ไม่ได้มาเขียนบล็อกที่่ PG นานมากๆๆๆ มาเปิดดูว่าจะย้อนเวลาเขียนเล่าเรื่องราวต่างๆ ตามที่มีอยู่ในอัลบั้มภาพ แต่ระยะเวลากว่า ๔ เดือน ภาพเยอะแยะ เรื่องแยะเยอะ ย้อนความจำกันไม่หวาดไม่ไหว
ขอวาร์ปข้ามเวลา จากเอนทรี่ที่แล้ว ธันวาคม ๕๒ มาเป็นปลายๆ มีนาคม ต่อ ต้นเมษายน ๕๓ ช่วงปิดเทอมฤดูร้อนที่ตามธรรมเนียมหลายๆ วัดจัดให้มีการบวชเณรภาคฤดูร้อนกัน
วัดใหญ่ชัยมงคลก็ไม่เว้น ที่นี่เรากำหนดวันไว้แน่นอนทุกๆ ปี บวชวันที่ ๓๐ มีนาคม - ๕ เมษายน รวม ๗ วันพอดี ดูรูปกันดีกว่าครับ
วันซ้อมขานนาค นักเรียนมากันนิดเดียวเอง
ถึงวันบวช พ่อนาคทั้งหลายทานข้าวต้มกันที่โรงเรียนวัดใหญ่ชัยมงคล (ภาวนารังสี)
ได้เวลาแห่นาค
เข้าสู่พิธีการบรรพชา ณ ศาลาพระกรรมฐาน วัดใหญ่ชัยมงคล
พระครูพิสุทธิ์บุญสาร เจ้าอาวาส เป็นพระอุปัชฌาย์
สละชุดขาว มาห่มผ้าเหลืองแล้ว
แยกย้ายกันไปหาที่ผูกกลด ( ปีนี้ผูกไว้พอเป็นพิธี ตกเย็นเรียกเข้ามานอนในอาคารทั้งหมด )
กิจวัตรแต่ละวัน
ตื่นแต่เช้ามืด ชุลมุนกันน่าดู ห่มผ้ากันทั้งๆ เมาขี้ตา แต่ต้องรีบตื่นมาสวดมนต์ทำวัตรเช้า
จากนั้นก็ได้เวลาบิณฑบาต
ฉันภัตตาหาร เช้า เพล ฉันกันในถาดหลุม อารมณ์เหมือนเข้าค่าย พระก็ฉันถาดหลุมเหมือนกับน้องเณรด้วยนะ
มีการเจริญจิตภาวนา ทั้งนั่งกรรมฐาน และเดินจงกรม วันละ ๒ รอบ ก่อนฉันเพล กับก่อนจำวัด
บ่ายๆ พักผ่อน
ฟังธรรมบรรยาย ช่วงเย็นๆ ก่อนสวดมนต์ทำวัตรเย็น
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว จนในที่สุดก็ถึงวันสุดท้าย
วันลาศีล
หลังจากจบงานนอนป่วยเป็นอาทิตย์ หวัดลงคอ คงเพราะนอนน้อยครับ จำวัด ๕ ทุ่มกว่าๆ ตื่นตี ๔ ทุกวันๆ โทรมน่าดู
ปีหน้ามาเจอกันใหม่นะน้องเณรทะโมนทั้งหลาย
บุญรักษาครับ
๑๘ - ๒๔ ธ.ค. ๒๕๕๒ ได้มีโอกาสเดินทางไปร่วมเรียนรู้ธรรมชาติทั้งภายในและภายนอก รวมทั้งศึกษาวัฒนธรรมปกากญอ ที่ ต.สะเมิงใต้ อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ โดยเดินทางไปกับผู้บริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ นักเรียนและนักศึกษาของโรงเรียนรุ่งอรุณ และสถาบันอาศรมศิลป์ ได้รับความประทับใจมากมาย ทั้งจากทางผู้ที่เดินทางไปด้วยกัน และจากชาวบ้านที่ให้การต้อนรับอย่างดี ที่สำคัญที่สุด คือประทับใจในธรรมะชั้นสูงของชาวบ้านที่เรียนรู้มาจากการได้อยู่กับธรรมชาติตลอดเวลา
ก่อนออกเดินทาง ตระเตรียมบริขาร
ไม่ว่าจะเดินทางนานแค่ไหน ก็มีแค่นี้ ดังคำพระท่านว่า เบาดุจนกนำปีกบินไป
รอรถไฟที่สถานีอยุธยา
ถึงเวลา แต่กลายเป็นขบวนอื่นเสียได้ ขบวนที่จะไปยังไม่มา ช้าตามเคย
คณะเดินทางที่ขึ้นรถมาจากกรุงเทพ ฯ ซ้ายมือ คือ โยมหมอ นักศึกษาสถาปัตย์ ป.โท สถาบันอาศรมศิลป์ ที่ทำหน้าที่เป็นเด็กวัดกิตติมศักดิ์ตลอดการเดินทาง ขออนุโมทนา
คืนแรกนอนบนรถไฟ
เช้า ถึงสถานีเชียงใหม่ มีงานแทรก คือมอบทุนทำค่ายอาสาให้กับนักศึกษารัฐศาสตร์ มช. ที่ได้ขอทุนมายังโครงการ "สายลมแห่งอาสา"
เดินทางต่อด้วยรถสองแถวแดงประจำเมืองเชียงใหม่
ระหว่างนี้ไม่มีภาพอัปขึ้น PG เพราะไม่สะดวกเรื่องของสัญญาณโทรศัพท์ แต่ได้อัปโหลดไว้ที่ Photobucket ลองแวะไปดูได้
คืนแรกเราพักกันในหมู่บ้าน วันรุ่งขึ้นเข้าป่าเพื่อปลีกวิเวก โดยการแยกย้ายกันหาที่พักไม่ให้เห็นกัน ไม่ให้มีอาหาร มีแต่น้ำดื่ม เป็นเวลา ๒ คืน กับ ๑ วันเต็ม ๆ เพื่อให้เห็นสภาวธรรมต่าง ๆ ทั้งภายใน และภายนอกได้ชัดเจนยิ่งขึ้น จนครบกำหนด จึงกลับมารวมกันเพื่อแบ่งปันประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้ แล้วถึงเดินทางกลับหมู่บ้าน
ในระหว่างที่เราอยู่ในป่า คณะจิตอาสาจาก ร.ร.รุ่งอรุณ และสถาบันอาศรมศิลป์ เดินทางมาที่หมู่บ้านเพื่อสร้างโรงเรียน เราออกจากป่ามาปรากฏว่าโรงเรียนเกือบเสร็จสมบูรณ์ทีเดียว ทำงานกันเร็วมาก ๆ
วันสุดท้านก่อนกลับมีพิธีเปิดโรงเรียน และบายศรีตามประเพณีปกากญอด้วย
พักกันที่หมู่บ้านอีก ๑ คืน วันรุ่งขึ้นเดินทางกลับ ระหว่างรอรถไฟ ได้ไปร้านดังของเชียงใหม่ คือ Love at first bite. ไม่ได้ฉันอะไรนอกจากกาแฟ เพราะเลยเพลไปแล้ว
คนซ้ายเป็นอาจารย์อยู่อาศรมศิลป์ คนขวาเป็นเด็กวัดกิตติมศักดิ์อีกคนหนึ่ง
บันทึกไว้เพียงเท่านี้ก่อน ส่วนรายละเอียดเต็ม ๆ รวมทั้งความรู้ ความรู้สึก ประสบการณ์ นำไปเขียนไว้ที่ สายลมแห่งปัญญา นะครับ
บุญรักษาครับ
วันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๒ ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสต้อนรับนักศึกษาจากคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษมอีกครั้งหนึ่ง เป็นการมาเก็บข้อมูลทำวิจัย และโครงงานวิทยาศาสตร์เพิ่มเติมจากครั้งก่อน ๆ
นักศึกษาที่มามีทั้ง ครุศาสตร์บัณฑิต เอกวิทยาศาสตร์ มาทำวิจัยเรื่องพรรณพืชที่ขึ้นอยู่บนโบราณสถานวัดใหญ่ชัยมงคล พร้อมกับเรื่องของกาฝากที่ขึ้นบนต้นไม้ในวัดใหญ่ชัยมงคล และนักศึกษา เอกภาษาอังกฤษ ที่มาทำโครงงานวิทยาศาสตร์เรื่องสิ่งแวดล้อมที่มีผลกระทบต่อการท่องเที่ยวเชิงศาสนาและวัฒนธรรม
คงไม่เขียนบันทึกไว้มาก เพราะมากันบ่อย ๆ ไว้สรุปทีเดียวตอนผลงานวิจัย และโครงงานวิทยาศาสตร์ เสร็จสมบูรณ์แล้วจะดีกว่า ครั้งนี้มีรูปไม่มากนัก เชิญชมครับ
อัสมา กำลังถ่ายภาพกาฝากที่ขึ้นอยู่กับต้นลั่นทม
สูงมากเก็บตัวอย่างไม่ได้ ถ่ายภาพไปอย่างเดียว
ทำ KM หรือ การจัดการความรู้ เป็นสิ่งสำคัญในการศึกษา
ดูคลิปนักศึกษาในระหว่างจัดการความรู้ได้ที่ http://www.youtube.com/user/oathello#g/c/D2D55D5484D582AC
วันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๕๒ ที่ผ่านมาเกือบเอาชีวิตไม่รอดแล้วครับ วันนี้มีนัด รับนิมนต์ไปบรรยายที่คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร นครปฐม เวลาบ่ายโมง
ตามกำหนด เรากะกันว่าช่วงเช้าโยมมารับ จะพากันไปกราบสรีระของพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ ( อดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง ) ที่มรณะภาพไปแล้ว แล้วไปฉันเพลกันที่บ้านใหม่ของ โยม อ.สุวิดา อาจารย์คณะอักษรศาสตร์ที่เป็นผู้นิมนต์มาบรรยาย
ปรากฏว่าขณะที่ออกเดินทางนั้นเอง รู้สึกเหมือนมีอะไร แปล๊บ ๆ ที่หลัง สังหรณ์ว่าเป็นแมลงสักอย่างกัด หรือต่อยเอา เวลาผ่านไปประมาณ ๒๐ นาที เริ่มมีอาการที่คุ้นเคย คือหูอื้อ และร้อนที่ใบหน้า สันนิษฐานได้ทันทีว่า มดตะนอย อีกแล้ว
ปีนี้เป็นปีแห่งมดตะนอยเลยก็ว่าได้ เพราะโดนต่อยทั้งหมด ๔ หนแล้ว แต่ละหน ความรุนแรงของอาการแพ้เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ครั้งแรก แค่ปวด ๆ ครั้งที่สอง เป็นผื่นลมพิษ ครั้งที่สาม หูอื้ัอ จมูกบวม ปากบวม แต่ครั้งนี้สุด ๆ ไปเลยครับ
ทีแรกก็คิดว่าคงเป็นอย่างครั้งที่ ๓ คือหูอื้อ จมูกบวม ปากบวม เฉย ๆ แล้วสักพักก็ดีขึ้น แต่ไม่เป็นอย่างนั้น คราวนี้พ่วงอาการหายใจไม่ออกด้วย ที่ว่าหายใจไม่ออกนั้น ไม่ออกอย่างเดียว หายใจเข้าได้สบาย ๆ แต่ตอนหายใจออก รู้สึก มันตีบตันไปหมด ไม่ยอมออก ก็แย่ซิครับ เพราะหายใจเอาของเก่าออกไม่ได้ จะหายใจเอาของใหม่เข้าไปได้อย่างไร ถูกไหม ต้องอาศัยการไอ เพื่อให้ลมออกจากปอดได้
ถึงห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลเกษมราษฎร์รัตนาธิเบศร์ได้ พยาบาลนำเครื่องวัดความดัน ชีพจร ออกซิเจนในเลือดมาใส่อย่างรวดเร็ว ผลคือ ความดันสูงมาก ชีพจรสูงมาก แต่ออกซิเจนต่ำอย่างน่ากลัว สายออกซิเจนถูกนำมาเสียบเข้าจมูกอย่างรวดเร็ว พร้อมด้วยคุณหมอมาดูอาการ และสั่งฉีดยาแก้แพ้ในทันใด
หน้าแดงปั๊ดครับรูปนี้ เป็นผลมาจากอาการแพ้พิษมดตะนอย
หลังจากได้รับยา และออกซิเจน ไม่นานอาการก็ดีขึ้น ความดันลด ชีพจรลด ออกซิเจนในเลือดเพิ่ม หายใจได้ดี แต่คุณหมอขอให้นอนรอดูอาการก่อน
หน้าหายแดงแล้วครับ
ระหว่างนอนอยู่ในห้องฉุกเฉิน ก็มีสหธรรมิกที่นัดกันไว้ที่ ทับแก้ว กำลังจะผ่านมาทางนี้ เลยแวะมาสมทบกันที่ ร.พ. เลย คณะเราเลยมีโยม ๑ พระ ๓
ออกจากโรงพยาบาลได้ ๑๐ โมงกว่า ๆ รีบบึ่งไปนครปฐมทันใด เพื่อให้ทันฉันเพลตามที่ได้รับนิมนต์ไว้ ตัดกำหนดการไปวัดไร่ขิงไปโดยปริยาย
ไปถึงบ้านโยม ๑๑ โมงครึ่ง ทันได้ฉันเพลพอดี ฉันเสร็จก็เคลื่อนพลไปที่คณะอักษรศาสตร์ คราวนี้บรรยายกันในห้องคอมพิวเตอร์เลยครับ เพราะว่ากะจะ workshop ด้วย แต่ไม่ทัน แค่บรรยาย ๒ ช่วง ตอบคำถามอีกนิดหน่อยก็หมดเวลาแล้ว
ห้อง ๓๐๓ ตึก อ.๓๖ ห้องที่บรรยาย
นักศึกษาเริ่มทะยอยมา
บรรยายไปด้วยความสนุกสนาน เพราะนักศึกษาตั้งใจฟัง และมีการโต้ตอบตามสมควร ไม่เหงา ทำให้พูดไปได้เรื่อย ๓ ชั่วโมงไม่ทันรู้ตัว เรื่องที่บรรยายไป มีหัวข้อหลักคือ "กุศลกรรม และอกุศลกรรมบนโลกอินเทอร์เน็ต" แถมด้วยการบรรยายจุดประกายให้ผู้ฟังตระหนักถึงโทษของการใช้ software เถื่อน พร้อมทั้งแนะนำ software ทดแทนที่เป็น freeware และ open source software ในหัวข้อบรรยายว่า "เลิกก่ออาชญากรรมกันเถิด" ลองดูสไลด์กันครับ
กุศลกรรมและอกุศลกรรมบนโลกอินเทอร์เน๊ต
ส่วนเทปวีดีโอ บันทึกการบรรยายนั้น กำลังรอให้ทาง โยมสุวิดา ส่งมาให้อยู่ เลยไม่มีมาให้ชมกันในตอนนี้ครับ
บรรยายเสร็จ ทีแรกว่าจะไปกราบหลวงพ่อวัดไร่ขิงกัน แต่ว่าเย็นมากแล้วเลยยกเลิกแผน เดินทางเข้ากรุงเทพเพื่อส่งพระอัครกิตติ์ ( http://akkarakitt.exteen.com ) ที่วัดราชสิทธาราม
ตอนจะกลับอยุธยา เราไม่วิ่งออกทางเดิมคือวงแหวนตลิ่งชันสุพรรณ แต่ตกลงกันว่าจะผ่าเข้าเมืองไปดูไฟ แถว ๆ ราชดำเนินสักหน่อย สมใจอยากทีเดียว ปิดถนน รถติด ต้องวิ่งอ้อม ๆ ไปโผล่ถึงสวนมะลิ ต้องแวะเข้าห้องน้ำกันที่ โรงพยาบาลหัวเฉียว เลี้ยวไปขึ้นทางด่วนที่หัวลำโพง ต่อด้วยอุดรรัถยา พามาวังน้อย ค่อย ๆ เข้าอยุธยา ปาไปเกือบ ๆ ๔ ทุ่ม ( ส่วนโยมที่มาส่งต้องกลับบ้านที่กรุงเทพอีก ถึงบ้านร่วม ๕ ทุ่ม ) หมดแรงไปตาม ๆ กัน
หลายรสชาดดีครับวันนี้ บทเรียนที่สำคัญคือ ชีวิตคนเราสั้นนัก แม้มดตะนอยเพียวตัวเดียว ก็อาจจบชีวิตเราได้ ไม่พึงประมาทในชีวิต อย่าผัดวันประกันพรุ่ง ทำความเพียรเสียแต่วันนี้ วันพรุ่งนี้อาจไม่มีแก่เรา
บุญรักษาครับ
วิ่งรอก ๒ วัด ๒ งานใหญ่ ช่วงที่ญาติโยมหยุดเทศกาลวันพ่อแห่งชาติ หรือวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ของพวกเราทั้งหลาย
งานแรกที่วัดใหญ่ชัยมงคลเอง คือมีการจัดหลักสูตรปฏิบัติธรรมถวายเป็นพระราชกุศล ให้กับคณะจากช่อง ๗ สี ทีวีเพื่อคุณ และ บ.มินิแบร์
ภาพที่มีทุกบ้าน ภาพนี้อยู่ที่กุฏิครับ เป็นพระบรมฉายาลักษณ์ขณะทรงผนวช
เช้าวันที่ ๕ คณะผู้ปฏิบัติธรรม ทะยอยมาลงทะเบียน
เสื้อตัวนี้เก๋จังเลย
ห่มสะไบกันไม่เป็นต้องให้ผู้เชี่ยวชาญแนะนำ
ระหว่างพิธีสมาทานศีล แว่บมาจัดเตรียมสถานที่ ที่ศาลากัมมัฏฐานหลังใหม่ หลังใหญ่ อลังการ
รอพระอาจารย์มาให้กัมมัฏฐาน
กัมมัฏฐานในอิริยาบถนั่ง
พาผ่านไทม์แมชชีน ข้ามมาวันที่ ๗ ช่วงลาศีลเลย เพราะในระหว่างนั้นไม่ได้เข้าไปเก็บภาพไว้ ไม่อยากรบกวนการปฏิบัติของญาติโยมครับ
พิธีลาศีล โดยหลวงพ่อ พระครูพิสุทธิ์บุญสาร เจ้าอาวาส เป็นประธาน ญาติโยมกล่าวขอขมาพระสงฆ์ ลาศีล ๘ สมาทานศีล ๕ รับโอวาท ถวายไทยธรรม กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศล เป็นอันเสร็จพิธี
ถ่ายรูปหมู่เป็นที่ระลึกกันเล็กน้อย
พาขึ้นไทม์แมชชีน ย้อนกลับมาวันที่ ๕ อีกครั้ง ช่วงค่ำรับนิมนต์ไปบรรยายถวายความรู้น้อง ๆ สามเณร ๙๐ กว่ารูป ที่บวชเฉลิมพระเกียรติ ณ วัดอโยธยา ไปถึงทำวัตรเย็นเสร็จพอดี
มัว ๆ ทางซ้ายมือ คือ พระอธิการปัญญาพล ปญฺญาพโล ( เอ หรือว่าเลื่อนตำแหน่งเป็น พระครูสังฆรักษ์ปัญญาพล แล้ววันนี้ ไม่แน่ใจ ) เจ้าอาวาสวัดอโยธยา อดีตท่านเคยอยู่วัดใหญ่ด้วยกัน มีอะไรก็ช่วยกันเป็นเครือข่ายกันครับ
บรรยายเรื่อง ทาน ศีล สมาธิ ปัญญา แทรกนิทาน ต่าง ๆ นานา ยังมีเสริมกิจกรรม ให้น้อง ๆ สามเณร ได้เขียนจดหมายอวยพรวันเกิดในหลวง ( พูดกับเณรอย่างนี้เลย ไม่ได้ใช้ราชาศัพท์ กลัวเณรงง )
ดูผลงานบางส่วนครับ น่ารักกันมาก ๆ ทีเดียว
ผ่านเทศกาลวันพ่อมาด้วยบรรยากาศความสามัคคีชื่นมื่น ถ้าเราไม่ทะเลาะเบาะแว้งกันเองเสียได้ ประเทศไทยน่ารักที่สุดในโลกครับ
บุญรักษา
วันนี้เวลาประมาณ ๑๐ โมงเช้า ถึงเที่ยง พวกเราเครือข่ายสุขภาพดีศรีอยุธยา (นสส.อยุธยา) ได้มาประชุมรวมกันที่ห้องประชุมวัดใหญ่ชัยมงคล เพื่อเตรียมร่วมงานวันพ่อแห่งชาติที่จะจัดโดย องค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ณ สนามกีฬาจังหวัดพระนครศรีอยุธยาในวันพรุ่งนี้ ( ๕ ธันวาคม )
นสส.อยุธยา จะไปออกบูธให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันโรคติดต่อจากเพศสัมพันธ์ และการคุมกำเนิด โดยได้รับการสนับสนุนอย่างดี จาก โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา และแผนงานวิจัยระบบสื่อสารสุขภาพสู่ประชาชน (รสส.)
มี นสส.อยุธยา รุ่นเยาว์มาร่วมประชุมด้วย
คนกลาง โยมชลดา จากศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพ ฯ ที่เพื่อน ๆ นสส.อยุธยา แซวว่าเป็นหัวหน้าห้อง เพราะจับภาพขึ้นเว็บทีไร เธอต้องพูดอยู่ทุกครั้งไป
นอกจากนั้นยังได้น้อง ๆ (หรือหลาน ๆ) จากวิทยาลัยเทคนิคพระนครศรีอยุธยา จะนำหนังสั้น เรื่อง Change the Game ผลงานของนักศึกษา เนื้อหาเกี่ยวกับเด็กติดเกม มาฉายในงานด้วย ต้องอนุโมทนากับ อ.ดวงใจ ที่นำพามาครับ
พรุ่งนี้คงไม่ได้ไปเก็บภาพจากสนามกีฬามาฝากกัน คงต้องไปติดตามในเว็บของ นสส.อยุธยา http://besthealth.in.th และ http://blog.besthealth.in.th นะครับ
บุญรักษาครับ
วันนี้วันที่ ๔ ธันวาคม พรุ่งนี้ก็วันพ่อแล้ว ทางโรงเรียนนิมนต์มาให้ไปรับบาตร ครู ผู้ปกครอง และนักเรียนทั้งโรงเรียน พร้อมใจกันตักบาตรอุทิศเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ ของเราครับ
ภาพมีน้อย ไว้คอยดูภาพจากกล้องคุณครูที่เว็บของโรงเรียนดีกว่า เว็บไซต์โรงเรียนวัดใหญ่ชัยมงคล (ภาวนารังสี)
ภาพล่างนี้ ผอ.เปิ้ล คนเก่งของโรงเรียนครับ
โ
โยมวีระ ประธานกรรมการสถานศึกษา
เริ่มทำพิธีแล้ว จากนี้ไปไม่ว่างถ่ายภาพแล้วครับ
ขออนุโมทนากับคณะครู ผู้ปกครอง และนักเรียนทุก ๆ คนครับ
บุญรักษาครับ
ไม่ได้ใบ้หวยนะครับ เมื่อวันที่ ๑ ธันวาคมที่ผ่านมา ทางสาธารณสุขตำบลคลองสวนพลู มาตรวจคัดกรองเบาหวาน ความดัน หัวใจ ให้ที่วัด ทั้งพระสงฆ์ แม่ชี และคนงานด้วย
ตัวเลขที่ออกคือ น้ำตาล ๑๑๗ ความดัน ๑๔๐/๘๑ ชีพจร ๘๓ ไม่เกินกำหนด แต่ว่าก็เกือบไปเหมือนกัน คงต้องพิจารณาอาหาร และออกกำลังกายมากกว่านี้แล้วครับ
รูปนี่โยมรุ่งทิวา หัวหน้าสาธารณสุขตำบลคลองสวนพลูครับ คอยให้บริการทางวัดอย่างดีมาตลอด อนุโมทนาสาธุด้วยครับ
ตำรวจที่อยู่ประจำจุดวัดใหญ่ชัยมงคล ดาบสมพงษ์ พลอยได้ตรวจกับเขาด้วยเหมือนกัน
มีใครแอบสงสัยไหมครับ ว่าคนตรวจมีแต่สตรี แล้วถูกเนื้อต้องตัวพระได้อย่างไร อันนี้เป็นเรื่องของการดูแลรักษาสุขภาพ ไม่ได้มีความกำหนัดมาเกี่ยวข้อง เป็นอาบัติเล็กที่แก้ไขได้โดยง่ายครับ แต่ถ้าพระรูปใดเกิดกำหนัดขึ้นมา แม้เพียงปลายเล็บ ปลายผม ก็เป็นอาบัติหนัก ที่แก้ไขได้ยากกว่ามากครับ ว่าแต่ตรวจสุขภาพกันบ้างหรือยังครับ ?
บุญรักษาครับ
วันนี้มีโอกาสได้ให้การต้อนรับบรรดาพระนานาชาติ นิสิตคณะพุทธศาสตร์ มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย ที่มาลงพื้นที่วัดใหญ่ชัยมงคล และโรงเรียนวัดใหญ่ชัยมงคล (ภาวนารังสี) เพื่อประกอบการศึกษาวิชา Human and Society ( มนุษย์กับสังคม ) ครับ
หลังจากที่ปรึกษากันกับอาจารย์ประจำวิชาอยู่หลายต่อหลายรอบว่าจะพาพระนิสิตไปที่ไหน ไปดูอะไร นอกจากสังคมในวัดใหญ่ชัยมงคล ก็ได้ข้อสรุปว่า โรงเรียนวัดใหญ่ชัยมงคล (ภาวนารังสี) นี่เองน่าจะเหมาะสม เพราะพระนิสิตจะได้เห็นความเชื่อมโยงกันระหว่าง บ้าน - วัด - โรงเรียน ตามนโยบาย "บวร" อย่างชัดเจน
ช่วงบ่ายเมือคณะเดินทางมาถึง ทางโรงเรียนโดย ผอ.จุฑามาศ รอดภัย ได้ให้การต้อนรับอย่างเต็มที่ ทั้งสถานที่ และวิทยากร ทั้งที่เป็นครู ( คุณครูอภิญญา ) และนักเรียน ได้มากล่าวสรุปเกี่ยวกับโรงเรียน และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้พระนิสิตได้ถามคำถามอย่างเต็มที่
จากนั้นเราพากันเดินชมภายในโรงเรียนตั้งแต่ห้องอนุบาล ห้องประถม สำนักงาน ห้องดนตรี ห้องวิทยาศาสตร์ ห้องคอมพิวเตอร์ และห้องสมุด ตลอดทางพระนิสิตได้ให้ความสนใจซักถามอยู่ตลอดเวลา บางรูปยังได้แสดงความชื่นชม และมีความคิดจะนำกลับไปพัฒนาที่บ้านเกิดบ้าง
กลับมาที่ห้องประชุม คณะนักเรียนที่เป็นนักร้องประสานเสียงได้แสดงความสามารถให้พระนิสิตได้ชมกันด้วย
จากนั้นตัวแทนพระนิสิตได้กล่าวอนุโมทนา โรงเรียน และมอบของที่ระลึกให้กับ ผอ.จุฑามาศ
ถ่ายรูปหมู่กันหน่อย
เราย้ายจากโรงเรียนมาที่วัดใหญ่ชัยมงคล เพื่อแบ่งกลุ่ม โดยแบ่งออกเป็น ๒ กลุ่ม กลุ่มที่ ๑ มี พระอาจารย์มหาดวงดี เลขานุการคณะพุทธศาสตร์ มจร. และแม่ชีมาโก้ จากวัดใหญ่ชัยมงคล เป็นที่ปรึกษา และคอยให้ความช่วยเหลือในเรื่องการสื่อสารกับคนไทย กลุ่มนี้ให้ไปดูสังคมแม่ชี และนักท่องเที่ยวในวัดใหญ่ชัยมงคล ไม่ได้ไปด้วยเลยไม่มีภาพมาให้ดู
กลุ่มที่ ๒ มีพระมหาโอ๊ท กับ อ.ดร.มนตรา อาจารย์ประจำวิชาไปด้วย ไปดูในเรื่องสังคมพระและชาวบ้านที่มาค้าขายในวัด ก็ผลัดกันเล่า ผลัดกันถามแลกเปลี่ยนความรู้กันสนุกด้วย ได้ความรู้ด้วย
ภาพนี้พระนิสิตกำลังซักถามแม่ค้าขายลูกชิ้น เรียกว่าซักกันอย่างละเอียดยิบทีเดียว
จากบริเวณที่มีร้านค้า ก็พาไปที่พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช และต่อมาที่บ่อเต่า ดูจะชอบกันมาก ให้พระนิสิตได้ทดลองให้อาหารเต่าดูด้วย
จากนั้นเข้ายังอุโบสถเพื่อสักการะพระพุทธชัยมงคล พระประธานของวัดใหญ่ชัยมงคล ภาพมัวไปหน่อย แต่ก็เอาเถอะคนถ่ายมือใหม่ไม่คุ้นกับกล้อง
หลังจากนั้นเดินผ่านทางลานพระเจดีย์ชัยมงคล เพื่อมายังจุดนัดพบ เราจะมาทำ KM ( Knowledge Management - การจัดการความรู้ ) กันในบรรยากาศธรรมชาติที่สนามหญ้าข้างพระเจดีย์ ความจริงที่วัดมีอาคารรองรับได้แต่ว่ารู้สึกว่าการที่เรายิ่งได้ใกล้ชิดธรรมชาติมากเท่าไร เรายิ่งเข้าใจ และเห็นความจริงของธรรมะ ได้มากเท่านั้น เลยเลือกที่จะให้มา KM กันที่สนาม
ก่อนจะ KM เราเริ่มด้วยการทำกัมมัฏฐานกันก่อนเล็กน้อย พอให้ร่างกายและจิตใจมีความพร้อม จากนั้นก็ให้พระนิสิตผลัดกันเล่าถึงสิ่งที่ได้เรียนรู้ในการมาลงพื้นที่ในคราวนี้
ก่อนจะจบการลงพื้นที่ทางคณะให้กล่าวอะไรเล็กน้อย จึงได้แบ่งปันธรรมะไปนิดหน่อยมีใจความเป็นภาษาไทยคร่าว ๆ ว่า
"ภิกษุนั้น จะแสวงหาเงินทองสิ่งของมากมายหรือไม่ ไม่ใช่เรื่องสำคัญ สำคัญอยู่ที่ได้มาแล้ว จะใช้มันอย่างไรมากกว่า อย่างที่พระพุทธองค์ตรัสว่า ไม่มีสิ่งใดเป็นของ ๆ เรา ได้มาจากญาติโยมถวาย ก็ควรใช้ไปเพื่อให้เกิดประโยชน์กับผู้อื่น เหมือนกับแม่น้ำ แม่น้ำต้องมีทางให้น้ำไหลออก ไหลลงสู่ทะเล หากแม่น้ำนั้นตัน ไหลออกไม่ได้ ก็เป็นได้แค่หนองน้ำ หรือสระน้ำ ไม่เรียกว่าแม่น้ำ แม่น้ำมีทางไหลออกฉันใด ภิกษุควรทำตัวให้เหมือนกับแม่น้ำ ได้ปัจจัยมาแล้ว เหลือจากที่จำเป็นก็ให้แบ่งปันสู่ผู้อื่นฉันนั้นเหมือนกัน"
บุญรักษาครับ
แถมท้าย ต้องอนุโมทนากับแม่ชีมาร์โก้ ที่มาช่วยเป็นที่ปรึกษา และช่วยเป็นล่ามแปลภาษาให้ สาธุ สาธุ แม่ชีมาร์โก้ บวชอยู่วัดใหญ่ ฯ ได้สัก ๒ ปีแล้ว ก่อนหน้านี้ถ้าให้ทายคงทายไม่ถูกว่าเธอทำอะไรมาก่อน ลองดูเฉลยบน YouTube นี้แล้วกันครับ
25 บล็อก หน้าถัดไป
Subscribe RSS














































