มาตราส่วน ชั่ง ตวง เป็นเรื่องสำคัญมากๆในการทำขนมเลยค่ะ
เพราะถ้าชั่ง ตวง วัด ไม่ถูกต้องขนมเราก็อาจจะรสชาดหรือรูปทรงเพี้ยนได้
หรือบางที เราก็ตั้งใจจะชั่ง ตวงให้ถูก แต่ก็จนใจ ด้วยหน่วยของส่วนผสมในสูตรมันช่างเง็งเหลือใจ (ขอยืมคำว่า เง็งเหลือใจ ของคุณพลอย จริยเวช มาใช้นะคะชอบจัง) จะทำยังไงดีน้อ เช่น
สูตรคุกกี้ใส่เนย 1 ถ้วย ... เอาสิ เราเคยเจอแต่ เนย 150 กรัม 1 ถ้วยทำไงหล่ะเนี่ย ถ้วยไหน ถ้วยบ้านใคร ถ้วยน้ำจิ้ม หรือถ้วยตวง แล้วถ้วยตวงจะทำยังไง เอาเนยมาหั่นเล็กๆใส่สงไปเหรอ เล็กแค่ไหน โอ้ยยากแท้ 1 ถ้วย เท่ากับกี่กรัม ใครรู้บ้างงงงงงง
หรือ บางทีเจอ เค้กชอคโกแลต ใส่ ชอตโกแลต 8 ออนซ์ .... ออนซ์ อะไรเนี่ย เวรละ ออนซ์ไหน ใครจะไปรู้ 1 ออนซ์เท่ากับเท่าไหร่ โอ้ยยยยยยยย
วันนี้เลยสรุป มาตราส่วน ชั่ง ตวง วัด ที่สำคัญในการทำขนมมาให้ค่ะ และมีรายละเอียดพวกการเปรียบเทียบหน่วยให้ด้วย ทีนี้จะได้อ่านสูตรแล้วมาแปลงหน่วยตามอุปกรณ์ ชั่ง ตวง ที่เรามีได้อย่างสบายใจค่ะ
เริ่มกันที่มาตราส่วนเบสิกค่ะ เกี่ยวกับการตวง ทุกคนที่ทำขนมเองน่าจะมีเจ้าอุปกรณ์เบสิกนี้ค่ะ

นั่นคือ ช้อนตวง และ ถ้วยตวงของแห้งค่ะ ส่วนใหญ่ก็มาเป็นพวงๆแบบนี้เลยค่ะ มีช้อนตวง และ ถ้วยตวงหลายแบบมาให้เลย เช่น หนึ่งช้อนโต๊ะ, ครึ่งช้อนโต๊ะ, หนึ่งช้อนชา, ครึ่งช้อนชา เป็นต้น ส่วนถ้วยตวงก็จะมาเป็น หนึ่งถ้วยตวง, ครึ่งถ้วยตวง, 1/3ถ้วยตวง เป็นต้น การตวงของแห้งให้ตักส่วนผสมใส่ลงในถ้วย ห้ามอัดนะคะ เดี๋ยวเพี้ยน แล้วก็ใช้ไม้พาย หรืออุปกรณ์ที่เรียบปาดออกให้พอดีถ้วยค่ะ
ส่วนการตวงของเหลวเราจะใช้ถ้วยตวงอีกแบบที่มีลักษณะใสๆ ค่ะ วิธีการตวงก็ให้เอาถ้วยวางไว้ที่ที่เป็นระนาบเรียบแล้วรินของเหลวใส่จนถึงขีดที่ระบุค่ะ
ตารางการเปรียบเทียบมาตราส่วน เป็นดังนี้ค่ะ
1 ช้อนชา = 1/3 ช้อนโต๊ะ
1 ช้อนชา = 5 กรัม
1 ช้อนโต๊ะ = 3 ช้อนชา
1 ช้อนโต๊ะ = 15 กรัม
1 ช้อนโต๊ะ = 0.5 ออนซ์
2 ช้อนโต๊ะ = 1 / 8 ถ้วยตวง
4 ช้อนโต๊ะ = 1/ 4 ถ้วยตวง
12 ช้อนโต๊ะ = 3/ 4 ถ้วยตวง
16 ช้อนโต๊ะ = 1 ถ้วยตวง
1 ถ้วยตวง = 16 ช้อนโต๊ะ
1 ถ้วยตวง = 240 กรัม
1 ถ้วยตวง = 8 ออนซ์
1 ออนซ์ = 2 ช้อนโต๊ะ
1 ออนซ์ = 30 กรัม (เอาให้เป๊ะๆเลย 1 ออนซ์ = 28.3495 กรัม)
2 ออนซ์ = 1/4 ถ้วยตวง
8 ออนซ์ = 1 ถ้วยตวง = 226.796 กรัม
1 ไพนท์ = 32 ช้อนโต๊ะ
1 ไพนท์ = 480 กรัม
1 ไพนท์ = 2 ถ้วยตวง
1 ไพนท์ = 16 ออนซ์
1 ควอท = 4 ถ้วย
1 แกลลอน = 4 ควอท
1 ปอนด์ = 16 ออนซ์ หรือ 453.59 กรัม
1 กิโลกรัม = 2.2 ปอนด์
ทั้งนี้ มาตราส่วนการเปรียบเทียบนี้จะเป็นกลางๆค่ะ ถ้าเป็นการเทียบในส่วนของมาตราส่วนของแข็งด้วยกัน จะแม่นยำตามนี้ เช่น แปลง ช้อนชา เป็น ช้อนโต๊ะ เป็น ถ้วยตวง แต่การแปลงของแห้งที่ตวงด้วยถ้วยตวงไปเป็นกรัมจะมีน้ำหนักไม่เท่ากันค่ะ ขึ้นอยู่กับชนิดของส่วนผสมนั้นๆ เช่น แป้ง 1 ถ้วยตวง เป็นแป้งคนละชนิดกัน ก็หนักไม่เท่ากันแล้วค่ะ เพราะแป้งมีความหนาแน่นไม่เท่ากันค่ะ
แต่ก็มีคนใจดี เรียบเรียงไว้ค่ะ ด้านล่างนี้คัดลอกมาจาก Blog คุณครัวชมพู่ นะคะ ขอบคุณมากๆค่ะ -> Blog คุณครัวชมพู่
มาตราส่วนสำหรับแป้งสาลี
แป้งขนมปัง (ตราห่าน) 1 ถ้วย = 110 กรัม
แป้งเอนกประสงค์ (ตราว่าว) 1 ถ้วย = 95 กรัม
แป้งเค้ก (ตราพัดโบก) 1 ถ้วย = 90 กรัม
แป้งสาลีชนิดเบาที่สุด (ตราบัวแดง) 1 ถ้วย = 90 กรัม
แป้ง Whole Wheat 1 ถ้วย = 70 กรัม
แป้งข้าวโพด 1 ถ้วย = 100 กรัม
มาตราส่วนสำหรับน้ำตาล
น้ำตาลทราย 1 ถ้วย = 185 กรัม
น้ำตาลทรายแดง 1 ถ้วย = 180 กรัม
น้ำตาลไอซิ่ง 1 ถ้วย = 85 กรัม
มาตราส่วนสำหรับไขมัน
เนยสด (หรือมาการีน) 1 ถ้วย = 200 กรัม
เนยขาว 1 ถ้วย = 185 กรัม
Peanut Butter 1 ถ้วย = 240 กรัม
Pastry Margarine 1 ถ้วย = 200 กรัม
น้ำมันพืช 1 ถ้วย = 200 กรัม
มาตราส่วนสำหรับไข่
ไข่ไก่ (ขนาดกลาง) 1 ฟอง = 50 กรัม
ไข่แดง 1 ฟอง = 17 กรัม
ไข่ขาว 1 ฟอง = 33 กรัม
ไข่ไก่เบอร์ 0 4 ฟอง หรือเบอร์ 3 6 ฟอง (ไม่รวมเปลือก) = 1 ถ้วย
ไข่ขาว 8-10 ฟอง = 1 ถ้วย
มาตราส่วนสำหรับนม
นมข้นจืดระเหย 1 ถ้วย = 240 กรัม
นมผงขาดมันเนย 1 ถ้วย = 120 กรัม
ครีมข้น 1 ถ้วย = 225 กรัม
วิปปิ้งครีมสด 1 ถ้วย = 200 กรัม
มาตราส่วนสำหรับสารขึ้นฟู
ยีสต์แห้ง 1 ช้อนโต๊ะ = 7 กรัม
โซดาไบคาร์บอเนต (Baking Soda) 1 ช้อนโต๊ะ = 10 กรัม
ผงฟู (Baking Powder) 1 ช้อนโต๊ะ = 8 กรัม
ครีมออฟทาร์ทาร์ (Cream of Tartar) 1 ช้อนโต๊ะ = 7 กรัม
แอมโมเนีย 1 ช้อนโต๊ะ = 10 กรัม
มาตราส่วนอื่นๆ
ผงโกโก้ 1 ถ้วย = 65 กรัม
Chocolate สำเร็จรูป 1 ถ้วย = 200 กรัม
Chocolate สำเร็จรูปสำหรับแต่งหน้า 1 ถ้วย = 120 กรัม
น้ำ 1 ถ้วย = 225 กรัม
วานิลา 1 ช้อนโต๊ะ = 10 กรัม
กาแฟสำเร็จรูป 1 ช้อนโต๊ะ = 2 กรัม
น้ำใบเตยคั้นข้น 1 ช้อนโต๊ะ = 15 กรัม
เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ = 10 กรัม
ข้าวโอ๊ต 1 ถ้วย = 75 กรัม
น้ำผึ้ง 1 ถ้วย = 300 กรัม
ขอแถมเรื่องการแปลงอุณหภูมิจาก องศาเซลเซียส เป็น องศาฟาเรนไฮต์ ด้วยเลย ตามนี้ค่ะ
องศาเซลเซียส = (องศาฟาเรนไฮต์ - 32) / 1.8
องศาฟาเรนไฮต์ = (องศาเซลเซียส x 1.8) + 32
มีตารางเปรียบเทียบองศาที่ใช้บ่อยๆดังนี้ค่ะ
100 C = 212 F
150 C = 302 F
160 C = 320 F
180 C = 356 F
200 C = 392 F
จบ Blog นี้แล้วค่ะ หวังว่าคงเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะคะ ใครเจอหน่วยอะไรแปลกๆ และในนี้ยังไม่ได้เขียนไว้ มาบอกด้วยนะคะ :D
วันนี้ถึงคิวของ Scone หรือ สโกน ค่ะ สูตรจาก maymade เจ้าเก่า Volume2 หน้า 46-47 ค่ะ
หลังจากทำขนมตามเค้า และมีคนมาทำตามเราหลายที ก็ได้ข้อสรุปค่ะว่า ขนมหน่ะถึงจะทำตามเค้าเป๊ะๆไม่ผิดเลยซักขั้นตอน แต่ผลที่ออกมาก็ไม่เหมือนกันหรอกค่ะ เพราะมีปัจจัยแวดล้อมหลายอย่างประกอบ เช่น
- เตาอบเราอาจจะร้อนไม่เท่ากัน หรือ
- ส่วนผสมที่ใช้อาจจะคนละยี่ห้อกัน หรือ
- อุปกรณ์ที่ใช้ขั้นตอนที่เค้าบอกว่า คนให้เข้ากัน บางทีเค้าคนนานกว่า ผลก็ออกมาไม่เหมือนกันแล้วค่ะ
ดังนั้น ลองทำตามแล้วปรับปรุงสูตรไปเรื่อยๆจนได้ สูตรที่เป็นของเราจริงๆ นั่นแหละ...เลิศสุดค่ะ
ส่วน Blog นี้ก็พยายามเขียนให้ละเอียดพร้อมให้ภาพในทุกขั้นตอนที่เป็นไปได้ เพราะทุกสูตรที่เขียน Blog เราก็ทำเป็นครั้งแรกทั้งนั้นเลยค่ะ แต่พอเขียนแล้ว ก็กลับมาลองทำเป็นครั้งที่ 2 ที่ 3 ปรับไปเรื่อยๆ อย่างเค้กกล้วยหอมตอนนี้ก็ทำมาเกิน 5 ครั้งแล้วค่ะ
มาเริ่มทำ Scone กันดีกว่าค่ะ เลือก Scone มา เพราะชอบทานเป็นการส่วนตัว และดูแล้ววิธีการ + ส่วนผสมก็ง่ายค่ะ ไม่ซับซ้อนลองมาดูกันนะคะ
ส่วนผสมของ Scone จากซ้ายไปขวาบนลงล่างนะ
1. เนยเค็ม 170 กรัม
2. แป้งสาลีอเนกประสงค์ 3 ถ้วยตวง
3. ไข่ไก่ 2 ฟอง ฟองนึงใช้ผสม อีกฟองใช้ทาหน้า Scone
4. น้ำตาล 1/4 ถ้วยตวง
5. เกลือ 1 ช้อนชา
6. เบกกิ้งโซดา 1 ช้อนชา
7. ผงฟู 4 ช้อนชา
8. นมจืด 1 ถ้วยตวง ประมาณ 200ml ขวดเล็กพอดีเลย

ขั้นตอนที่ 1: ร่อนแป้ง เบกกิ้งโซดา ผงฟู และ เกลือ เตรียมไว้ เปิดเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียสรอไว้ด้วย
ขั้นตอนที่ 2: ตีเนยที่ทิ้งไว้ให้อ่อนตัวในอุณภูมิห้องกับน้ำตาลจนฟูเนียน สีเนยจะซีดลงแต่ปริมาณจะเพิ่มขึ้น (อันนี้แอบขี้โกงเอาเนยไปเข้า Microwave จนละลายเป็นน้ำเลย แนะนำว่าให้เอาไปอุ่นนิดเดียวแบบพออ่อนๆจะดีกว่าค่ะ)
ขั้นตอนที่ 3: ใส่ไข่ลงไปตามด้วยนม ผสมแค่พอเข้ากัน
ขั้นตอนที่ 4: ค่อยๆใส่แป้งลงไปผสมจนเข้ากัน
พอผสมตามสูตรในหนังสือแป้งมันจะไม่เป็นรูปทรง ออกเหลวไปหน่อยเราเลยต้องเพิ่มแป้งไปอีกประมาณเกือบถ้วยจนสามารถปั้นก้อนได้ คราวหน้าคิดว่าจะลดนมลงเหลือ 1/2 - 3/4 ถ้วยแทน )
ขั้นตอนที่ 5: โรยแป้งที่พื้นโต๊ะนิดหน่อย นำแป้งสโคนออกจากชามผสม โรยแป้งลงบนหน้าสโคนให้ทั่ว
ขั้นตอนที่ 6: จากนั้นสำไม้นวดแป้งหรือขวดน้ำมานวยให้แป้งสโคนแบนลง แต่ยังคงความหนา 1 นิ้ว ตัดรูปทรงตามต้องการ
ของเราเอาพิมพ์คุกกี้มาตัดด้วยน่ารักเลย แล้วส่วนที่เหลือขอบๆพิมพ์ก็เอามาปั้นเป็นก้อนกลมๆ
ขั้นตอนที่ 7: ทาหน้าสโคนด้วยไข่อีกฟองที่ตีให้แตกพอประมาณ จากสูตรนี้ทำได้ 2 ถาดเลย

ขั้นตอนสุดท้าย: นำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส 15 นาที
อบเสร็จแล้วออกมาเป็นแบบนี้จ้า ขนมจะฟูขึ้นมาเกือบเท่าทำให้ไม่ออกมาตามแบบพิมพ์คุกกี้เลย อาจจะเป็นเพราะพิมพ์คุกกี้ที่ใช้เล็กไปหน่อย
เสร็จแล้วจ้าาา Scones เสิร์ฟคู่กับแยมที่ชอบ ชงชาซะหน่อยนะ อร่อยเมพไปเลย
รสชาด ok นะ หอมเนย มันออกจะเค็ม และร่วนไปหน่อยคาดว่าอบนานไป คราวหน้าจะปรับปรุงตามนี้
- ลดเกลือเหลือ 1/2 ช้อนชา
- ลดนมเหลือ 1/2 ถ้วยตวง คงจะค่อยๆใส่นม แล้วค่อยๆผสมแป้ง
- เนยไม่เอาไปเวฟจนเป็นน้ำ จะเวฟให้อ่อนตัวนิดเดียวแล้วเอามาตี
- หาพิมพ์คุกกี้แบบกลม หรือ แบบน่ารักก็ให้มันใหญ่หน่อย พอมันบวมก็จะพอเห็นรูปร่างบ้าง
- ลดเวลาอบลงอาจจะเหลือซัก 13 นาที ลองดูก่อนว่าสีสัน ok มั้ย อันนี้แล้วแต่ขนาดด้วย จากที่ลองชิมอันใหญ่ๆ ok กว่า เพราะอันจิ๋วๆมันกรอบ ร่วนไป
เสร็จแล้วจ๊ะ ลองทำทานกันดูนะ อร่อยไม่อร่อยยังไงมาบอกด้วย หรือใครรู้เทคนิคอื่นๆเพิ่มเติมมาบอกบ้างนะคะ ไปละ บายย
เคยมั้ยคะ เวลาเราไปต่างประเทศ เราก็มักจะคิดว่า เอ...เค้าซื้ออะไรกันน๊าาา ถ้าชั้นไม่ได้ซื้อจะพลาดไม่น๊าาา
เราเป็นทุกทีเลย เพื่อนก็แนะนำว่า ไปลอง search คำว่า "แกะถุงชอปปิ้ง" สิ มีคนเอามา review เพียบเลย พอลองไป search ดูก็เจอจริงด้วยแฮะ บางอย่างดูแล้วน่าสนใจก็ขอเลียนแบบหน่อย 555
นึกทุกครั้งนะว่ากลับมาจะมาทำ blog แกะถุงชอปปิ้งของเราบ้างเป็นการตอบแทนเผื่อคนอื่นมา search แต่ก็ขี้เกียจทุ๊กที
แต่คราวนี้ได้ฤกษ์แล้ว มาดูกันดีกว่า....
ของที่ซื้อมาบอกความสนใจของเจ้าของได้เลยนะคะ ว่าช่วงนั้นๆ เรากำลังสนใจอะไร คราวที่แล้วที่ไปจำได้ว่า ซื้อพวกอุปกรณ์อาบน้ำ กับเครื่องเขียนมาเยอะมากๆ คราวนี้ไม่ได้ซื้อเลยแฮะ หนักไปที่พวกอุปกรณ์ทำขนม ส่วนของกินหน่ะซื้อเยอะทุกทีอยู่แล้วค่ะ
ขอ list ของจากที่ๆซื้อนะคะ เริ่มจากอุปกรณ์ IT ก่อนค่ะ ซื้อที่ Bic Camera กับ Yodobashi เป็นหลักค่ะ
1. Bic Camera & Yodobashi
- ที่ยึด iPhone ติดกับแอร์รถ เวลารถติดเราก็จะได้เล่น iPhone ได้ หรือคนใช้ iPhone ดูพวกแผนที่ก็จะสะดวกค่ะ อันนี้ที่เมืองไทยก็มีหลายแบบนะคะ แต่ไม่เคยเห็นแบบยึดกับแอร์เลยซื้อมาค่ะ ราคาแพงเหมือนกันประมาณ 1,200 บาทแหนะ ตอนที่ไป rate 0.35 ค่ะ
- สายรัดแขนของ iPad Nano เวลาเราวิ่งจะได้ฟัง iPod ไปด้วยได้ อันนี้ไม่ค่อยเห็นที่ไทยมีขายเลย
- สายต่อหูฟังยาว 5 เมตร ซื้อมาเสียบกับ TV แล้วก็มานั่งดูที่โซฟา ในกรณีที่อยากดู TV คนเดียวไม่ให้เสียงไปรบกวนสมาชิกในบ้านที่อาจจะนั่งทำงาน หรือ อ่านหนังสือค่ะ อันนี้ที่ IT Mall ฟอร์จูน ก็มีค่ะ บ้านหม้อ ก็น่าจะมี แต่ไม่ยาวขนาดนี้ มีประมาณแบบเมตรกว่าๆ ต้องซื้อมาต่อๆกันค่ะ แต่จะถูกกว่าอันนี้มากค่ะ เส้นนี้ 1170 เยนแหนะ
- กระเป๋า notebook เล็ก ขนาดพอดีกับ iPad เลย เลยซื้อมาใส่ iPad ค่ะ ราคาประมาณ 700 บาท ข้างๆเป็นหูฟังที่เพื่อนฝากซื้อ รูปเลโก้ (1980 เยน) กับ รูปเม็ดหมากฝรั่งสีชมพู (1480 เยน) ส่วนข้างล่างเป็น USB Hub รูป Chocolate (1480 เยน)
2. Tokyu Hand
ต่อมาเป็นของที่ซื้อจากห้าง Tokyu Hand แหล่งขายของทำมือค่ะ
จากซ้ายไปขวา บนลงล่าง
- มีดเซรามิก ที่คมมากๆ เหมาะสำหรับเอาไว้ปอกผลไม้ค่ะ (2980 เยน) ตอนซื้อเค้าแถมเขียงยางด้วยเลยได้เขียงมาฟรี
- ที่เห็นเป็นแถบสีๆ คือ หมึกค่ะ (1050 เยน) อันนี้เพื่อนฝากซื้อ พร้อมตัวปั้ม รูปตัวอักษรภาษาอังกฤษ (655 เยน) เห็นว่าจะเอาไปปั้มใส่สมุดเก็บรูปค่ะ ตรงกลางเป็นตัวปั้มเล็กๆ รูปผึ้งน่ารักดีเลยซื้อเป็นของฝากแถมไป (126 เยน)
- ต่อมาเด็ดสุดของ trip ค่ะ เป็นเครื่องชั่งไว้ทำขนม อยากได้มากๆกะไว้ก่อนไปแล้วว่าจะไปซื้อ ที่เมืองไทยมีไม่กี่แบบและขายกันค่อนข้างแพงเลย อันนี้ 1980 เยนเท่านั้นค่ะ
- สุดท้ายเป็นร่มแบนๆไว้พกค่ะมี UV ด้วย ปกติร่มที่ญี่ปุ่นไม่ค่อยมี UV เพราะเค้าเอาไว้กันฝนซะส่วนมากค่ะ (1050 เยน)
3. Muji
ตามด้วยของที่ซื้อจาก Muji ซึ่งคราวที่แล้วเป็นร้านหลักที่แวะเลย ซื้อของมาเพียบๆ คราวนี้เหลือแค่นี้เอง
- 2 ถุงแรกเป็นชาดอกไม้ก้อนเล็กๆ 5 ก้อน พอเอาไปชงน้ำร้อนจะพองออกมาเป็นดอกไม้เต็มแก้วเลย ยังไม่ได้ลองชงเลยค่ะไม่รู้อร่อยมั้ย
- ต่อไปเป็นพวกขนมค่ะ ซื้อมาลองชิมว่าอร่อยรึเปล่า ถุงใหญ่ข้างๆชาดอกไม้ รสชาดเหมือน โดริโทส รสชีสเปี๊ยบเลยค่ะ (166 เยน)
- ข้างๆเป็นปากกา 3 สี ที่เราเลือกสีได้เอง ตัวไส้สี 90 เยน ปากกา 150 เยน ตกแท่งนึงก็ 150 + 90 + 90 + 90 ค่ะ มีสีให้เลือกประมาณ 10กว่า สี เราก็เลือกตามที่เราชอบได้เลย ข้างๆจะเป็นแบบสีเดียวตัวปลอกเป็นเหล็ก 400 เยน ไส้ 100 เยน อันนี้ก็เลือกปอกเลือกไส้ได้เองค่ะ
- 3 ถุงล่างเป็นขนมถุงๆ เห็นคนซื้อกันเยอะเลยลองซื้อมาชิมค่ะ ไว้ชิมแล้วจะมาบอกนะคะ ว่าอร่อยมั้ย (105 เยน)
- ถุงริมขวาเป็น ทาโร่ชีส ค่ะ ยังไม่ได้ลองเหมือนกัน (158 เยน)
4. Matsumoto Kiyoshi
และมาถึงคิวของเครื่องสำอางค่ะ ซื้อจากร้าน Matsumoto Kiyoshi ร้านเครื่องสำอางเหลืองๆทั่วโตเกียวเลยค่ะ ส่วนใหญ่เป็นของที่เพื่อนฝากซื้่อค่ะ จากซ้ายไปขวา บนลงล่าง
- ครีมกันแดดของ shiseido ตัวใหม่ที่คนขายเชียร์หนักหนาเลยซื้อมาลองค่ะ (1980 เยน)
- ที่ทาตาของ canmake (600-700 เยน)
- ที่ทาแก้มของ canmake (500-600 เยน)
- หลอดๆเป็นยาทายุงของเด็ก พี่ที่ office ฝากซื้อบอกว่าเอาไว้ทาตอนยุงกันลูก ทาปุ๊บมันจะยุบเลย ไม่มีสเตอรอยด์ด้วยดีมาก (890 เยน)
- สเปรย์ฉีดผมหลังสระ ทำให้ผมไม่พันกัน แบบเติม 504 เยน แบบมีหัวฉีด 629 เยน
- ที่ดัดขนตา Shiseido ใช้ดีนะ เราชอบ 598 เยน
- แถวล่าง เป็นเยลใส่ผม Gasby เพื่อนฝากซื้อบอกที่ไทยหาไม่ได้ อันละ 500 เยน
- ปากกาเขียนขอบตาเห็นเค้าชอบแบบนี้กันเพื่อนฝากซื้อเหมือนกันบอกว่าเขียนดี (798 เยน)
- Mask หน้าขาวของ kose เค้าว่าเทพมากเลยซื้อมากลอง (1690 เยน)
- สุดท้ายแป้งเด็กของ Shisedo เพื่อนฝากซื้ออีกแล้ว (256 เยน)
5. ร้าน 100 เยน & Daiso
ร้านต่อไป เป็นหัวใจของ Trip นี้เช่นกัน ได้แก่ ร้าน 100 เยน และ ร้าน Daiso เพราะเราตั้งใจไปซื้ออุปกรณ์ทำขนมอยู่แล้ว ทุกอย่างอันละ 105 เยนค่ะ
มีพิมพ์คุกกี้ แกะ pack ออกจะได้ประหยัดเนื้อที่ ตามด้วยช้อนตวง 2 ชุด, นาฬิกาจับเวลา, พายยาง 3 อัน, แปรงทา, ที่ร่อนแป้งอันเล็ก, ที่แยกไข่แดง
ตะแกรงผึ่งคุ๊กกี้ 2 อัน, มีดหั่นขนมปัง, ที่ปาดหน้าเค้ก, ที่ขูดชีส, ที่ตักฟอง, ช้อนคนเล็ก
ช้อนกาแฟแบบยาว, ที่วางมะนาว, ไม้จิ้มขนม 3 อัน, ที่ใส่ชา 4 อัน และที่วางถุงชารูปใบไม้ 2 อัน

6. ตลาด Ameyoko
ต่อไปเป็นรายการของกินค่ะ ส่วนใหญ่ซื้อจากตลาด Ameyoko ซึ่งจำราคาไม่ได้แล้วค่ะ
เริ่มด้วยโนริมากิ อาราเร่ ซื้อได้เลยค่ะ อร่อยมากถุงละประมาณ 200-300 บาท
ปลาหมึกเหนียวหนึบ สองห่อแรกเป็นแบบรมควัน รสจัดจ้านเลย
ตามมาด้วยป๊อกกี้ แม้ว่าบางอย่างเมืองไทยจะมี แต่ซื้อที่ญี่ปุ่นกินทีไร มันอร่อยกว่าทุกที เราว่าของมันสดใหม่กว่า ไม่ต้องไปเสียเวลาขนส่งไปแล้วไปรอขายที่ไทยอีก
ต่อมาเป็นชีส Belcube จะเป็นก้อนสี่เหลี่ยมเล็กๆ ห่อนี้ 24 ก้อนเล็กประมาณ 300 เยน อร่อยมากๆๆเอาไว้ทานแกล้มกับไวน์ หรือกินเปล่าๆก็ได้ ที่ Tops ขายห่อเล็ก 15 ก้อน 155 บาท แพงมากๆ kitkat มีหลายรส เลยซื้อมาลองชิมดู Chocolate meiji ก็อร่อยดีค่ะ
บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อร่อยโฮก อุด้งเต้าหู้ญี่ห้อนี้เลยนะ รสชาดอร่อยกลมกล่อมมาก ที่ไทยมีขายใน super ประมาณ 90 บาท แต่แบบที่บอกความอร่อยสดมันไม่เท่าของที่ซื้อมาเอง หุหุ กล่องสี่เหลี่ยมเป็นแบบแห้งค่ะ เส้นนุ่มอร่อยดี ส่วนถ้วยสุดท้าย Nissin Cup Seafood ใครไม่เคยลองขอบอกว่าเชย อร่อย classic มาก
อันนี้เป็นพวกผงโรยข้าวค่ะ มีขายตามร้าน 100 เยน มันมีหลายแบบบ่งอันอร่อย บางอันจืดๆ แต่ 3 แบบนี้อร่อยมาก ทางซ้ายห่อม่วงๆเป็นรสปลา ส่วนห่อขาวๆเป็นไข่ปลาเค็มๆ และสุดท้ายห่อเขียวๆเป็นรสไข่ อร่อยจังงิ
ต่อไปเป็นบรรดา ทาโร่ชีส ที่ซื้อทุกทีเลย ทาโร่ชีสก็มีหลายแบบเหมือนกัน อันนี้เลือกแบบที่กินแล้วอร่อยมา
อันนี้เป็นไข่ปลาเมงไท ที่จะซื้อกลับมาทุกที ที่ไปญี่ปุ่น เอามาอุ่น Microwave หรือเตาติ๊งกินกับข้าวสวยร้อนๆ หรือเป็นกับแกล้มเบียร์ ที่ตลาด Ameyoko มีขายเพียบๆ แต่คราวนี้เราไปตลาดก่อนวันกลับหลายวันเลยไม่ได้ซื้อที่ตลาด อันนี้ซื้อจาก Supermarket ห้าง Seibu 2pack แรกเป็นแบบแช่แข็งเก็บได้นาน packสุดท้ายเป็นแบบสด เก็บได้ 5 วันเอง ลองกินแบบสดแล้ว อร่อยมั๊กเสียดายไม่ค่อยเผ็ด ราคา pack ละประมาณ 1000 เยน ถ้าซื้อที่ตลาด Ameyoko จะได้มากกว่านี้ 1 เท่า
7. ของเบ็ดเตล็ด
ที่เหลือเป็นของเบ็ดเตล็ดที่ซื้อตามที่ต่างๆ ได้แก่
Spring Magazine ซื้อที่ร้านหนังสือสถานีรถไฟ เพื่อนฝากซื้อเพราะชอบดู fashion ญี่ปุ่น แต่เล่มนี้เด็ดตรงแถมกระเป๋า Paul Smith ราคา 590 เยนเท่านั้น คุ้มสุดคุ้ม
อันนี้เป็นบรรดาของตุ๊กจิ๊ก 2 ตัวบน เป็ดกับหมู เป็นของแพงเพราะได้มาจากการจับตุ๊กตา ฮ่าๆ คราวนี้มือไม่ขึ้นเลยจับได้ตัวจิ๋วๆมา 2 ตัวเองเสียเงินไปเพียบ
นกเพนกวิน ชื่ออะไรไม่รู้ซื้อมาฝากพี่ที่ office เพราะเค้าบอกว่าชอบตัวนี้มาก (525 เยน) ซื้อมาจากร้านข้างวัดเซนโซจิ วัดที่มีโคมแดงใหญ่บิ๊กบึ้ม
บรรดาลิง ซื้อมาจาก Nikko 5 ตัวที่ถือกล้วยเป็นแม่เหล็ก (300 เยน) ส่วนพวงๆส้มๆ ปิดหูปิดตาปิดปาก อันละ 400 เยน
ร่มเขียวเล็ก ซื้อตรงวัดเซนโซจิ 500 เยน พวงกุญแจ kitty เป็นรูปไข่ดำซื้อที่ Hakone พวงกุญแจแมวที่ Nikko ขนมซื้อที่ 7-11 เท่าไหร่ไม่รู้แล้ว ห่อกลางได้ฟรีตอนเดินเล่นที่ Shibuya แล้วเค้าแจกมา
8. Narita Airport
ตบท้ายด้วยของฝากที่ซื้อที่สนามบิน พวกขนมกล่องของฝากแนะนำให้ซื้อที่สนามบิน ตรงที่เราผ่าน ตม. มาแล้ว เพราะเราจะไม่เสียภาษีค่ะ ปกติถ้าซื้อ Tokyo Banana ทั่วไปจะกล่องละ 1050 เยน แต่พอซื้อสนามบินจะเหลือ 1000 เยนเท่านั้นค่ะ กล่องแรกเป็นโมจิหลายๆแบบคาดว่าไม่อร่อยแต่มันสวยดี (1000 เยน) ,กล่องสีขาวด้านบนเป็น Moku Moku เป็นคุกกี้ม้วนเพื่อนที่ office ชอบกินเลยซื้อมาฝาก (1200 เยน), KitKat รสชาเขียวเค้าว่าอร่อย (1300 เยน), กล่องเขียวๆเป็นโมจิสามเหลี่ยม อร่อยเมพชอบมาก (500 เยน), สุดท้ายเป็น Tokyo Banana รสชอกโกแลต (800 เยน)
โมจิสามเหลี่ยมแกะกล่องมาแล้วเป็นแบบนี้ อร่อยโฮก
หมดแล้วกว่าจะเขียนเสร็จเมื่อยมือเลยอ่ะ ใครเคยกิน หรือ ใช้อันไหนที่เขียนๆมา มาบอกกันด้วยนะคะ :D
3 บล็อก
Subscribe RSS
บล็อกเดือน พฤษภาคม 2010



































