เสร็จภายในวันเดียวห้ามข้ามคืน
และกฐินเป็นพระบรมพุทธานุญาตของพระพุทธเจ้า ไม่มีทายกใด ๆ ทูลขอ พระองค์ทรงอนุญาตขึ้นเอง
อานิสงส์ของกฐิน ฝ่ายผู้ให้ ( ฆารวาส ) ท่านสอนกันว่าเท่ากับบวชลูกเป็นพระ ส่วนอานิสงส์ผู้รับนั้น คือพระได้ลดหย่อนทางวินัยบางข้อ กฐินเป็นทานอย่างเดียวที่มีอานิสงส์ทั้งผู้ให้และผู้รับ
กฐินที่วัดใหญ่ ปีนี้เป็นกฐินสามัคคีโดยมี บมจ.สยามแก๊ส ฯ เป็นประธานใหญ่เช่นเคย
แต่เช้าโยมมาเตรียมออกร้านโรงทาน เริ่มมื้อชาวด้วยปาท่องโก๋ ทอดใหม่ ๆ และกาแฟ
สถานที่ประกอบพิธี ถูกจัดเตรียมไว้ต้อนรับญาติโยม อย่างดี ๒ ที่ คือ โบสถ์ และศาลาการเปรียญ
คณะครูและนักเรียนจากโรงเรียนวัดใหญ่ชัยมงคล (ภาวนารังสี) พากันมาช่วยงานอย่างกุลีกุจอ
เจ้าหน้าที่ของวัดรอเขียนใบอนุโมทนาบัตรให้ญาติโยมที่มาทำบุญ
ต้นผ้าป่าจากโบ๊เบ๊ทาวเวอร์ ทำมาอย่างประณีต
ได้เวลาพระสงฆ์ลงศาลา เพื่อรอประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ฉลององค์กฐิน รับถวายภัตตาหารเพล และผ้าป่าหางกฐิน
ประธานฝ่ายฆารวาส มองเห็นอยู่ลิบ ๆ คุณโยม วรวิทย์ พัชรา วีรบวรพงศ์ ขออนุโมทนา
เจริญพระพุทธมนต์เสร็จ อาหารเพลมาถวายพระที่บนศาลา ส่วนโยม ๆ ทานกันด้านล่าง จัดไว้ชนิดทานกันเต็มที่ รสมือแม่ครัวอยุธยาแท้ ๆ
ฉันเพล - ทานอาหาร เสร็จ กลับขึ้นศาลา เพื่อรอถวายผ้าป่าหางกฐิน
ถวายผ้าป่าเสร็จแล้ว พากันแห่ผ้ากฐิน พร้อมด้วยเครื่องบริวาณ จากศาลาการเปรียญ ไปโบสถ์ โดยแห่ประทักษิณเวียนขวา ๓ รอบเพื่อเป็นศิริมงคล และแสดงความเคารพต่อสถานที่คืออุโบสถ
เข้าโบสถ์แล้ว ไม่มีภาพมาให้ดู เพราะไม่สะดวกเก็บภาพ ๑ ไม่ค่อยมีสัญญาณโทรศัพท์ ๑ ขออธิบายคร่าว ๆ คือ เมื่อพระ และโยมพร้อมกันในโบสถ์แล้ว ประธานนำกล่าวคำถวายกฐินแก่สงฆ์ สงฆ์รับแล้วทำการอปโลกน์ คือตกลงกันว่าจะมอบผ้าให้ผู้ใด ( ผ้ากฐินมีผืนเดียว ) ตกลงพร้อมใจถวายท่านเจ้าอาวาสเป็นองค์ครองเช่นเคย จากนั้นพระสงฆ์อนุโมทนาให้ญาตโยมกรวดน้ำรับพรกันอีกครั้ง
แต่นี้ไปเป็นพิธีของพระสงฆ์ล้วน ๆ คือการทำสังฆกรรมเนื่องด้วยกฐิน หรือที่เรียกว่ากรานกฐินให้เสร็จสิ้น เป็นอันเสร็จพิธีแต่เพียงเท่านี้
ยัง ยังไม่จบ ต้องเก็บของก่อน เตรียมมา ๕ วัน เก็บกัน ๓ ชั่วโมง เหนื่อยมากครับ
ขออนุโมทนากับญาติโยมทุกท่านที่ได้มาร่วม หรือแม่แต่ส่งใจมาร่วม หรือแค่อ่านเรื่องนี้แล้วคิดยินดีด้วย ก็อนุโมทนาเช่นกัน
บุญรักษาครับ
เมื่อวานวันปวารณา วันนี้เป็นวันเทโวโรหณะ หรือวันคล้ายวันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์คราวที่ทรงจำพรรษาแสดงธรรมโปรดพระพุทธมารดา
วันนี้ทุก ๆ วัดคงจัดงานบุญงานกุศลกัน ยิ่งถ้าวัดไหนมีภูมิประเทศ หรือมีสิ่งปลูกสร้างสูง ๆ มีบันไดให้เดินขึ้นลงได้ คงจะจัดให้มีการตักบาตรเทโว แบบจำลองเหตุการณ์ครั้งนั้นแน่นอน ที่วัดใหญ่ก็เช่นกัน
ก่อนเริ่มพิธี รถอัญเชิญพระพุทธรูปปางทรงบาตร มาเตรียมรออยู่แล้ว
เทวดา กับนางฟ้า ก็พร้อม
ญาติโยมทะยอยกันมาเตรียมจับจองพื้นที่ที่ทางวัดจัดไว้ให้
พระสงฆ์ สามเณร พากันขึ้นยังพระเจดีย์ชัยมงคล หลวงพ่อพระครูพิสุทธิ์บุญสาร เจ้าอาวาสวัดใหญ่ชัยมงคล แสดงความแข็งแรง ขึ้นไปรอลูกวัดอยู่ด้านบน
ขึ้นไปให้สุด
ภายในองค์พระเจดีย์ ประดิษฐานพระพุทธรูปหลายองค์
ได้เวลาพร้อมเพรียงกันออกเดินบาตรลงมาจากพระเจดีย์ สวยงามมาก ๆ ครับ
เต็มบาตรไปหลายรอบ ต้องอาศัยลูกศิษย์ช่วยถ่ายบาตรขนไปเข้าโรงครัว
สังขารไม่เที่ยง นั่งหอบกันเป็นแถว
หลังจากตักบาตรเทโวเรียบร้อย มีพิธีทำบุญ ฟังเทศน์ ฟังธรรม ตามประเพณี เป็นอันเสร็จสิ้นพิธีทางศาสนาเนื่องในวันเทโวโรหณะ แรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ แต่เพียงเท่านี้
วันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๒ ที่วัดใหญ่ชัยมงคล มีพิธีทอดกฐิน ถ้ามีโอกาสจะ LIVE ให้ชมกันอีกครับ
บุญรักษา
ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ แล้วครับ ตามปฏิทินเรียกว่าวันออกพรรษา จริง ๆ แล้ว เป็นวันมหาปวารณา คือวันที่พระพุทธองค์ทรงอนุญาตให้พระทำการปวารณายอมตนให้พระรูปอื่นที่อยู่จำพรรษาด้วยกันครบ ๓ เดือน ได้ว่ากล่าวตักเตือนข้อที่บกพร่องต่อพระธรรมพระวินัย ปวารณาแล้วยังต้องอยู่วัดห้ามไปค้างอ้างแรมที่ไหนอีก ๑ คืน ดังนั้นออกพรรษาจริง ๆ เป็นวันรุ่งขึ้น คือวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑
วันนี้ที่วัดมีงานบุญออกพรรษาตามประเพณี เริ่มตั้งแต่ตี ๔ ครึ่ง พระนัดหมายกันลงโบสถ์เพื่อสวดมนต์ทำวัตรเช้า รอได้อรุณ พระอาทิตย์จับขอบฟ้าแล้วจึงประกอบพิธีปวารณา เสร็จแล้วออกบิณฑบาตกันตามปกติ รอเวลา ๘ นาฬิกาจึงลงศาลาการเปรียญเพื่อประกอบพิธีทำบุญตักบาตร
เช้านี้ที่อยุธยา ฟ้าใสมาก ๆ
ก่อนเวลา ๘ นาฬิกา ญาติโยมพากันนำภัตตาหารหวานคาวมาตักบาตร
เสร็จแล้วเข้าศาลามานั่งสนทนากันไปพลาง ๆ รอเวลาเริ่มพิธี
พระสงฆ์ สามเณร ลงนั่งยังอาสนสงฆ์เรียบร้อย
ไหว้พระกราบพระ สมาทานศีล
หลังจากนี้ไม่มีภาพมาให้ดูแล้ว เพราะไม่เหมาะที่จะเก็บภาพ ขอบรรยายเป็นตัวหนังสือแล้วกัน หลังจากโยมรับศีลแล้ว พระเจริญบทถวายพรพระ หรือ พาหุงมหากา แล้วโยมบูชาข้าวพระพุทธ ถวายทานพระสงฆ์
ระหว่างที่พระส่วนมากทำภัตตกิจ พระอาจารย์มหาบรรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสได้ขึ้นธรรมาสน์แสดงพระธรรมเทศนา ๑ กัณฑ์ จบพร้อม ๆ กับที่พระรูปอื่น ๆ ฉันเสร็จพอดี
จากนั้นเป็นพิธีถวายผ้าจำนำพรรษา เสร็จแล้วท่านเจ้าอาวาสได้กล่าวสัมโมทนียกถาเล็กน้อยแล้วอนุโมทนาเป็นภาษาบาลีให้ญาติโยมกรวดน้ำตามแบบแผนศาสนพิธี กราบลาพระอีกครั้ง เป็นอันจบพิธีการทำบุญตักบาตร ฟังเทศน์ฟังธรรมตามประเพณี
หลังจากญาติโยมส่วนใหญ่กลับกันแล้ว พระสงฆ์องค์สามเณรพร้อมด้วยแม่ชีแม่พราหมณ์ ได้ทำวัตรสวดมนต์เช้ากันอีกรอบเพื่อความพร้อมเพรียง มีการสมาทานอุโบสถศีล และแสดงพระธรรมเทศนาอีก ๑ กัณฑ์ ( กัณฑ์นี้แสดงเอง คงจะนำไปไว้ให้ฟังกันที่เว็บหลัก http://mahaoath.com ขอตัดต่อและอัปโหลดก่อน )
นำเรื่องราวมาเล่าขานไว้ในอินเทอร์เน็ต ใครผ่านไป ผ่านมา จะได้ไม่หลงลืมประเพณีที่มีมาช้านาน วันพระสะดวกวัดไหน ไปวัดนั้น เพื่อความสุขความเจริญของทุกท่านเอง
บุญรักษาครับ
6 บล็อก
Subscribe RSS































































































