อากาศร้อนๆแบบนี้มาทำขนมเย็นๆทานกันดีกว่าค่ะ
โจทย์ของเรา
- ขนมเย็นๆหวานๆ
- หน้าตาไฮโซ
- แถมทำง่ายด้วย
อืมม... คิดออกเมนูเดียวเลย "พานนาคอตตา" นี่แหละค่ะ
พานนา คอตตา (Panna Cotta) เป็นขนมหวานสัญชาติอิตาลี่ เวลาไปทานอาหารร้านอิตาเลี่ยนลองเปิดดูเมนูขนมนะคะ รับรองว่าต้องเจอเจ้าพานนา คอตตา แน่นอน สนนราคาตามความหรูของร้านเลยค่ะส่วนใหญ่ 100บาทขึ้นไปทั้งนั้นเลย ซี๊ดดด
ว่าแล้ว มาลองทำกันดีกว่าค่ะ สูตรนี้เปิดมาจาก Maymade เหมือนเดิมค่ะ (Vol2 หน้า 72-73) แต่เรามีปรับนู่นนี่นิดหน่อยให้อร่อยถูกใจเรามากขึ้นค่ะ
มาเริ่มกันเล้ยย
ส่วนผสมของ พานนา คอตตา จากซ้ายไปขวาบนลงล่างนะ
1. น้ำตาล ครึ่งถ้วยตวง (ตามสูตรเค้าใช้ 1 ถ้วยตวงเลย แต่เราไม่ชอบหวานมากเลยลดมาครึ่งนึง)
2. ผงเจลาติน 3 ช้อนชา (ต้องเป็นผลเจลาตินนะคะ ใช้ผงวุ้นไม่ได้มันจะไม่แข็งค่ะ อันนี้ซื้อมาจากร้านขายอุปกรณ์ทำขนม 100กรัม 50บาท ผงเจลาตินใส่เยอะมันก็จะแข็งไปนะคะ ต้องลองทำแล้วปรับอัตราส่วนที่ตัวเองชอบดูค่ะ)
3. กลิ่นวนิลา ครึ่งช้อนชา (ตามสูตรใช้ 1ช้อนชา แต่เราไม่ชอบกลิ่นวนิลาแรงๆเลยลดเหลือครึ่งช้อนชาพอ)
4. นมสดจืด 250 กรัม (ซื้อแบบขวดเล็กสุดก็ได้ค่ะ อันนี้เหลือครึ่งขวดไว้กินเปล่าๆด้วย)
5. วิปครีม 500 กรัม (กล่องนี้ซื้อจาก Tops Super 156 บาท 946 กรัมค่ะ ทำได้ 2 ทีเลย)
6. ส้ม 1 ผล (ซื้อมาจาก Tops Super เหมือนกันประมาณลูกละ 18 บาทค่ะ)
7. ผลไม้กระป๋อง (เราเอาง่ายค่ะไม่ทำซอสราดเอง ซื้อผลไม้กระป๋องมาใช้เลย อันนี้เป็นลูกพีชเชื่อม เพราะคนทานชอบพีช กระป๋องนี้ประมาณ 120 บาทค่ะ)
ขั้นตอนที่ 1 ขูดเปลือกส้มค่ะ เพราะเราอยากให้พานนา คอตตา เรามีกลิ่นหอมส้มด้วย ส่วนเนื้อส้มกินเปล่าๆโลดค่ะ เราใช้แต่เปลือก ลูกเบ้อเร้อได้เปลือกจี๊ดเดียวเอง
ขั้นตอนที่ 2 ใส่ผงเจลาตินลงในนมสดจืด ทิ้งไว้ 3-5 นาที
ขั้นตอนที่ 3 เอาวิปครีมตั้งไฟค่ะ ใช้ไฟอ่อนๆค่ะ ใส่น้ำตาลทราย และ เปลือกส้ม ลงไปคนไปเรื่อยๆจนน้ำตาลทรายละลาย
ขั้นตอนที่ 4 เอานมที่แช่ผงเจลาตินไว้มาใส่ลงในวิปครีมค่ะ คนให้เข้ากัน
ขั้นตอนที่ 5 ใส่กลิ่นวนิลาลงไป คนให้รู้สึกว่าทุกอย่างละลายเข้ากันหมดแล้ว ก็ยกลงได้ค่ะ
ขั้นตอนที่ 6 จัดเตรียมพิมพ์พร้อมที่กรองไว้ค่ะ เทส่วนผสมลงในพิมพ์ค่ะ (พิมพ์ถ้วยพลาสติกซื้อมาจากร้านไดโซะ 5 ถ้วย 60 บาทค่ะ สวยเชียว)
ขั้นตอนสุดท้าย เมื่อเทลงพิมพ์จนครบแล้ว ก็เอาเข้าแช่ตู้เย็นอย่างน้อย 5 ชั่วโมงค่ะ ถึงจะพร้อมเอาออกมาทานได้ จากภาพจะเห็นเปลิอกส้มติดที่กรองมาค่ะ (สูตรนี้ได้ประมาณ 6 ถ้วยค่ะ)
เวลาเสิร์ฟเค้าจะเสิร์ฟเย็นๆ ราดชอกโกแลต หรือ ซอสผลไม้ค่ะ เนื่องจากพานนา คอตตา จะออกหวาน น่าจะเหมาะกับผลไม้รสเปรี้ยวมากกว่า แต่คนทานที่บ้านเค้าชอบทานพีชเราเลยเอามาใช้เสิร์ฟคู่กับพานนา คอตตาของเราค่ะ (พีชกระป๋องนี้ก็แช่เย็นมาเหมือนกัน)
นี่ไงมาแว้ว วิธีแกะพานนา คอตตา ให้จุ่มก้นพิมพ์ในน้ำอุ่นประมาณ 10วินาที แคะข้างๆนิดหน่อย ก็คว่ำพิมพ์ได้เลยค่ะ
อย่างที่บอกว่า จริงๆแล้ว พานนา คอตตา มีรสหวานน่าจะเหมาะกับซอสผลไม้เปรี้ยวมากกว่า เลยเอาสูตร ซอสสตรอเบอร์รี่มาให้ด้วยค่ะ
ส่วนผสมของสตรอเบอร์รี่ซอส
1. น้ำส้ม 1/4 ถ้วยตวง
2. น้ำตาล 2 ช้อนชา
3. สตรอเบอร์รี่ 300 กรัม
วิธีทำ
เอาน้ำส้ม กับ น้ำตาลตั้งไฟ พอน้ำตาลละลายหมดก็ใส่สตรอเบอร์รี่ลงไป ต้มต่อประมาณ 3 นาที แล้วยกลง รอให้เย็นก็เก็บเข้าตู้เย็นได้เลยค่ะ เวลาเสิร์ฟพร้อมพานนา คอตตา จะได้เย็นๆ
ซอสสูตรนี้จะค่อนข้างเปรี้ยวนะคะ ยังไงตอนทำลองชิมๆ ถ้าไม่ชอบเปรี้ยวมากก็เพิ่มน้ำตาลได้ (ต้มไปๆ น้ำจากสตรอเบอร์รี่จะออกมาด้วย)
มาแว้วว พานนา คอตตา ราดซอสสตรอเบอร์รี่ นอกจากจะเข้ากันมากกว่า แล้ว สีสันยังสวยดูไฮโซมั๊กๆค่ะ
ใครมีสูตร พานนา คอตตา อื่นๆ เอามาแบ่งกันบ้างนะคะ สูตรนี้จบเท่านี้ค่ะ บ๊ายบายยย
เมนูที่ 2 มาแล้วค่ะ อันนี้เป็นเมนูโปรดเลย ไม่เคยเห็นขายตามร้านข้าวแกงเลยไม่รู้จะเรียกว่าอะไร ขอเรียกตามส่วนผสมที่ใส่ละกันค่ะมันคือ "ผัดถ้่วหมูสับไส่ไข่" ค่ะ
เราว่าทำง่ายกว่าหมูผัดหนำเลี๊ยบอีกค่ะ มาดูส่วนผสมกัน
ส่วนผสมของผัดถั่วหมูสับใส่ไข่
1. ถั่วฝักยาว 8 เส้น (เมนูนี้เน้นหมูเยอะๆค่ะ ใส่ถั่วผักยาวนิดหน่อยพอ)
2. หมูสับ 2ขีดครึ่ง
3. พริกขี้หนูกับกระเทียมตำละเอียด
4. ไข่ไก่ 2 ฟอง
พริกนี่แล้วแต่ความเผ็ดที่รับได้ค่ะ สูตรนี้ใส่เผ็ดหน่อยทานกับข้าวสวยร้อนๆจะอร่อยมากค่ะ
มาผัดกันเลยดีกว่า
ขั้นตอนที่1: ใส่พริกกับกระเทียมตำละเอียดลงไปในน้ำมันร้อนๆ ผัดๆนิดหน่อยให้พอฉุนๆ
ขั้นตอนที่2: ใส่หมูสับลงไปผัดๆจนหมูสุก
ขั้นตอนที่3: ใส่ไข่ลงไปค่ะ
ใช้ตะหลิวพลิกไข่ไปมา2ทีพอ ไม่ต้องผัดเยอะค่ะ เดี๋ยวไข่มันไม่จับกลุ่มกัน
ขั้นตอนที่4: ใส่ถั่วฝักยาวลงไปผัดๆ
ขั้นตอนที่5: ใส่น้ำลงไปหน่อยนึงค่ะ ประมาณ1ตะหลิว แล้วก็ผัดๆ ตามความชอบ ชอบถั่วนิ่มก็ผัดนานหน่อยค่ะ
ขั้นตอนสุดท้าย อะไรจะง่ายขนาดนี้: ปรุงรส ใส่ซีอิ้ว 2 ตะหลิว, น้ำตาลทราย 1ช้อนชา, ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ (อันนี้กะจากที่แม่ใส่ๆเหยาะๆ) ผัดต่ออีกนิดก็เสร็จแล้วค่ะ
ได้แล้วผัดถั่วหมูสับใส่ไข่ อร่อยแรง คริ
การันตีโดยคุณแม่ค่ะ แม่เป็นคนลงมือผัดให้เลย ไม่ต้องชิมด้วยเมพขิง แม่บ่นว่าจะไม่อร่อยก็เพราะต้องให้หยุดถ่ายรูปนี่แหละ 555 มื้อเย็นนี้ลองทำดูนะคะ ง่ายมากๆเลย :D
นอกจากขนมแล้วช่วงนี้เริ่มมีเวลาเลยมาหัดทำอาหารด้วยค่ะ
ส่วนตัวเป็นคนที่ไม่เคยทำอาหารทานเองแบบจริงจังเลย แต่อาศัยเคยเป็นลูกมือให้แม่ (แม่ทำอาหารอร่อยมว๊ากก) เลยคิดว่าถ้าจะหัดทำอาหารก็ขอสูตรแม่นี่แหละแหล่มเริ่ด
พอคิดได้ดังนี้เลยลองนั่งนึกๆว่าแม่ทำอะไรอร่อยบ้าง ปรากฎว่ามีเยอะเกิน 20เมนู!! เลยเป็นที่มาของ ซีรีย์ Blog ใหม่ "ฮันนี่เมนู" ค่ะ
เมนูแรกที่ลอง คือ หมูผัดหนำเลี๊ยบ เป็นกับข้าวต้มที่ร้านอาหารขายแพ๊งแพง แต่จริงๆทำง่ายนิดเดียวค่ะ
ส่วนผสมของหมูผัดหนำเลี๊ยบ
1. หมูสับ อันนี้ 3 ขีด ซื้อมาจาก Tops 40 บาท
2. กระเทียม 5 กลีบ
3. ต้นหอมซอย 3 ต้นไม่ใหญ่มาก
4. หนำเลี๊ยบ (แต่เราใช้ หนำบ๊วยค่ะ มันคือเนื้อหนำเลี๊ยบล้วนๆ) ประมาณ 3-4 เม็ด
5. พวกเครื่องปรุง ได้แก่ ซีอิ้ว น้ำตาล และ น้ำมันผัด
หนำบ๊วย เราซื้อมาจากตลาดเยาวราชค่ะ มีขายหลายร้านถามเค้าได้เลย ห่อนึง 50 บาท เยอะมากๆ ประมาณ 15 เท่าของถ้วยนี้ได้ผัดกินได้นานแสนนาน :D
คนที่ไม่สะดวกไปเยาวราชก็ซื้อหนำเลี๊ยบเม็ดจากซุปเปอร์มาแกะเนื้อเองก็ได้ค่ะ
ขั้นตอนการทำ
Step1: เอาหนำบ๊วยมาหั่นๆให้เป็นชิ้นเล็กๆ
Step2: เอาหนำเลี๊ยบมาคลุกกับหมูสับค่ะ ใช้มือนี่แหละขยำๆให้เข้ากัน
คลุกเสร็จแล้วจะได้หน้าตาแบบนี้ค่ะ สีหมูสับจะเข้มๆนิดนึง
Step3: เริ่มผัดแล้วค่ะ ตั้งกระทะใส่น้ำมันพอประมาณ พอน้ำมันร้อน ใส่กระเทียมลงไปพอให้เหลืองๆ ก็ใส่หมูลงไป
Step4: พอกระเทียมเหลืองสวยๆ ก็เอาหมูที่คลุกไว้ใส่ลงไปเลยค่ะ ใช้ตะหลิวยีๆให้หมูที่คลุกแตกออกมาจะได้สุกง่ายค่ะ
Step5: ผัดไปเรื่อยๆจนมั่นใจว่าหมูสุกแล้ว ไม่น่าเกิน 3 นาที ก็ปรุงรสค่ะ ลองชิมๆดูว่า ok มั้ย สูตรเราจะใส่ซีอิ้วขาวนิดหน่อยให้หอมๆ และน้ำตาลนิดเดียวประมาณ 1 ช้อนชา ในขั้นตอนนี้ ปรุงรสเสร็จใส่ต้นหอมซอยลงไป
Step6: ผัดต่ออีกแป๊บเดียว (ไม่เกินนาทีเดี๋ยวต้นหอมเหี่ยว) เสร็จแล้วตักใส่จานได้เลย
เสร็จแล้วค่ะ หมูผัดหนำเลี๊ยบสูตรของแม่เรางิ
การทำอาหารได้สูตรมาแล้วก็ต้องปรับให้ถูกปากตัวเองหรือคนทานมากที่สุดค่ะ สูตรเราจะบอกวิธีทำให้แต่ไม่ได้บอกส่วนผสมเป๊ะๆ เนื่องจากเป็นสูตรแม่ แม่ก็ใช้กะๆชิมๆ และใช้ประสบการณ์จากการทำหลายๆครั้ง ส่วนเราครั้งแรกคราวหน้าจะปรับปรุงดังนี้ค่ะ
สิ่งที่ต้องปรับปรุง
1. ลดปริมาณหมูลง 3 ขีดเยอะเกินไป กินกันไม่หมด คราวหน้าว่าจะลดเหลือขีดเดียวเลย เวลาเสิร์ฟบนโต๊ะยิ่งน้อยยิ่งมีคุณค่านะ คิดเองฮ่าๆ
2. เพิ่มปริมาณหนำเลี๊ยบอีก ให้สีเข้มๆกว่านี้ เพราะทุกคนอยากได้รสชาดของหนำเลี๊ยบแรงๆ อันนี้แล้วแต่ความชอบค่ะ
3. ลดปริมาณน้ำมันลง ในรูปขั้นตอนที่ 3 เราใส่น้ำมันเยอะไปหน่อยมันเลยออกมามันๆ คราวหน้าต้องลดลงเหลือพอทอดกระเทียมได้ก็พอค่ะ
เสร็จแล้ว ลองทำกันดูนะ ได้ผลยังไงบอกด้วยนะงิ
ตะลุยกินเยาวราชมาถึงตอนที่ 3 แล้วค่ะ (ใครอยากอ่านตอนเก่า คลิ๊ก -> ตอนที่1, ตอนที่2)
คราวนี้ขอไปทานกันกลางวันบ้าง ร้านนี้ทานมานานมากตั้งแต่เด็กๆเลยค่ะ เวลาบอกเพื่อนก็จะเรียกว่า เกี้ยมอี๋ในตำนาน เพราะรู้สึกว่าอร่อยมากและบางทีไปก็หมดบ้าง ไม่ขายบ้าง ว่าจะถามเบอร์ถามชื่อร้านก็ไม่ได้ถามซักที เพราะไปถึงทีไรก็หน้ามืดกิน กิน กิน จนอิ่มตึ๊ดลืมสิ้นไปทุกครั้ง :D
แต่คราวนี้ตั้งใจแล้วว่าจะมาเขียน Blog ตะลุยกินเยาวราชต่อเลยถามเจ๊เจ้าของร้านจนได้รู้ว่าชื่อร้าน เกี้ยมอี้ (สูตรน้้ำพริกเผา) มีเจ๊ชุงเป็นเจ้าของร้านค่ะ
เมนูประจำของเราเป็น เกี้ยมอี๋หมูสับไม่ใส่เครื่องในค่ะ อร่อยโฮก
น้ำซุปร้อนๆรสชาดกลมกล่อม หมูสับอร่อยล้ำเกินบรรยาย
ปลาหมึกกรอบ เป็นชิ้นไม่ใหญ่มาก เคี้ยวกรุบหนุบหนับ
และที่ขาดไม่ได้ น้ำพริกเผา เราชอบมากต้องใส่เยอะๆเลย
อันนี้จัดมา 4-5 ช้อนพูน
แดงแปร๊ด พร้อมกิน
วันนั้น หิวมากเลยจัดเกาเหลาไม่งอกอีกชาม
ได้หมูสับมาเพียบเลยอ่ะ
อันนี้เป็นหน้าตาบะเต็งค่ะ เค้าจะใส่ให้ทุกชามอยู่แล้ว
อร่อยอิ่มตึ๊ดเหมือนเคย เกี้ยมอี้ ราคาชามละ 30 เกาเหลา 40 บาท
ร้านเปิดทุกวัน 8:30 - 14:30 วันธรรมดาอาจจะมีหยุดบ้างอะไรบ้าง ยังไงลองโทรไปถามเจ๊ชุงกันดูก่อน เดี๋ยวไปเก้อเน้อ
หน้าร้านค่ะ อันนี้ลูกชายเจ๊ชุง (ต้นตำรับเป็นคุณพ่อเค้า แต่อาเฮียเสียไป 3 ปีแล้ว ลูกชายมาช่วยทำต่อ)
บรรยากาศร้าน มีโต๊ะ 2 แถว นั่งลำบากๆหน่อย ได้ฟิลดีฮะ
มองจากมุมนี้ เห็นร้านบะหมี่จับกังอยู่ทางขวามือ คือร้านเค้าติดกันเลย
พิกัดร้านอยู่ซอยเจริญกรุง 23 หันหน้าเข้าวัดเล้งเน่ยยี่แล้วเดินขวามาเรื่อยๆ หรือใครเคยกินบะหมี่จับกัง ก็อยู่ซอยเดียวกัน เลยร้านบะหมี่จับกังก็ร้านเกี้ยมอี๋แล้ว
ใครไปกินแล้ว หรือใคยเคยกิน ชอบไม่ชอบยังไงมาบอกกันบ้างนะคะ :D
4 บล็อก
Subscribe RSS
บล็อกเดือน Febuary 2011












































