เคยมั้ยคะ เวลาเราไปต่างประเทศ เราก็มักจะคิดว่า เอ...เค้าซื้ออะไรกันน๊าาา ถ้าชั้นไม่ได้ซื้อจะพลาดไม่น๊าาา
เราเป็นทุกทีเลย เพื่อนก็แนะนำว่า ไปลอง search คำว่า "แกะถุงชอปปิ้ง" สิ มีคนเอามา review เพียบเลย พอลองไป search ดูก็เจอจริงด้วยแฮะ บางอย่างดูแล้วน่าสนใจก็ขอเลียนแบบหน่อย 555
นึกทุกครั้งนะว่ากลับมาจะมาทำ blog แกะถุงชอปปิ้งของเราบ้างเป็นการตอบแทนเผื่อคนอื่นมา search แต่ก็ขี้เกียจทุ๊กที
แต่คราวนี้ได้ฤกษ์แล้ว มาดูกันดีกว่า....
ของที่ซื้อมาบอกความสนใจของเจ้าของได้เลยนะคะ ว่าช่วงนั้นๆ เรากำลังสนใจอะไร คราวที่แล้วที่ไปจำได้ว่า ซื้อพวกอุปกรณ์อาบน้ำ กับเครื่องเขียนมาเยอะมากๆ คราวนี้ไม่ได้ซื้อเลยแฮะ หนักไปที่พวกอุปกรณ์ทำขนม ส่วนของกินหน่ะซื้อเยอะทุกทีอยู่แล้วค่ะ
ขอ list ของจากที่ๆซื้อนะคะ เริ่มจากอุปกรณ์ IT ก่อนค่ะ ซื้อที่ Bic Camera กับ Yodobashi เป็นหลักค่ะ
1. Bic Camera & Yodobashi
- ที่ยึด iPhone ติดกับแอร์รถ เวลารถติดเราก็จะได้เล่น iPhone ได้ หรือคนใช้ iPhone ดูพวกแผนที่ก็จะสะดวกค่ะ อันนี้ที่เมืองไทยก็มีหลายแบบนะคะ แต่ไม่เคยเห็นแบบยึดกับแอร์เลยซื้อมาค่ะ ราคาแพงเหมือนกันประมาณ 1,200 บาทแหนะ ตอนที่ไป rate 0.35 ค่ะ
- สายรัดแขนของ iPad Nano เวลาเราวิ่งจะได้ฟัง iPod ไปด้วยได้ อันนี้ไม่ค่อยเห็นที่ไทยมีขายเลย
- สายต่อหูฟังยาว 5 เมตร ซื้อมาเสียบกับ TV แล้วก็มานั่งดูที่โซฟา ในกรณีที่อยากดู TV คนเดียวไม่ให้เสียงไปรบกวนสมาชิกในบ้านที่อาจจะนั่งทำงาน หรือ อ่านหนังสือค่ะ อันนี้ที่ IT Mall ฟอร์จูน ก็มีค่ะ บ้านหม้อ ก็น่าจะมี แต่ไม่ยาวขนาดนี้ มีประมาณแบบเมตรกว่าๆ ต้องซื้อมาต่อๆกันค่ะ แต่จะถูกกว่าอันนี้มากค่ะ เส้นนี้ 1170 เยนแหนะ
- กระเป๋า notebook เล็ก ขนาดพอดีกับ iPad เลย เลยซื้อมาใส่ iPad ค่ะ ราคาประมาณ 700 บาท ข้างๆเป็นหูฟังที่เพื่อนฝากซื้อ รูปเลโก้ (1980 เยน) กับ รูปเม็ดหมากฝรั่งสีชมพู (1480 เยน) ส่วนข้างล่างเป็น USB Hub รูป Chocolate (1480 เยน)
2. Tokyu Hand
ต่อมาเป็นของที่ซื้อจากห้าง Tokyu Hand แหล่งขายของทำมือค่ะ
จากซ้ายไปขวา บนลงล่าง
- มีดเซรามิก ที่คมมากๆ เหมาะสำหรับเอาไว้ปอกผลไม้ค่ะ (2980 เยน) ตอนซื้อเค้าแถมเขียงยางด้วยเลยได้เขียงมาฟรี
- ที่เห็นเป็นแถบสีๆ คือ หมึกค่ะ (1050 เยน) อันนี้เพื่อนฝากซื้อ พร้อมตัวปั้ม รูปตัวอักษรภาษาอังกฤษ (655 เยน) เห็นว่าจะเอาไปปั้มใส่สมุดเก็บรูปค่ะ ตรงกลางเป็นตัวปั้มเล็กๆ รูปผึ้งน่ารักดีเลยซื้อเป็นของฝากแถมไป (126 เยน)
- ต่อมาเด็ดสุดของ trip ค่ะ เป็นเครื่องชั่งไว้ทำขนม อยากได้มากๆกะไว้ก่อนไปแล้วว่าจะไปซื้อ ที่เมืองไทยมีไม่กี่แบบและขายกันค่อนข้างแพงเลย อันนี้ 1980 เยนเท่านั้นค่ะ
- สุดท้ายเป็นร่มแบนๆไว้พกค่ะมี UV ด้วย ปกติร่มที่ญี่ปุ่นไม่ค่อยมี UV เพราะเค้าเอาไว้กันฝนซะส่วนมากค่ะ (1050 เยน)
3. Muji
ตามด้วยของที่ซื้อจาก Muji ซึ่งคราวที่แล้วเป็นร้านหลักที่แวะเลย ซื้อของมาเพียบๆ คราวนี้เหลือแค่นี้เอง
- 2 ถุงแรกเป็นชาดอกไม้ก้อนเล็กๆ 5 ก้อน พอเอาไปชงน้ำร้อนจะพองออกมาเป็นดอกไม้เต็มแก้วเลย ยังไม่ได้ลองชงเลยค่ะไม่รู้อร่อยมั้ย
- ต่อไปเป็นพวกขนมค่ะ ซื้อมาลองชิมว่าอร่อยรึเปล่า ถุงใหญ่ข้างๆชาดอกไม้ รสชาดเหมือน โดริโทส รสชีสเปี๊ยบเลยค่ะ (166 เยน)
- ข้างๆเป็นปากกา 3 สี ที่เราเลือกสีได้เอง ตัวไส้สี 90 เยน ปากกา 150 เยน ตกแท่งนึงก็ 150 + 90 + 90 + 90 ค่ะ มีสีให้เลือกประมาณ 10กว่า สี เราก็เลือกตามที่เราชอบได้เลย ข้างๆจะเป็นแบบสีเดียวตัวปลอกเป็นเหล็ก 400 เยน ไส้ 100 เยน อันนี้ก็เลือกปอกเลือกไส้ได้เองค่ะ
- 3 ถุงล่างเป็นขนมถุงๆ เห็นคนซื้อกันเยอะเลยลองซื้อมาชิมค่ะ ไว้ชิมแล้วจะมาบอกนะคะ ว่าอร่อยมั้ย (105 เยน)
- ถุงริมขวาเป็น ทาโร่ชีส ค่ะ ยังไม่ได้ลองเหมือนกัน (158 เยน)
4. Matsumoto Kiyoshi
และมาถึงคิวของเครื่องสำอางค่ะ ซื้อจากร้าน Matsumoto Kiyoshi ร้านเครื่องสำอางเหลืองๆทั่วโตเกียวเลยค่ะ ส่วนใหญ่เป็นของที่เพื่อนฝากซื้่อค่ะ จากซ้ายไปขวา บนลงล่าง
- ครีมกันแดดของ shiseido ตัวใหม่ที่คนขายเชียร์หนักหนาเลยซื้อมาลองค่ะ (1980 เยน)
- ที่ทาตาของ canmake (600-700 เยน)
- ที่ทาแก้มของ canmake (500-600 เยน)
- หลอดๆเป็นยาทายุงของเด็ก พี่ที่ office ฝากซื้อบอกว่าเอาไว้ทาตอนยุงกันลูก ทาปุ๊บมันจะยุบเลย ไม่มีสเตอรอยด์ด้วยดีมาก (890 เยน)
- สเปรย์ฉีดผมหลังสระ ทำให้ผมไม่พันกัน แบบเติม 504 เยน แบบมีหัวฉีด 629 เยน
- ที่ดัดขนตา Shiseido ใช้ดีนะ เราชอบ 598 เยน
- แถวล่าง เป็นเยลใส่ผม Gasby เพื่อนฝากซื้อบอกที่ไทยหาไม่ได้ อันละ 500 เยน
- ปากกาเขียนขอบตาเห็นเค้าชอบแบบนี้กันเพื่อนฝากซื้อเหมือนกันบอกว่าเขียนดี (798 เยน)
- Mask หน้าขาวของ kose เค้าว่าเทพมากเลยซื้อมากลอง (1690 เยน)
- สุดท้ายแป้งเด็กของ Shisedo เพื่อนฝากซื้ออีกแล้ว (256 เยน)
5. ร้าน 100 เยน & Daiso
ร้านต่อไป เป็นหัวใจของ Trip นี้เช่นกัน ได้แก่ ร้าน 100 เยน และ ร้าน Daiso เพราะเราตั้งใจไปซื้ออุปกรณ์ทำขนมอยู่แล้ว ทุกอย่างอันละ 105 เยนค่ะ
มีพิมพ์คุกกี้ แกะ pack ออกจะได้ประหยัดเนื้อที่ ตามด้วยช้อนตวง 2 ชุด, นาฬิกาจับเวลา, พายยาง 3 อัน, แปรงทา, ที่ร่อนแป้งอันเล็ก, ที่แยกไข่แดง
ตะแกรงผึ่งคุ๊กกี้ 2 อัน, มีดหั่นขนมปัง, ที่ปาดหน้าเค้ก, ที่ขูดชีส, ที่ตักฟอง, ช้อนคนเล็ก
ช้อนกาแฟแบบยาว, ที่วางมะนาว, ไม้จิ้มขนม 3 อัน, ที่ใส่ชา 4 อัน และที่วางถุงชารูปใบไม้ 2 อัน

6. ตลาด Ameyoko
ต่อไปเป็นรายการของกินค่ะ ส่วนใหญ่ซื้อจากตลาด Ameyoko ซึ่งจำราคาไม่ได้แล้วค่ะ
เริ่มด้วยโนริมากิ อาราเร่ ซื้อได้เลยค่ะ อร่อยมากถุงละประมาณ 200-300 บาท
ปลาหมึกเหนียวหนึบ สองห่อแรกเป็นแบบรมควัน รสจัดจ้านเลย
ตามมาด้วยป๊อกกี้ แม้ว่าบางอย่างเมืองไทยจะมี แต่ซื้อที่ญี่ปุ่นกินทีไร มันอร่อยกว่าทุกที เราว่าของมันสดใหม่กว่า ไม่ต้องไปเสียเวลาขนส่งไปแล้วไปรอขายที่ไทยอีก
ต่อมาเป็นชีส Belcube จะเป็นก้อนสี่เหลี่ยมเล็กๆ ห่อนี้ 24 ก้อนเล็กประมาณ 300 เยน อร่อยมากๆๆเอาไว้ทานแกล้มกับไวน์ หรือกินเปล่าๆก็ได้ ที่ Tops ขายห่อเล็ก 15 ก้อน 155 บาท แพงมากๆ kitkat มีหลายรส เลยซื้อมาลองชิมดู Chocolate meiji ก็อร่อยดีค่ะ
บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อร่อยโฮก อุด้งเต้าหู้ญี่ห้อนี้เลยนะ รสชาดอร่อยกลมกล่อมมาก ที่ไทยมีขายใน super ประมาณ 90 บาท แต่แบบที่บอกความอร่อยสดมันไม่เท่าของที่ซื้อมาเอง หุหุ กล่องสี่เหลี่ยมเป็นแบบแห้งค่ะ เส้นนุ่มอร่อยดี ส่วนถ้วยสุดท้าย Nissin Cup Seafood ใครไม่เคยลองขอบอกว่าเชย อร่อย classic มาก
อันนี้เป็นพวกผงโรยข้าวค่ะ มีขายตามร้าน 100 เยน มันมีหลายแบบบ่งอันอร่อย บางอันจืดๆ แต่ 3 แบบนี้อร่อยมาก ทางซ้ายห่อม่วงๆเป็นรสปลา ส่วนห่อขาวๆเป็นไข่ปลาเค็มๆ และสุดท้ายห่อเขียวๆเป็นรสไข่ อร่อยจังงิ
ต่อไปเป็นบรรดา ทาโร่ชีส ที่ซื้อทุกทีเลย ทาโร่ชีสก็มีหลายแบบเหมือนกัน อันนี้เลือกแบบที่กินแล้วอร่อยมา
อันนี้เป็นไข่ปลาเมงไท ที่จะซื้อกลับมาทุกที ที่ไปญี่ปุ่น เอามาอุ่น Microwave หรือเตาติ๊งกินกับข้าวสวยร้อนๆ หรือเป็นกับแกล้มเบียร์ ที่ตลาด Ameyoko มีขายเพียบๆ แต่คราวนี้เราไปตลาดก่อนวันกลับหลายวันเลยไม่ได้ซื้อที่ตลาด อันนี้ซื้อจาก Supermarket ห้าง Seibu 2pack แรกเป็นแบบแช่แข็งเก็บได้นาน packสุดท้ายเป็นแบบสด เก็บได้ 5 วันเอง ลองกินแบบสดแล้ว อร่อยมั๊กเสียดายไม่ค่อยเผ็ด ราคา pack ละประมาณ 1000 เยน ถ้าซื้อที่ตลาด Ameyoko จะได้มากกว่านี้ 1 เท่า
7. ของเบ็ดเตล็ด
ที่เหลือเป็นของเบ็ดเตล็ดที่ซื้อตามที่ต่างๆ ได้แก่
Spring Magazine ซื้อที่ร้านหนังสือสถานีรถไฟ เพื่อนฝากซื้อเพราะชอบดู fashion ญี่ปุ่น แต่เล่มนี้เด็ดตรงแถมกระเป๋า Paul Smith ราคา 590 เยนเท่านั้น คุ้มสุดคุ้ม
อันนี้เป็นบรรดาของตุ๊กจิ๊ก 2 ตัวบน เป็ดกับหมู เป็นของแพงเพราะได้มาจากการจับตุ๊กตา ฮ่าๆ คราวนี้มือไม่ขึ้นเลยจับได้ตัวจิ๋วๆมา 2 ตัวเองเสียเงินไปเพียบ
นกเพนกวิน ชื่ออะไรไม่รู้ซื้อมาฝากพี่ที่ office เพราะเค้าบอกว่าชอบตัวนี้มาก (525 เยน) ซื้อมาจากร้านข้างวัดเซนโซจิ วัดที่มีโคมแดงใหญ่บิ๊กบึ้ม
บรรดาลิง ซื้อมาจาก Nikko 5 ตัวที่ถือกล้วยเป็นแม่เหล็ก (300 เยน) ส่วนพวงๆส้มๆ ปิดหูปิดตาปิดปาก อันละ 400 เยน
ร่มเขียวเล็ก ซื้อตรงวัดเซนโซจิ 500 เยน พวงกุญแจ kitty เป็นรูปไข่ดำซื้อที่ Hakone พวงกุญแจแมวที่ Nikko ขนมซื้อที่ 7-11 เท่าไหร่ไม่รู้แล้ว ห่อกลางได้ฟรีตอนเดินเล่นที่ Shibuya แล้วเค้าแจกมา
8. Narita Airport
ตบท้ายด้วยของฝากที่ซื้อที่สนามบิน พวกขนมกล่องของฝากแนะนำให้ซื้อที่สนามบิน ตรงที่เราผ่าน ตม. มาแล้ว เพราะเราจะไม่เสียภาษีค่ะ ปกติถ้าซื้อ Tokyo Banana ทั่วไปจะกล่องละ 1050 เยน แต่พอซื้อสนามบินจะเหลือ 1000 เยนเท่านั้นค่ะ กล่องแรกเป็นโมจิหลายๆแบบคาดว่าไม่อร่อยแต่มันสวยดี (1000 เยน) ,กล่องสีขาวด้านบนเป็น Moku Moku เป็นคุกกี้ม้วนเพื่อนที่ office ชอบกินเลยซื้อมาฝาก (1200 เยน), KitKat รสชาเขียวเค้าว่าอร่อย (1300 เยน), กล่องเขียวๆเป็นโมจิสามเหลี่ยม อร่อยเมพชอบมาก (500 เยน), สุดท้ายเป็น Tokyo Banana รสชอกโกแลต (800 เยน)
โมจิสามเหลี่ยมแกะกล่องมาแล้วเป็นแบบนี้ อร่อยโฮก
หมดแล้วกว่าจะเขียนเสร็จเมื่อยมือเลยอ่ะ ใครเคยกิน หรือ ใช้อันไหนที่เขียนๆมา มาบอกกันด้วยนะคะ :D
ฮันนี่ไปกินมาแล้ว ตอนที่3: ร้านอาหารญี่ปุ่น Imoya บรรยากาศเก๋มาก ราคาไม่แพง
มาแล้วๆ ตอนที่ 3 ไม่นานเกินรอ คราวนี้กลับมา review ร้านอาหารญี่ปุ่นอีกครั้ง ร้านนี้มีหลายคนพูดถึงแล้วใน net เลยตามไปกินซะหน่อย พอไปกินมาแล้ว โห...ของเค้าดีจริงเลยต้องรีบมา review ให้เพื่อนสมาชิกได้ อ่านกันน้ำลายไหลย้อยย แล้วตามไปกินมั่ง
ตอนที่แล้ว (ก๋วยเตี๋ยวอ๋องทิพย์รส) เขียนบรรยายซะหลายคนอยากไปกิน แต่ร้านอยู่ตั้งเจียงใหม่นู้น จะไปก็มะไหว เลยมาบ่นเจ้าของ blog กันซะหูชา คราวนี้้เลยขอเอาใจด้วย ร้านอาหารญี่ปุ่น Imoya ละกันนะ อร่อยและไปง่าย ติดรถไฟฟ้ามาหานะเธอ เอ้ยยย รสไฟฟ้า BTS เลยหล่ะ
ร้านนี้ชื่อ: Imoya
Style: เป็นร้านสไตล์ Izakaya (ร้านเหล้าของญี่ปุ่นที่จะเน้นขายกับแกล้ม กับ เหล้ามากกว่า อาหารจานหลัก)
สถานที่ตั้ง: ชั้น 3 ตึก Terminal สุขุมวิท 24
การเดินทางที่ดีที่สุด: BTS ลงสถานีพร้อมพงษ์ ออกทางออกหมายเลข 4 เดินลงมาเลี้ยวเข้าซอยแรกซ้ายมือ 50 เมตร จะเห็นตึก terminal อยู่ทางขวา
ร้านเปิด: 5โมงเย็น - เที่ยงคืน (last order ตอน 5ทุ่มครึ่ง)
เบอร์โทรศัพท์: 02-663-5185-6
ตึก Terminal หน้าตาแบบนี้ค่ะ
เราจะไปร้านนี้ อยู่ชั้น 3
บันไดจะแปลกๆไม่ต้องสนใจ เดินขึ้นไปเรื่อยๆค่ะ พอชั้น 3 ก็จะเจอหน้าร้านแบบนี้ค่ะ แนวได้ใจ
ข้างในตกแต่งเก๋มากค่ะ เป็น Style แบบญี่ปุ่นเก่าๆหน่อย เปิดเพลงญี่ปุ่นเบาๆ ชิวมากค่ะ
แบบที่บอกว่าเป็นร้านเหล้า ด้านหลัง counter ขวดเขียวๆเป็นเหล้าญี่ปุ่น ที่ลูกค้าฝากไว้มีเพียบ ในร้านมีทั้งคนญี่ปุ่น ไทย ฝรั่ง เยอะเลยค่ะ
มีโซนแบบกั้นห้อง private ด้วยนะ แต่พอดีตอนเรามามันเต็มเลยไม่ได้นั่งโซนนี้
มาสั่งอาหารกันดีกว่า ร้านนี้มีรายการอาหารหลากหลายมากค่ะ เต็มไปด้วยกับแกล้มเหล้า ราคาก็ไม่แพงมากค่ะ ดูเมนูกันเล้ยยย ร้านไฟจะสลัวๆหน่อย เลยไม่ค่อยชัดค่ะ (กดที่รูปเพื่อดูให้ใหญ่ขึ้นได้นะคะ)
หน้า 2
สั่งเสร็จทางร้านก็จะเอา อาหารทานเล่นมาให้ทานก่อนเลย เป็นของแถมค่ะ คาดว่าอาหารจะเปลี่ยนไปตามวัน วันนี้เป็นน่องไก่ต้มค่ะ
ไม่นานเกินรอ อาหารก็จะทยอยมากันค่ะ เริ่มด้วย Agedashi Tofu หรือ เต้าหูทอดราดซอส รสชาด ok แบบที่ควรจะเป็นค่ะ
ต่อด้วย ปลาหมึก และ หัวหอมทอด (65บาท) รสชาดอร่อยล้ำค่ะ ปลาหมึกทอดได้แห้งดีไม่อมน้ำมัน หัวหอมทอดหวานมากๆ พอจิ้มกับน้ำจิ้มของทอดแล้ว อร่อยเลิศค่ะ
ตามด้วย เนื้อต้มมันฝรั่ง(65บาท) อร่อยล้ำเช่นกัน ต้มได้กำลังดี รสชาดกลมกล่อมมาก
หนังไก่ทอดกรอบ (60บาท) ทอดได้กรอบแกร๊บกินเพลินสุดๆ
อุด้งเต้าหู้ (70บาท) รสชาดเค็มไปหน่อย เส้นไม่ค่อยเหนียวมาก ชามนี้ไม่ประทับใจเท่าไหร่ค่ะ
คราวนี้มาถึงตาพวกของย่างๆบ้าง สั่งไป 3 อย่างคือ อกไก่ปิ้ง (45บาท) กระเทียมปิ้ง(45บาท) และ ลูกชิ้นไก่(60บาท) อกไก่ต้องขอมะนาวเค้ามาบีบด้วยจะอร่อยมาก กระเทียมปิ้งธรรมดา ส่วนลูกชิ้นไก่ (ลืมถ่ายรูปมา) ไม่ค่อยอร่อยค่ะ (ของปิ้งๆอร่อยต้องที่ Torajiro Central World แต่ราคาก็จะแพ๊งแพงตามคุณภาพค่ะ ไว้จะมาเขียน review ให้ค่ะ)
ลองสั่งปลาดิบ 3 อย่างมากิน (200บาท) แบบไม่ได้คาดหวังมาก เพราะร้านพวกนี้ไม่น่าจะเท่าไหร่ แต่ปรากฏว่า สด อร่อยมากๆ เยี่ยมไปเลยค่ะ
ตบท้ายด้วย อาหารประเภทข้าวปั้น สุดยอดความประทับใจ เพราะอันใหญ่ไส้ทะลัก รสชาดก็ดีเยี่ยมเลยค่ะ เสียอย่างเดียวพออันมันใหญ่เลยทำให้อิ่ม ไม่ได้ชิมเมนูอื่นๆ ที่อย่างสั่งอีกสงสัยต้องมีรอบหน้า
ข้าวปั้นไส้ใข่ปลาเมงไท (50บาท) ดูขนาดเทียบกับมือคน นี่ขนาดกินไปแล้วเกือบครึ่งอันนะ
ไส้ทะลัก ใส่ไข่ปลาแบบไม่หวงเลย
ข้าวปั้นย่างไส้ไข่ปลาเมงไท (60บาท) เหมือนเดิม ก็จะเป็นอีกรสชาดนึง ใครที่ชอบรสของไข่ปลา น่าจะชอบแบบไม่ย่างมากกว่า เพราะพอเอาไปย่างจะทำให้ไข่ปลาสุกไปด้วย รสขาดเลยหายไป แต่ย่างได้ดีมาก คราวหน้าก็จะสั่งอีก แต่เปลี่ยนเป็นไส้ปลาแห้งแทน น่าจะอร่อยกว่า (จากภาพพยายามเทียบขนาดกับนิ้วมือให้เห็นว่าใหญ่เจรงๆ)
หมดแล้ว ไปกินกันสามคน เลยสั่งได้เท่านี้ค่ะ สำหรับร้านนี้แนะนำให้ไปกินกันหลายๆคน เพราะจะได้สั่งมา shareๆ กันได้หลายๆอย่างค่ะ
ปิดท้ายด้วยภาพ Video บรรยากาศในร้านค่ะ
จบ blog นี้แล้วค่ะ ขอบคุณที่ติดตามนะคะ ใครอ่านแล้วชอบฝากเมนต์ไว้เป็นกำลังใจให้คนเขียนหน่อยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ :D
honey eat and = ฮันนี่ กิน และ = ฮันนี่ กินแล้ว = ฮันนี่ ไปกินมาแล้ว
ฮันนี่ = เจ้าของ blog
ดังนั้น honey eat and ก็คือ ซีรีย์ของ blog ตอนใหม่ ที่จะแนะนำร้านอาหารที่ได้ไปกินมาแล้วจริงๆนั่นเอง 55
ตอนนี้เค้าฮิตเขียน blog เป็นซีรีย์ๆนะ เลยจัดบ้างเลย หลังจากซีรีย์แรก แม่บ้านไฮเทคยุคหวัด 2009 (ที่มีอยู่ 1 ตอน :>)
วันนี้ขอแนะนำร้าน ซูชิ ญี่ปุ่น ชื่อ Heiroku sushi เป็นซูชิสายพาน ร้านนี้เปิดมาได้ประมาณ 1 ปีมั้ง สาขาแรกคือที่ CTW ชั้น 7 ไปกินหลายทีเพราะชอบมาก อร่อย คิดว่าเป็นร้านซูชิสายพาน ในห้าง ที่อร่อยสุดแล้วตั้งแต่กินมา
แต่ที่มา review วันนี้คือ ร้าน Heiroku สาขา digital gateway ชั้น 4 จ้ะ เพิ่งเปิดใหม่เอี่ยมไม่กี่วันเอง
อย่าเพิ่ง งง ว่า digital gateway มันคืออะไร จริงๆแล้วก็คือ ตรง Center point ที่ทำอยู่ตั้งนานนั่นแหละ ตอนนี้เปิดให้เข้าแล้ว แต่จะเปิดอย่างเป็นทางการวันที่ 20 สิงหาคม ตอนนี้ห้างก็เลยจะดูโล่งๆอยู่ แต่ก็มีร้านอาหารเปิดบ้างแล้ว รวมถึงร้าน heiroku sushi นี้ด้วยที่ชั้น 4
ด้านหน้า digital gateway
ข้างในยังโล่งๆอยู่เลย
ร้าน heiroku sushi ชั้น4 แหล่มนะ
บรรยากาศร้านดีมากเลย เหมือนว่าไปนั่งกินที่ญี่ปุ่น เพราะถ้าเข้าร้านแล้วนั่งด้านขวามือนะ จะเห็นรางรถไฟฟ้า BTS ได้อารมณ์ญี่ปุ่นสุดๆอ่ะ
มาถึงเค้าก็ให้ ซุปสาหร่ายฟรี น่าจะเฉพาะที่นี่นะ เพราะที่ CTW ก็ไม่ได้ให้อ่ะ
วาซาบิ กดมาซะสวยเชียว
ประเดิมจากแรกด้วยไข่หวานย่าง

ซูชิ ปลาไหล
ปลาแซมม่อน
ปลาแซมม่อนย่าง
เต้าหู้เย็น

รวมฮิตของย่าง เมนูใหม่ มีลิ้นวัวย่าง หมูย่าง และ หอยเชลล์ย่าง ตามลำดับ

ซูชิ รวมหอย นี่ก็เมนูใหม่เหมือนกัน ได้แก่ หอยปีกนกขาว หอยเชลล์ญี่ปุ่น และ หอยแครงญี่ปุ่น ตามลำดับ

ถ้ารู้สึกว่าเลี่ยนก็กินขิงดองเข้าไปมีให้ที่โต๊ะตักได้เลย

ปิดท้าย ด้วยเมนู ซูชิหมูย่าง
ไปกินกันสองคนรู้สึกว่ากินได้น้อยๆยังไงไม่รู้ อาจจะเพราะกินไม่ค่อยถูกลำดับเท่าไหร่ รู้สึกว่าร้านที่ CTW อร่อยกว่า ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน แต่ก็ถือว่าไปเอาบรรยากาศร้านใหม่ละกัน
ตอนจ่ายเงินเค้าให้ที่ห้อยมือถือมาด้วย
เห็นว่าอ้างถึงสาขาที่ CTW บ่อย เลยเอารูปหน้าร้านมาให้ดูกันด้วย อยู่ที่ชั้น 7 นะ หน้าตาแบบนี้

สำหรับคนที่ยังไม่เคยไป ร้านนี้ราคาของดูได้จากสี และ ลักษณะของจานดังนี้ (ถ่ายมาจากตอนไปกินที่ CTW นะ มันมีสีจานใหม่ๆเพิ่มด้วย)

ใน PG มีเพื่อนๆกิน heiroku กันเยอะเลย ลอง search ดู คำว่า sushi เจอเพียบๆเลยจ้า ใครไปมาแล้วอย่าลืมมาบอกกันบ้างน้าา บ๊ายบายย
3 บล็อก
Subscribe RSS


















































