Feedback

ตะลุยกินเยาวราช ตอนที่1 ก๋วยจั๊บ - คั่วไก่ - แปะก้วย

เยาวราช แหล่งของกินอร่อยโฮก มีของกินเยอะมากๆ ไม่ว่าจะเป็น ก๋วยจั๊บนายอ้วน ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่กระทะทองเหลือง แปะก้วย บัวลอยน้ำขิง จุ๋ยก้วย หมี่จับกัง ข้าวแกงกะหรี่ โจ๊กหมูเด้ง ก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋น กุ้งเผา หอยนางรมสด เกี๋ยมอี๋หมูสับ เกาลัด กุ้งอบวุ้นเส้น... นู้นนี่โน่นนน โอ้ยเยอะไปหมด

บางทีของกินอาจจะเยอะไป จนเลือกไม่ถูกเลย ในฐานะคนที่ไปกินมาหลายที แล้วโดนเพื่อนถามบ่อยๆว่าไปกินอะไรที่เยาวราชดี เลยจัดมาให้ลองดูกัน

เนื่องจากไปบ่อย เลยขอจัดมาเป็นตอนๆดีกว่า เพราะเยาวราช ไปกลางวันกับกลางคืน เมนูการกินก็จะต่างกันด้วย

สำหรับตอนแรกนี้ ขอนำเสนอสูตรที่ทำประจำเวลาไปเยาวราชตอนกลางคืน คือ ก๋วยจั๊บนายอ้วน-ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่กระทะทองเหลือง และ แปะก้วย แต่วันนี้มีพิเศษด้วยคือ แฮ่กึ้น และ ซื้อจุ๋ยก้วย กับ อกเป็ดอบกลับบ้าน

ออกจากบ้านตอนทุ่มครึ่งแล้ว มาถึงเยาวราชก็ประมาณ 2 ทุ่มนิดๆ เนื่องจากเป็นวันอาทิตย์ที่พรุ่งนี้หยุดอีกวัน คนเลยเยอะเป็นพิเศษเลย ปกติถ้าขับรถมาจะไปจอดที่ ตึกจอดรถ 24ชม. ตรงฝั่งซ้ายมือก่อนถึงตลาดเก่า ชั่วโมงละ 40 บาท (ไม่กล้าจอดข้างทางเพราะน้องเคยโดนทุบรถ ไม่คุ้มกันนะ)

อ๊ากกกก รถเยอะมาก เยาวราชชชช หิวแล้ว


ร้านแรก ก๋วยจั๊บนายเล็ก(อ้วน) หรือ ก๋วยจับนายอ้วนที่คนชอบเรียกกัน คนรอเยอะตลอดแต่ไม่ต้องกลัวคิวเร็วมาก มีที่ให้นั่งด้านในซอยด้วย รอแป๊บเดียวได้กินแล้ว ความพิเศษของก๋วยจั๊บร้านนี้คือ น้ำซุปที่เผ็ดร้อนพริกไท เข้ากันกับ เส้นที่นุ่มหนึบไม่เละ และ หมูกรอบอร่อยเหาะ ใส่น้ำส้มซะหน่อยกินแล้วคล่องคอมาก

playground

ชามนี้ กรอบ เพาะ (หมูกรอบกับกระเพาะ) ถ้าทุกอย่างจะมี ลิ้น กับ หัวใจเพิ่มมา แต่เราชอบกิน 2 อย่างเลยเลือกเน้นๆ ไม่สั่งพิเศษเพราะเตรียมไปกินต่อร้าน 2 เดี๋ยวอิ่มไป (ชามละ 35 พิเศษน่าจะ 45)

มาแว้ววว

อันนี้สั่งมากินเล่นแกล้มได้ ของร้านข้างๆอร่อยดี แฮ่กึ้น 55 บาท

อันนี้เป็นภารกิจพิเศษ แฮ่กึ๊น

 

ก่อนจะไปร้านสองให้แวะมาซื้อ จุ๋ยก้วยร้านนี้ก่อน ปกติชอบซื้อกลับบ้าน ให้หันหน้าเข้าร้านก๋วยจั๊บแล้วเดินมาทางขวามือนิดนึงจะเห็นร้านนี้อยู่ เราว่าจุ๋ยก้วยร้านนี้อร่อยสุดตั้งแต่เคยกินมาเลย รสชาดกลมกล่อมมาก สังเกตุพี่คนขาย อย่าไปผิดร้านหล่ะ ชุดละ 25 บาท

จุ๋ยก้วยร้านข้างก๋วยจั๊บอร่อยสุด

ภารกิจพิเศษ2 จุ๋ยก๊วย กลับบ้าน


เสร็จแล้วก็ข้ามถนนจะเจอร้านก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่กระทะทองเหลืองร้านนี้ อยู่ทางเข้าตลาดเก่าเลย อร่อยโฮก จุดเด่นคือเส้นที่หอมควันไฟ ไม่แห้งจนเกินไป กับ ปลาหมึกกรอบที่กรอบจริงๆ

ภารกิจที่2 เตี๋ยวคั่วไก่ในตำนาน

คุณลุงคนผัดตั้งใจทำมาก เคยถ่าย video ไว้นานแล้ว ขอเอามา share ซะหน่อย

ธรรมดาชามละ 30 บาทได้จิ๊ดเดียว

playground

อันนี้พิเศษ 50 บาทจะได้เยอะหน่อย

playground

 

หลังจากทานก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่เสร็จ ก็ข้ามถนนกลับไปแล้วเดินไปทางซ้ายของร้านก๋วยจั๊บเรื่อยๆ จะเจอร้าน ฮะ กี่ ลิ้ม จิง เฮียง เป็นร้านขายหมูหยองสว่างๆ ลองซื้อ อกเป็ดอบชานอ้อยกลับไปกินกับข้าวต้มที่บ้านตอนเช้าสิ อร่อยมั๊ก เค้าจะชั่งกิโลขายไม่รู้โลละเท่าไหร่ แต่ซื้อทีไรก็จะตกชิ้นละประมาณ 40 บาท

ภารกิจพิเศษ3 เป็ดอบชานอ้อยซื้อกลับบ้าน

 

พอเลยร้านฮะกี่มาแป๊บนึงจะเจอร้านสุดท้ายของตอนนี้ คือร้านแปะก้วยป้ายส้มนี่เอง จุดสังเกตุคือพี่ผู้หญิงคนขาย ป้ายร้านสีส้ม และผนังไม้ด้านหลัง ร้านจะอยู่หน้าร้านทองเซ่งเฮงหลี

แปะก้วยร้านนี้อร่อยสุด

เราว่าแปะก้วยร้านนี้อร่อยสุด เมนูประจำคือ แปะก้วยเย็นน้ำลำไย เทคนิคคือพอแปะก้วยมาแล้วให้รีบกินเลยอย่ารอช้า เพราะตอนมาใหม่ๆแปะก้วยจะกำลังนุ่มพอดีๆ ถ้าปล่อยนานไปแปะก้วยจะแข็งตัวไม่อร่อย เมนูอื่นๆที่เคยสั่งแล้วอร่อยก็เช่น แปะก้วยนมสด บัวลอยน้ำขิง และ รังนก

playground

จบแล้วตอนที่ 1 ไว้ตอนหน้าจะมา review เมนูเยาวราชตอนกลางวันบ้างจ๊ะ....

วิธีทำ Banana Chocolate Chip Cupcakes อร่อยหอมพอดีคำ

สืบเนื่องจากเค้กกล้วยหอมใส่พิมพ์มันทานยากค่ะ เวลาจะกินก็ต้องมาตัดแบ่งเสียเวลา เลยขอปรับมาเป็นแบบถ้วยดีกว่า ทานง่ายอิ่มพอดีๆ แถมประหยัดไฟและประหยัดเวลา เพราะอบแค่แป๊บเดียวก็ได้กินแล้วค่ะ

วิธีทำก็ง่ายด้วย เราลองปรับสูตรนู้นนี่จนได้ออกมาเป็นสูตรของตัวเองเรียบร้อย อร่อยเหาะจนเพื่อนๆหลายๆคนตกใจเลยทีเดียว ฮ่าๆๆ อยากรู้ว่าอร่อยจิงมั้ยต้องลองทำกันนะคะ

ส่วนผสมของ Banana Chocolate Chip Cupcakes หรือ เค้กกล้วยหอมแบบถ้วยใส่ชอคโกแลตชิพ มีดังนี้

ทำ Banana Chocolate Chip Cupcakes กินจ้า

จากซ้ายไปขวา บนลงล่าง

1. กล้วยหอมสุก 2 ลูก เลือกลูกงอมๆมาเลย ดีใจไม่ต้องทิ้งแล้ว

2. แป้งสาลี 150 กรัม (แป้งบัวแดง เจ้าประจำ)

3. เนยจืด 90 กรัม

4. ผงฟู 1/2 ช้อนชา

5. เบกกิ้งโซดา 1/2 ช้อนชา

6. เกลือ 1/2 ช้อนชา

7. ไข่ไก่ 2 ฟอง

8. น้ำตาลทราย 100 กรัม

9. ชอคโกแลตชิพ ของ HERSHEY'S อร่อยสุด ใส่ตามชอบค่ะ

สูตรนี้จะแอบยากสำหรับคนที่ไม่มีอุปกรณ์ชั่งค่ะ เพราะเป็นกรัมหมดเลย แต่ไม่เป็นไรค่ะ มีทางแก้ให้ลองดู blog นี้ค่ะ -> การเปรียบเทียบมาตราส่วน ชั่ง ตวง ที่สำคัญๆ ในการทำขนม แล้วลองปรับสูตรจากกรัมเป็นถ้วยตวงดูค่ะ

มาเริ่มทำกันดีกว่าค่ะ

ขั้นตอนที่ 1
เตรียมกล้วยหอมโดยหั่นเป็นเล็กๆ เอาใส่ถ้วยแล้วใช้ช้อนบี้ๆให้ละเอียดค่ะ ไม่ต้องละเอียดมากก็ได้ค่ะ ให้เหมือนเหลวๆนิดนึงก็พอค่ะ

ทำ Banana Chocolate Chip Cupcakes กินจ้า


ขั้นตอนที่ 2
ตีเนยกับน้ำตาลทรายเข้าด้วยกัน มันจะสีอ่อนลง และขึ้นฟูแบบในรูปค่ะ (เทคนิคคือถ้าเนยแข็งมากให้เอาเข้า microwave แป๊บนึงค่ะ แต่อย่าให้เหลวเป็นน้ำนะคะ เอาแค่อ่อนตัวนิดนึง แล้วมาตีต่อ ไม่งั้นมันจะไม่ขึ้นฟูค่ะ)

ทำ Banana Chocolate Chip Cupcakes กินจ้า


ขั้นตอนที่ 3
ใส่ไข่ลงไปทีละฟอง แล้วตีให้เข้ากันค่ะ

ทำ Banana Chocolate Chip Cupcakes กินจ้า  ทำ Banana Chocolate Chip Cupcakes กินจ้า


ขั้นตอนที่ 4
ร่อนแป้งสาลี เกลือ ผงฟู Baking Soda เข้าด้วยกัน แล้วใส่ไว้อีกชามนึงค่ะ

ทำ Banana Chocolate Chip Cupcakes กินจ้า


ขั้นตอนที่ 5
ค่อยๆเติมแป้งลงในส่วนผสมเนยที่ตีไว้ เติมแล้วคนให้เข้ากันเรื่อยๆจนแป้งหมดค่ะ

ทำ Banana Chocolate Chip Cupcakes กินจ้า


ขั้นตอนที่ 6
ใส่กล้วยที่เตรียมไว้ลงไปค่ะ ขั้นตอนนี้ให้คลุกให้พอเข้ากัน ไม่ต้องตีนานนะคะ เดี๋ยวเนื้อเค้กกล้วยหอมจะแน่นเกินไปไม่ฟู จริงๆแล้วจะใส่ chocolate chip ลงในขั้นตอนนี้เลยก็ได้ค่ะ แต่เราจะทำทั้ง 2 แบบ คือทั้งเค้กกล้วยหอมธรรมดา กับ แบบที่มี chocolate chip เลยไม่ได้ใส่ค่ะ

ทำ Banana Chocolate Chip Cupcakes กินจ้า


ขั้นตอนที่ 7
เตรียมถ้วยค่ะ เอาถ้วยกระดาษใส่ลงในพิมพ์ เตรียมหยอดส่วนผสมค่ะ

ทำ Banana Chocolate Chip Cupcakes กินจ้า


ขั้นตอนที่ 8
ตักส่วนผสมใส่ถ้วยเลยค่ะ กะให้ได้ 3/4 ของถ้วย เผื่อที่ให้ส่วนผสมฟูขึ้นมาด้วยค่ะ

ทำ Banana Chocolate Chip Cupcakes กินจ้า


ขั้นตอนที่ 9 สำหรับถ้วยที่จะใส่ Chocolate Chip ก็จะตักซัก 1/3 ของถ้วยก่อน แล้วใส่ chocolate chip ลงไปแล้วค่อยหยอดต่อ แล้วก็โรย chocolate chip ไว้ข้างบนด้วย

ทำ Banana Chocolate Chip Cupcakes กินจ้า   ทำ Banana Chocolate Chip Cupcakes กินจ้า


ขั้นตอนที่ 10
หยอดเสร็จก็นำเข้าเตาอบค่ะ ที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส นาน 18 นาที (เรื่องเวลาขึ้นกับเตาอบด้วยค่ะ ลองทำดูแล้วถ้าสุกไปคราวหน้าก็ปรับได้ค่ะ)

ทำ Banana Chocolate Chip Cupcakes กินจ้า


เสร็จแล้วค่ะ อบออกมาแล้ว เค้กกล้วยหอมเราก็จะเหลืองหอมมากๆ ฟูขึ้นมาหน่อยนึงค่ะ

ทำ Banana Chocolate Chip Cupcakes กินจ้า


เอาถ้วยพิมพ์ออก ก็พร้อมเสิร์ฟได้เลยค่ะ ทานง่ายไม่ต้องตัดแล้วค่ะ ทำแจกเพื่อนๆได้เลยคนละอัน เวลาทานแนะนำให้ทานคู่กับน้ำชาร้อนๆ โอ้ยอร่อยแรงค่ะ

ทำ Banana Chocolate Chip Cupcakes กินจ้า


ขนมขึ้นฟู หน้าจะแห้งนิดนึง แต่ข้างในจะนุ่มค่ะ อันที่เราใส่ chocolate chip กัดไปก็จะเจอ chocolate chip ด้วย อร่อยไปอีกแบบค่ะ :D ขอจบ blog นี้เท่านี้นะคะ enjoy ค่ะ...

ทำ Banana Chocolate Chip Cupcakes กินจ้า   ทำ Banana Chocolate Chip Cupcakes กินจ้า

เนื้อซุปเปอร์ รสดีเด็ด พระราม4 คนชอบเนื้อห้ามพลาด


สืบเนื่องจาก blog "รสดีเด็ด พระรามสี่ ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ อร่อยเมพ!!" ที่เราได้รีวิวก๋วยเตี๋ยวเนื้อกับเนื้อใต้ซี่โครงไป แล้วบอกไว้ว่าถ้าวันไหนได้ลองเนื้อซุปเปอร์แล้วจะมา Update ให้.... หุหุ ในที่สุดก็ได้ไปลองมาอร่อยจริงอะไรจริง

มาแล้วหน้าตา เนื้อซุปเปอร์
ถ้าเทียบกับเนื้อใต้ซี่โครงจะเห็นว่า มีมันแทรกแบบเป็นระเบียบกว่า และไม่มากเท่าเนื้อใต้ซี่โครง

เนื้อซุปเปอร์

 
ให้ลองดูรูปนี้ เทียบกับ Blog ที่แล้ว จะเห็นเลยว่าเนื้อซุปเปอร์มีมันน้อยกว่าเนื้อใต้ซี่โครงมาก โดยมันจะแทรกไปที่ชิ้นเนื้อ ทำให้ตอนกินแล้ว นุ่มมากๆ ไม่มีอารมณ์หนุบๆ มันจะค่อนข้างนุ่มละมุน และ หอมเนื้อขึ้นมาที่จมูกเลย ซึ๊ดดดดดดด

เนื้อซุปเปอร์ นุ่มละมุนมากก

 
ในระหว่างที่กำลังกิน คุณนพ(เจ้าของร้าน)ก็บอกว่า ให้ลองเนื้อนี้ดู ดูจากอาการของเจ้าของแล้ว คาดว่าต้องอร่อยแน่นอน เลยไม่รอช้า ซัดซะ

อันนี้ซุปเปอร์ระดับ5 อร่อยเทพ

 
ตอนคีบขึ้นมาเห็นมันแทรกในชิ้นแล้วอยากร้องกรี๊ด สวยงามมาก และ รสชาดก็เหนือความคาดหมายมาก เพราะ อร่อยมาก นุ่มละมุนมาก ละลายยยมากๆ มันคือ "เนื้อซุปเปอร์ระดับ 5" ซึ่งนานๆจะมีมาซักที

ดูจิ มันแทรกระหว่างชิ้น


ดูเทียบมันที่แทรกของเนื้อซุปเปอร์ระดับ5 (ซ้ายมือ) กับ เนื้อซุปเปอร์ (ขวามือ) จะเห็นว่า เนื้อซุปเปอร์ระดับ5 มันจะแทรกแบบกระจายทั้งชิ้นเลย มันเลยนุ่มมากๆ เคี้ยวเบาๆ ก็ขาดออกจากกันแล้ว เห็นว่ามันกระจายทั้งชิ้นแต่ก็ไม่เลี่ยนเลย ไม่รู้สึกว่ากินมันเลย รู้สึกว่ากินเนื้อที่นุ่มสุดๆ

ซุปเปอร์ธรรมดากับซุปเปอร์ระดับ5 มันที่แทรกจะต่างกันชัดเจน


สำหรับใครที่อยากลองบ้างขอแนะนำร้านรสดีเด็ด สาขาถนนพระราม4 นี้นะคะ มีสาขาเดียวของรสดีเด็ด ที่มีเนื้อแบบนี้ สำหรับสถานที่และเบอร์ติดต่อ อ่านได้ที่ Blog นี้เลยค่ะ -> "รสดีเด็ด พระรามสี่ ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ อร่อยเมพ!!" บายค่ะ ไปทานแล้วมาบอกด้วยนะว่าคิดเหมือนกันมั้ย :D

MV และ เนื้อเพลง Waving Flag (โอ๊ โอ่ โอ โอ๊ โอ่) Tattoo Colour ft. K'NAAN

ชอบเพลงนี้จัง เพลงบอลโลก 2010 อันนี้เป็น MV official แล้วจ้า แถมเนื้อเพลงให้ด้วย แอบหงุดหงิดเห็นหลายเว็บใส่เนื้อมั่วๆ เลยมาลองแกะๆ น่าจะตามนี้ค่ะ

 

โอ๊ โอ่ โอ โอ๊ โอ่ โอ่ โอ๊ โอ่ โอ โอ โอ โอ่ โอ โอ โอ๊

โอ โอ๊ โอ่ โอ โอ๊ โอ่ โอ่ โอ๊ โอ่ โอ โอ โอ โอ่ โอ โอ โอ๊ โอ

 Give me freedom, give me fire, give me reason, take me higher

See the champions, take the field now, you define us, make us feel proud

 (*) แสงอาทิตย์สาด ตามฤดูกาล เกมที่รอคอย คอยมาแสนนาน

วันที่โลกเปิด วันที่ทุกอย่าง ตื่นมารวมกัน จนไม่เหินห่าง

 Singing forever young, singing songs underneath that sun

Let's rejoice in the beautiful game.

And together at the end of the day.

WE ALL SAY


(**) ประตูที่สำคัญ คือรักที่ให้กัน รางวัลที่คนผูกพัน

ให้เราได้สุขใจ ถึงโลกจะห่างไกล ให้เราได้สุขใจ ถึงโลกจะห่างไกล

โว โอ โอ๊ When I get older, I Will be stronger,

They’ll Call me freedom just like a Waving Flag,

So wave your flag, now wave your flag now wave your flag


โว โอ โอ๊ โอ๊ โอ่ โอ โอ๊ โอ่ โอ๊ โอ่ โอ โอ๊ โอ่ โอ๊ โอ่

โอ โอ๊ โอ่ โอ่ โอ๊ โอ่ โอ โอ โอ โอ่ โอ โอ โอ๊ โอ โว โอ โอ๊ (*) (**)

Give you freedom, give you fire, give you reason, take you higher

See the champions, take the field now, you define us, make us feel proud

ซ้ำ (*) (**) (**)

รสดีเด็ด พระรามสี่ ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ อร่อยเมพ!!

ห่างหายจากการแนะนำที่กินไปนานเลย (รวม Blog ซีรีย์ ชุด ฮันนี่ไปกินมาแล้ว) เพราะมัวแต่เห่อทำขนมอยู่ (honey made รวมสูตรขนมทำง่าย มีวิธีและภาพละเอียดยิบ) จริงๆมี Blog ทำขนมที่เขียนค้างอีก 2-3 เรื่อง แต่ยังขี้เกียจอยู่เลย ประกอบกับเมื่อวานไปกินก๋วยเตี๋ยวเนื้อร้านนี้มาอีกแล้ว เลยมาเขียน Blog แนะนำร้านนี้ดีกว่า

เป็น Blog แนะนำร้านอาหารที่ไม่อยากเขียนเล้ยยยย เพราะกลัวคนจะมากินเยอะแบบแอบหวง :P แต่เมื่อวานเพิ่งไปมา คนล้นร้านมากๆ ของเค้าดีจริงๆ เลยไม่อยากให้พลาดกัน (จริงๆเพราะร้านเค้าคนล้นไปแล้ว 555)

วันแรกๆที่ไปกินร้านนี้ จำได้ว่าคนโล่งๆ เพราะเป็นร้านใหม่ ไปกินครั้งแรกก็ประทับเจ้าของร้านก่อน เพราะดูเป็นคนหนุ่มตั้งใจ มาถามไถ่ลูกค้าด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม แนะนำให้ทานเนื้อแบบต่างๆ พอทานปุ๊บ ชะอุ่ยอร่อยจริงๆด้วย หลังจากนั้นก็ไปทุกอาทิตย์ และบอกต่อเพื่อนๆที่ office เนื่องจากร้านอยู่ใกล้ office มาก จนเดี๋ยวนี้ไปตอนเที่ยงต้องไปรอคิวแล้วหล่ะ

ร้านนี้ชื่อว่า "รสดีเด็ด" เจ้าของร้าน (คุณนพ) ก็เป็นลูกของเจ้าของรสดีเด็ดนั่นเอง เค้าแยกมาเปิดร้านของเค้าเองค่ะ

ร้านอยู่ตรงเส้นถนนพระราม 4 (มาจากหัวลำโพงมุ่งหน้าไปจามจุรี สแควร์) คือ วิ่งมาจากหัวลำโพง พอข้ามแยกบรรทัดทอง ก็พยายามชิดซ้ายได้เลย ร้านอยู่ริมถนน จอดรถริมทางได้ ฝั่งตรงข้ามเป็นพรรคเพื่อไทย ถ้าหลุดไปถึงสามย่านเมื่อไหร่ ก็หลงแล้ว Uturn กลับมาหาใหม่ได้

ร้านเปิดทุกวัน 10:00 - 22:00น

ใครมาไม่ถูกยังไงโทรถามที่ร้านได้นะคะ ที่ 02-611-9826 หรือ 086-644-0069 หรือ 082-220-8869 หรือ

Pin: 3134CD1D ไม่ต้อง งง ค่ะ เป็น pin ของคุณนพ (เจ้าของร้าน) เวลามีเนื้อเด็ดๆเค้าก็จะ BB มาบอกให้ลูกค้าได้จองกัน เพราะของดีมันมีน้อย  (ขออนุญาตคุณนพ ก่อนเอามาลงแล้วค่ะ add กันแล้วช่วยบอกว่าอ่านมาจาก blog นี้ด้วยนะ)

มาดูร้านและหน้าตาก๋วยเตี๋ยวเนื้อที่เราบอกว่า เมพ กันดีกว่าค่ะ

 

หน้าร้านเป็นแบบนี้ค่ะ มีขายทั้งก๋วยเตี๋ยวหมู และ เนื้อ หันหน้าเข้าหาร้าน ฝั่งซ้ายเป็นเตี๋ยวหมู ฝั่งขวาเป็นเตี๋ยวเนื้อ

my bicycle หน้าร้าน 

 

เมนู นอกจากก๋วยเตี๋ยวก็มีข้าวด้วย ข้าวหน้าไก่ ข้าวสตูลิ้นหมู เค้าก็ว่าอร่อยเหมือนกันนะ แต่เรายังไม่เคยกินเลย
เพราะมาทีไรก็ซัด ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ กับเนื้อใต้ซี่โครงลวก จนจุกทุกที

รสดีเด็ด พระราม4 อร่อย

 

อันนี้แหละ ของเด็ดของร้านที่เป็นจุดแตกต่าง จากร้านก๋วยเตี๋ยวรสดีเด็ดร้านอื่นๆ คือ เค้ามีเนื้อเด็ดขายเป็นแพค ให้สั่งมาทำก๋วยเตี๋ยวก็ได้ แพคนึงทำได้ 3 ชาม หรือ เอามาลวกกินเปล่าๆก็ได้

เมนู

 

ก๋วยเตี๋ยวชามละ 35 พิเศษ 45

เมนู2


มาดูหน้าตาก๋วยเตี๋ยวกันค่ะ อันนี้ "หมี่แห้งเนื้อทุกอย่าง"

playground

 

อันนี้เป็นเมนูประจำของเรา "หมี่แห้งเนื้อ ชิ้น เปื่อย" ก๋วยเตี๋ยวเค้าจะปรุงมาให้แล้ว ดังนั้นต้องชิมก่อนกิน เนื้อเปื่อยนุ่มเต็มๆคำ อร่อยมาก ลูกชิ้นก็อร่อยกินแล้วเด้ง หนุบ กำลังงาม อ๊ากกกกกกกกก เขียนเอง หิวเอง

lunch!!

 

ส่วนอันนี้ ของเด็ด เมพ มากกกกกก ไปทีไรสั่งทุกที "เนื้อใต้ซี่โครงลวก" ต้องสั่งว่าลวกเปล่าๆนะ ห้ามทำเป็นเกาเหลา เพราะถ้าเป็นเกาเหลาจะมีพวกผัก ทำให้รสชาดเนื้อ drop ไป ชามนี้เค้าเอา เนื้อแพค 200 กรัม มาทำให้ ราคา 300 บาท อร่อยแรงเกินราคา!!

เนื้อปาล์เลอะฮง ลวก

 

ดูสีเนื้อจิ มันจะแดงๆหน่อยๆกำลังดีไม่สุกมากเกินไป ชื้นเนื้อมีมันติดเล็กน้อย กินแล้วมันอร่อยนุ่ม หนุบ รสน้ำซุบก็เค็มๆ เข้ากันมากๆ อ๊ากกกกกกกกก ไม่ไหวแล้วว้อยยย อยากไปกินอีกตอนนี้เลย

เนื้อใต้ซี่โครงลวก

 

อันนี้เป็นเนื้อใต้ซี่โครงที่เอามาทำเป็นเกาเหลา ส่วนตัวเราว่า รสชาดเนื้อมันลดลงไป เวลาแนะนำใครก็บอกว่า ให้สั่งว่า เอาเนื้อใต้ซี่โครงลวกเปล่าๆจะอร่อยกว่า

เนื้อใต้ซี่โครงลวก

 

ให้ดูชิ้นเนื้อชัดๆ เห็นความนุ่มมั้ย :D~~~~

เนื้อใต้ซี่โครงลวก2

 

จบแล้วจ้า ใครเป็นคอเนื้อของบอกว่าให้ไปลองร้านนี้นะ เปิดทุกวันเลย ลอง BB หรือโทรไปถามเค้าก่อนก็ได้ว่า เนื้อใต้ซี่โครงหมดอ๊ะยัง เพราะเด็ดมากอยากให้ลองกันจริงๆ

เค้าว่ามีเนื้อที่เด็ดกว่า คือ "เนื้อซุปเปอร์" เรายังไม่เคยไปลองเลย เพราะมีเฉพาะบางวันเท่านั้น ไว้ได้กินเมื่อไหร่จะ update Blog ให้นะจ๊ะ

ใครไปลองมาแล้วมาบอกด้วย ไปละ บายยย

-----------------------------------

ไปลองมาแล้วเนื้อซุปเปอร์ อร่อยจริงๆ มีรูปด้วย ไปอ่านที่ Blog นี้ค่ะ -> "เนื้อซุปเปอร์ รสดีเด็ด พระราม4 คนชอบเนื้อห้ามพลาด"

ไปกินมาแล้ว Sukura House ร้านอาหารญี่ปุ่น ที่ข้าวสาร

ดีจังเอย PG มี Blog ซะที คราวนี้ก็เขียน Blog ได้เพลินเลย เพราะรูปก็อยู่ที่นี่อยู่แล้วด้วย

ขอประเดิม Blog แรกด้วยเรื่องอาหารที่เราชื่นชอบ และก็เหมือนว่าเพื่อนๆที่ PG จะชอบเหมือนกันเพราะเห็นถ่ายมากันเยอะเลย อาหารที่ว่านี้ คือ ร้าน Sakura House ที่ถนนข้าวสาร เนื่องจากได้ยินกิตติศัพท์มาว่า อร่อย และ ราคาถูกมั๊กๆ และร้านก็ออกจะลึกลับไปยากซะหน่อย เหมาะแก่การมาแนะนำอย่างยิ่งเริ่มเลยนะ

เริ่มต้นที่ถนนรามบุตรี ตรงฝั่งบางลำภู

ถนน รามบุตรี

หรือมองทางซ้ายมือปากซอยคือร้าน Swensen's นั่นเอง เดินเข้าไปในซอยได้เลย

Swensens บางลำภู

เดินไปเรื่อยๆ จะผ่านร้าน Molly bar อันเลื่องชื่อ เค้าว่า คนอกหัก มาฟังเพลงร้านนี้ อาจตายได้ :P

เค้าให้รอ 1hr เลยมาเดินเล่น นี่ร้าน มอลลี่

เดินมาจนกระทั่งถึงร้านอาหารอินเดีย ป้ายเหลืองๆนี้ นะจ๊ะ อยู่ด้านซ้ายมือ

ร้านอาหารอินเดีย ตรงข้าม รร

ด้านขวามือเป็น โรงแรมเวียงใต้ ใครเอารถมาก็มาจอดที่นี่ได้ แต่้ต้องเข้าอีกทางนึง เพื่อนเอารถมาจอดเหมือนกัน ใครอยากรู้ทางไหนถามมาหลังไมค์ละกันนะ เดี๋ยวไปถามเพื่อนให้ ค่าจอดวันนั้นประมาณ 3 ชั่วโมง โดนไป 70 ไม่รู้คิดยังไง ลืมถามเค้า

รร เวียงใต้ (ที่จอดรถ)

โอ๊ะ ก๊วนมาครบแล้วว เดินไปร้านได้เล้ยยยย

Girl Gang

จากร้านอินเดียเหลืองๆทางซ้ายมือ ให้เข้าซอยก่อนถึงร้านซึ่งเป็นซอยเล็กๆ สังเกตุป้ายนี้ด้านบนของปากซอย

ป้ายร้านเป้าหมาย Sakura house

เดินเข้ามาเล้ยยย แคบแท้ๆ บรรยากาศเหมือน guest house ฮ่องกง อารมณ์ประมาณ Free Walker

เ้ข้ามาซอยแคบ นึกว่าอยู่ hk

เดินเข้ามาเลี้ยวซ้ายจะเจอ lift เล็กๆมีป้ายบอกด้วย ชั้น 4

มาถูกที่แล้ว ขึ้น lift ชั้น 4

ขึ้นมาแล้วก็เจอร้านทางซ้ายมือ เนื่องจากมีคนมากินแล้วเอามาบอกต่อ ตอนนี้ร้านเลยฮิตมาก ตอนไปถึงเป็นคิวที่ 4-5 เค้าบอกว่าประมาณ 1 ชั่วโมง เลยจองคิวไว้แล้วไปเดิน shopping ก่อน (จิงๆ ไปกิน ชีสซี่ฟราย ของ Mc รอ เพราะไปถึงก็ทุ่มกว่าๆเกือบ 2 ทุ่มแล้ว เลยหิวแหะๆ ไปดูรูปที่ Album Sakura House ได้ ไม่เอามาแปะเดี๋ยว blog จะยาวเกิน)

ร้านดังแล้ว คนเลยเยอะมาก

ไปเดินมาชั่วโมงนิดๆ ก็กลับมาใหม่ ร้านโล่งขึ้นแล้ว ก็เอาละเดินไปนั่งเลย นี่ก็จะสามทุ่มแล้ว ครัวปิด 4 ทุ่มด้วย

เมนู มาแล้ว อาหารราคาถูกจิงๆ ส่วนใหญ่ 60-80 บาทเอง เราเลยสั่งๆกันใหญ่เลย

ราคาถูกมากส่วนใหญ่ 60-80

 

สั่งไปแล้วก็ เมาท์ รอได้เลย เพราะเค้าทำค่อนข้างนาน

มองไปโต๊ะอื่นๆเค้าเอากล้องมากันทุกคนเลย สงสัยก็มาตาม blog และก็จะกลับไปเขียน blog เหมือนกัน แต่เราเอามาแค่มือถือก็เขียนได้แล้ววว :D

เมาท์ๆ

แล้วหลังจากรอประมาณ 30 นาที อาหารก็มาแล้ว ทยอยมาเรื่อยเลย เริ่มจาก อูด้งหมอร้อน จานนี้ 150 บาท ใหญ่มั๊ก เพื่อนๆชอบทุกคนเลย

อุด้งหม้อร้อนน 150

ต่อด้วยสลัดมัีนฝรั่งอร่อยชื่นใจ 50 บาท ใหญ่อยู่นะ

สลัดมันฝรั่ง 50 บาท

ข้าวแกงกะหรี่หมูทอด 90 บาท มาแล้วว จานนี้ธรรมดา

แกงกะหรี่้หมูทอด 90

เต้าหู้ราดหน้าหมูสับ 70 บาท ใหญ่มาก แต่ไม่อร่อย เราไม่ชอบอ่ะ

เต้าหู้ไม่อา 70 บาท

ตามมาด้วยไก่คาราเกะ 60 บาท อันนี้อร่อยดี

ไก่คาราโอเกะ 60 มั้ง

ทาโกะยากิ 50 บาท ก็อร่อยพอประมาณ

ทาโกะ 50

สุดท้าย อร่อยสุดของวันนี้คือ กุ้งเทมปุระ แป้งเค้ารสชาดดีเลย อร่อย ชอบ มีกุ้งตัวใหญ่ๆ 3 ตัว กะฟักทองและเผือกอย่างละชิ้น 60 บาท ถูกมาก

อร่อยสุด ebi tem 60 บาท

ดูบรรยากาศกะขนาดจานอีกที

หน้าพะอืด

เบ็ดเสร็จทั้งหมด 530 บาท ถูกมากเพราะไม่ีมี service charge และค่า VAT เหมือนค่าน้ำก็ไม่คิดป่าวหว่า จำไม่ได้ ทำให้รู้สึกว่าถูกมากๆ เพราะอิ่มตื้อเลย

ถามว่าอร่อยมั้ย เราก็ว่าเฉยๆนะ มันไม่ได้ขนาดนั้น แต่ถูกอ่ะ ถูกแน่ๆ คิดว่ามาลองกันดูก็ไม่น่าเสียหายอะไร

มีที่ติ คือ ร้านเค้าทำระบบระบายอากาศไม่ดี พอออกมาจากร้านแล้วตัวจะเหม็นน้ำมันมากๆ ถ้ากะว่าจะมากิน แล้วไปเที่ยวต่อ ไม่ recommend อ่ะ

ที่ร้านบอกว่าขายดีมากๆช่วงนี้ โดยเฉพาะช่วงเย็น และ เสาร์ อาทิตย์ ดังนั้น ต้องกะเวลาดีดีนะ มีรออย่างน้อยเป็นชั่วโมง เค้าว่าขายดีแบบนี้มา 4 เดือนแล้วหล่ะ

ยังไงใครไปมาแล้ว มีเมนู อร่อยก็มาบอกกันมั่ง อาจจะไปลองอีก

ใครอ่านมาถึงตรงนี้แสดงว่ามีความอดทนสูง 55 ไว้เจอกันเรื่องหน้่านะจ๊ะ

การเปรียบเทียบมาตราส่วน ชั่ง ตวง ที่สำคัญๆ ในการทำขนม

มาตราส่วน ชั่ง ตวง เป็นเรื่องสำคัญมากๆในการทำขนมเลยค่ะ
เพราะถ้าชั่ง ตวง วัด ไม่ถูกต้องขนมเราก็อาจจะรสชาดหรือรูปทรงเพี้ยนได้
หรือบางที เราก็ตั้งใจจะชั่ง ตวงให้ถูก แต่ก็จนใจ ด้วยหน่วยของส่วนผสมในสูตรมันช่างเง็งเหลือใจ (ขอยืมคำว่า เง็งเหลือใจ ของคุณพลอย จริยเวช มาใช้นะคะชอบจัง) จะทำยังไงดีน้อ เช่น
สูตรคุกกี้ใส่เนย 1 ถ้วย ... เอาสิ เราเคยเจอแต่ เนย 150 กรัม 1 ถ้วยทำไงหล่ะเนี่ย ถ้วยไหน ถ้วยบ้านใคร ถ้วยน้ำจิ้ม หรือถ้วยตวง แล้วถ้วยตวงจะทำยังไง เอาเนยมาหั่นเล็กๆใส่สงไปเหรอ เล็กแค่ไหน โอ้ยยากแท้ 1 ถ้วย เท่ากับกี่กรัม ใครรู้บ้างงงงงงง
หรือ บางทีเจอ เค้กชอคโกแลต ใส่ ชอตโกแลต 8 ออนซ์ .... ออนซ์ อะไรเนี่ย เวรละ ออนซ์ไหน ใครจะไปรู้ 1 ออนซ์เท่ากับเท่าไหร่ โอ้ยยยยยยยย

วันนี้เลยสรุป มาตราส่วน ชั่ง ตวง วัด ที่สำคัญในการทำขนมมาให้ค่ะ และมีรายละเอียดพวกการเปรียบเทียบหน่วยให้ด้วย ทีนี้จะได้อ่านสูตรแล้วมาแปลงหน่วยตามอุปกรณ์ ชั่ง ตวง ที่เรามีได้อย่างสบายใจค่ะ

 

เริ่มกันที่มาตราส่วนเบสิกค่ะ เกี่ยวกับการตวง ทุกคนที่ทำขนมเองน่าจะมีเจ้าอุปกรณ์เบสิกนี้ค่ะ

ช้อนตวง ถ้วยตวง

นั่นคือ ช้อนตวง และ ถ้วยตวงของแห้งค่ะ ส่วนใหญ่ก็มาเป็นพวงๆแบบนี้เลยค่ะ มีช้อนตวง และ ถ้วยตวงหลายแบบมาให้เลย เช่น หนึ่งช้อนโต๊ะ, ครึ่งช้อนโต๊ะ, หนึ่งช้อนชา, ครึ่งช้อนชา เป็นต้น ส่วนถ้วยตวงก็จะมาเป็น หนึ่งถ้วยตวง, ครึ่งถ้วยตวง, 1/3ถ้วยตวง เป็นต้น การตวงของแห้งให้ตักส่วนผสมใส่ลงในถ้วย ห้ามอัดนะคะ เดี๋ยวเพี้ยน แล้วก็ใช้ไม้พาย หรืออุปกรณ์ที่เรียบปาดออกให้พอดีถ้วยค่ะ

ส่วนการตวงของเหลวเราจะใช้ถ้วยตวงอีกแบบที่มีลักษณะใสๆ ค่ะ วิธีการตวงก็ให้เอาถ้วยวางไว้ที่ที่เป็นระนาบเรียบแล้วรินของเหลวใส่จนถึงขีดที่ระบุค่ะ

ตารางการเปรียบเทียบมาตราส่วน เป็นดังนี้ค่ะ


1 ช้อนชา = 1/3 ช้อนโต๊ะ
1 ช้อนชา = 5 กรัม

1 ช้อนโต๊ะ = 3 ช้อนชา
1 ช้อนโต๊ะ = 15 กรัม
1 ช้อนโต๊ะ = 0.5 ออนซ์
2 ช้อนโต๊ะ = 1 / 8 ถ้วยตวง
4 ช้อนโต๊ะ = 1/ 4 ถ้วยตวง
12 ช้อนโต๊ะ = 3/ 4 ถ้วยตวง
16 ช้อนโต๊ะ = 1 ถ้วยตวง

1 ถ้วยตวง = 16 ช้อนโต๊ะ
1 ถ้วยตวง = 240 กรัม
1 ถ้วยตวง = 8 ออนซ์

1 ออนซ์ = 2 ช้อนโต๊ะ
1 ออนซ์ = 30 กรัม (เอาให้เป๊ะๆเลย 1 ออนซ์ = 28.3495 กรัม)
2 ออนซ์ = 1/4 ถ้วยตวง
8 ออนซ์ = 1 ถ้วยตวง = 226.796 กรัม

1 ไพนท์ = 32 ช้อนโต๊ะ
1 ไพนท์ = 480 กรัม
1 ไพนท์ = 2 ถ้วยตวง
1 ไพนท์ = 16 ออนซ์

1 ควอท = 4 ถ้วย
1 แกลลอน = 4 ควอท
1 ปอนด์ = 16 ออนซ์ หรือ 453.59 กรัม
1 กิโลกรัม = 2.2 ปอนด์

ทั้งนี้ มาตราส่วนการเปรียบเทียบนี้จะเป็นกลางๆค่ะ ถ้าเป็นการเทียบในส่วนของมาตราส่วนของแข็งด้วยกัน จะแม่นยำตามนี้ เช่น แปลง ช้อนชา เป็น ช้อนโต๊ะ เป็น ถ้วยตวง แต่การแปลงของแห้งที่ตวงด้วยถ้วยตวงไปเป็นกรัมจะมีน้ำหนักไม่เท่ากันค่ะ ขึ้นอยู่กับชนิดของส่วนผสมนั้นๆ เช่น แป้ง 1 ถ้วยตวง เป็นแป้งคนละชนิดกัน ก็หนักไม่เท่ากันแล้วค่ะ เพราะแป้งมีความหนาแน่นไม่เท่ากันค่ะ

แต่ก็มีคนใจดี เรียบเรียงไว้ค่ะ ด้านล่างนี้คัดลอกมาจาก Blog คุณครัวชมพู่ นะคะ ขอบคุณมากๆค่ะ -> Blog คุณครัวชมพู่

มาตราส่วนสำหรับแป้งสาลี
แป้งขนมปัง (ตราห่าน) 1 ถ้วย = 110 กรัม
แป้งเอนกประสงค์ (ตราว่าว) 1 ถ้วย = 95 กรัม
แป้งเค้ก (ตราพัดโบก) 1 ถ้วย = 90 กรัม
แป้งสาลีชนิดเบาที่สุด (ตราบัวแดง) 1 ถ้วย = 90 กรัม
แป้ง Whole Wheat 1 ถ้วย = 70 กรัม
แป้งข้าวโพด 1 ถ้วย = 100 กรัม

มาตราส่วนสำหรับน้ำตาล
น้ำตาลทราย 1 ถ้วย = 185 กรัม
น้ำตาลทรายแดง 1 ถ้วย = 180 กรัม
น้ำตาลไอซิ่ง 1 ถ้วย = 85 กรัม

มาตราส่วนสำหรับไขมัน
เนยสด (หรือมาการีน) 1 ถ้วย = 200 กรัม
เนยขาว 1 ถ้วย = 185 กรัม
Peanut Butter 1 ถ้วย = 240 กรัม
Pastry Margarine 1 ถ้วย = 200 กรัม
น้ำมันพืช 1 ถ้วย = 200 กรัม

มาตราส่วนสำหรับไข่
ไข่ไก่ (ขนาดกลาง) 1 ฟอง = 50 กรัม
ไข่แดง 1 ฟอง = 17 กรัม
ไข่ขาว 1 ฟอง = 33 กรัม
ไข่ไก่เบอร์ 0 4 ฟอง หรือเบอร์ 3 6 ฟอง (ไม่รวมเปลือก) = 1 ถ้วย
ไข่ขาว 8-10 ฟอง = 1 ถ้วย

มาตราส่วนสำหรับนม

นมข้นจืดระเหย 1 ถ้วย = 240 กรัม
นมผงขาดมันเนย 1 ถ้วย = 120 กรัม
ครีมข้น 1 ถ้วย = 225 กรัม
วิปปิ้งครีมสด 1 ถ้วย = 200 กรัม

มาตราส่วนสำหรับสารขึ้นฟู

ยีสต์แห้ง 1 ช้อนโต๊ะ = 7 กรัม
โซดาไบคาร์บอเนต (Baking Soda) 1 ช้อนโต๊ะ = 10 กรัม
ผงฟู (Baking Powder) 1 ช้อนโต๊ะ = 8 กรัม
ครีมออฟทาร์ทาร์ (Cream of Tartar) 1 ช้อนโต๊ะ = 7 กรัม
แอมโมเนีย 1 ช้อนโต๊ะ = 10 กรัม

มาตราส่วนอื่นๆ
ผงโกโก้ 1 ถ้วย = 65 กรัม
Chocolate สำเร็จรูป 1 ถ้วย = 200 กรัม
Chocolate สำเร็จรูปสำหรับแต่งหน้า 1 ถ้วย = 120 กรัม
น้ำ 1 ถ้วย = 225 กรัม
วานิลา 1 ช้อนโต๊ะ = 10 กรัม
กาแฟสำเร็จรูป 1 ช้อนโต๊ะ = 2 กรัม
น้ำใบเตยคั้นข้น 1 ช้อนโต๊ะ = 15 กรัม
เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ = 10 กรัม
ข้าวโอ๊ต 1 ถ้วย = 75 กรัม
น้ำผึ้ง 1 ถ้วย = 300 กรัม

ขอแถมเรื่องการแปลงอุณหภูมิจาก องศาเซลเซียส เป็น องศาฟาเรนไฮต์ ด้วยเลย ตามนี้ค่ะ

องศาเซลเซียส = (องศาฟาเรนไฮต์ - 32) / 1.8
องศาฟาเรนไฮต์ = (องศาเซลเซียส x 1.8) + 32

มีตารางเปรียบเทียบองศาที่ใช้บ่อยๆดังนี้ค่ะ
100 C =  212 F
150 C =  302 F
160 C =  320 F
180 C =  356 F
200 C =  392 F

จบ Blog นี้แล้วค่ะ หวังว่าคงเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะคะ ใครเจอหน่วยอะไรแปลกๆ และในนี้ยังไม่ได้เขียนไว้ มาบอกด้วยนะคะ :D

ทำ Scone หอมๆทานเองกันดีกว่า


วันนี้ถึงคิวของ Scone หรือ สโกน ค่ะ สูตรจาก maymade เจ้าเก่า Volume2 หน้า 46-47 ค่ะ

หลังจากทำขนมตามเค้า และมีคนมาทำตามเราหลายที ก็ได้ข้อสรุปค่ะว่า ขนมหน่ะถึงจะทำตามเค้าเป๊ะๆไม่ผิดเลยซักขั้นตอน แต่ผลที่ออกมาก็ไม่เหมือนกันหรอกค่ะ เพราะมีปัจจัยแวดล้อมหลายอย่างประกอบ เช่น
- เตาอบเราอาจจะร้อนไม่เท่ากัน หรือ
- ส่วนผสมที่ใช้อาจจะคนละยี่ห้อกัน หรือ
- อุปกรณ์ที่ใช้ขั้นตอนที่เค้าบอกว่า คนให้เข้ากัน บางทีเค้าคนนานกว่า ผลก็ออกมาไม่เหมือนกันแล้วค่ะ
ดังนั้น ลองทำตามแล้วปรับปรุงสูตรไปเรื่อยๆจนได้ สูตรที่เป็นของเราจริงๆ นั่นแหละ...เลิศสุดค่ะ
ส่วน Blog นี้ก็พยายามเขียนให้ละเอียดพร้อมให้ภาพในทุกขั้นตอนที่เป็นไปได้ เพราะทุกสูตรที่เขียน Blog เราก็ทำเป็นครั้งแรกทั้งนั้นเลยค่ะ แต่พอเขียนแล้ว ก็กลับมาลองทำเป็นครั้งที่ 2 ที่ 3 ปรับไปเรื่อยๆ อย่างเค้กกล้วยหอมตอนนี้ก็ทำมาเกิน 5 ครั้งแล้วค่ะ

มาเริ่มทำ Scone กันดีกว่าค่ะ เลือก Scone มา เพราะชอบทานเป็นการส่วนตัว และดูแล้ววิธีการ + ส่วนผสมก็ง่ายค่ะ ไม่ซับซ้อนลองมาดูกันนะคะ

ส่วนผสมของ Scone จากซ้ายไปขวาบนลงล่างนะ
1. เนยเค็ม 170 กรัม
2. แป้งสาลีอเนกประสงค์ 3 ถ้วยตวง
3. ไข่ไก่ 2 ฟอง ฟองนึงใช้ผสม อีกฟองใช้ทาหน้า Scone
4. น้ำตาล 1/4 ถ้วยตวง
5. เกลือ 1 ช้อนชา
6. เบกกิ้งโซดา 1 ช้อนชา
7. ผงฟู 4 ช้อนชา
8. นมจืด 1 ถ้วยตวง ประมาณ 200ml ขวดเล็กพอดีเลย

 

ทำ scone กินเอง :D

 

ขั้นตอนที่ 1:  ร่อนแป้ง เบกกิ้งโซดา ผงฟู และ เกลือ เตรียมไว้ เปิดเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียสรอไว้ด้วย

ทำ scone กินเอง :D

 

ขั้นตอนที่ 2: ตีเนยที่ทิ้งไว้ให้อ่อนตัวในอุณภูมิห้องกับน้ำตาลจนฟูเนียน  สีเนยจะซีดลงแต่ปริมาณจะเพิ่มขึ้น (อันนี้แอบขี้โกงเอาเนยไปเข้า Microwave จนละลายเป็นน้ำเลย แนะนำว่าให้เอาไปอุ่นนิดเดียวแบบพออ่อนๆจะดีกว่าค่ะ)

ทำ scone กินเอง :D

 

ขั้นตอนที่ 3: ใส่ไข่ลงไปตามด้วยนม  ผสมแค่พอเข้ากัน

ทำ scone กินเอง :D

 

ขั้นตอนที่ 4: ค่อยๆใส่แป้งลงไปผสมจนเข้ากัน

ทำ scone กินเอง :D

พอผสมตามสูตรในหนังสือแป้งมันจะไม่เป็นรูปทรง ออกเหลวไปหน่อยเราเลยต้องเพิ่มแป้งไปอีกประมาณเกือบถ้วยจนสามารถปั้นก้อนได้ คราวหน้าคิดว่าจะลดนมลงเหลือ 1/2 - 3/4 ถ้วยแทน )

ทำ scone กินเอง :D


ขั้นตอนที่ 5: โรยแป้งที่พื้นโต๊ะนิดหน่อย  นำแป้งสโคนออกจากชามผสม โรยแป้งลงบนหน้าสโคนให้ทั่ว

ทำ scone กินเอง :D

 

ขั้นตอนที่ 6: จากนั้นสำไม้นวดแป้งหรือขวดน้ำมานวยให้แป้งสโคนแบนลง  แต่ยังคงความหนา 1 นิ้ว ตัดรูปทรงตามต้องการ

ทำ scone กินเอง :D   ทำ scone กินเอง :D

ของเราเอาพิมพ์คุกกี้มาตัดด้วยน่ารักเลย แล้วส่วนที่เหลือขอบๆพิมพ์ก็เอามาปั้นเป็นก้อนกลมๆ

ทำ scone กินเอง :D

 

ขั้นตอนที่ 7: ทาหน้าสโคนด้วยไข่อีกฟองที่ตีให้แตกพอประมาณ จากสูตรนี้ทำได้ 2 ถาดเลย

ทำ scone กินเอง :D

 

ขั้นตอนสุดท้าย: นำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส 15 นาที

ทำ scone กินเอง :D

 

อบเสร็จแล้วออกมาเป็นแบบนี้จ้า ขนมจะฟูขึ้นมาเกือบเท่าทำให้ไม่ออกมาตามแบบพิมพ์คุกกี้เลย อาจจะเป็นเพราะพิมพ์คุกกี้ที่ใช้เล็กไปหน่อย

ทำ scone กินเอง :D

 

เสร็จแล้วจ้าาา Scones เสิร์ฟคู่กับแยมที่ชอบ ชงชาซะหน่อยนะ อร่อยเมพไปเลย

scones ทำเองเสร็จแล้วจ้าาา   ทำ scone กินเอง :D

ทำ scone กินเอง :D

 

รสชาด ok นะ หอมเนย มันออกจะเค็ม และร่วนไปหน่อยคาดว่าอบนานไป คราวหน้าจะปรับปรุงตามนี้
- ลดเกลือเหลือ 1/2 ช้อนชา   
- ลดนมเหลือ 1/2 ถ้วยตวง คงจะค่อยๆใส่นม แล้วค่อยๆผสมแป้ง
- เนยไม่เอาไปเวฟจนเป็นน้ำ จะเวฟให้อ่อนตัวนิดเดียวแล้วเอามาตี
- หาพิมพ์คุกกี้แบบกลม หรือ แบบน่ารักก็ให้มันใหญ่หน่อย พอมันบวมก็จะพอเห็นรูปร่างบ้าง
- ลดเวลาอบลงอาจจะเหลือซัก 13 นาที ลองดูก่อนว่าสีสัน ok มั้ย อันนี้แล้วแต่ขนาดด้วย จากที่ลองชิมอันใหญ่ๆ ok กว่า เพราะอันจิ๋วๆมันกรอบ ร่วนไป

ทำ scone กินเอง :D

เสร็จแล้วจ๊ะ ลองทำทานกันดูนะ อร่อยไม่อร่อยยังไงมาบอกด้วย หรือใครรู้เทคนิคอื่นๆเพิ่มเติมมาบอกบ้างนะคะ ไปละ บายย

แกะถุงชอปปิ้งญี่ปุ่น 2010

เคยมั้ยคะ เวลาเราไปต่างประเทศ เราก็มักจะคิดว่า เอ...เค้าซื้ออะไรกันน๊าาา ถ้าชั้นไม่ได้ซื้อจะพลาดไม่น๊าาา

เราเป็นทุกทีเลย เพื่อนก็แนะนำว่า ไปลอง search คำว่า "แกะถุงชอปปิ้ง" สิ มีคนเอามา review เพียบเลย พอลองไป search ดูก็เจอจริงด้วยแฮะ บางอย่างดูแล้วน่าสนใจก็ขอเลียนแบบหน่อย 555

นึกทุกครั้งนะว่ากลับมาจะมาทำ blog แกะถุงชอปปิ้งของเราบ้างเป็นการตอบแทนเผื่อคนอื่นมา search แต่ก็ขี้เกียจทุ๊กที

แต่คราวนี้ได้ฤกษ์แล้ว มาดูกันดีกว่า....

ของที่ซื้อมาบอกความสนใจของเจ้าของได้เลยนะคะ ว่าช่วงนั้นๆ เรากำลังสนใจอะไร คราวที่แล้วที่ไปจำได้ว่า ซื้อพวกอุปกรณ์อาบน้ำ กับเครื่องเขียนมาเยอะมากๆ คราวนี้ไม่ได้ซื้อเลยแฮะ หนักไปที่พวกอุปกรณ์ทำขนม ส่วนของกินหน่ะซื้อเยอะทุกทีอยู่แล้วค่ะ

ขอ list ของจากที่ๆซื้อนะคะ เริ่มจากอุปกรณ์ IT ก่อนค่ะ ซื้อที่ Bic Camera กับ Yodobashi เป็นหลักค่ะ

1. Bic Camera & Yodobashi

- ที่ยึด iPhone ติดกับแอร์รถ เวลารถติดเราก็จะได้เล่น iPhone ได้ หรือคนใช้ iPhone ดูพวกแผนที่ก็จะสะดวกค่ะ อันนี้ที่เมืองไทยก็มีหลายแบบนะคะ แต่ไม่เคยเห็นแบบยึดกับแอร์เลยซื้อมาค่ะ ราคาแพงเหมือนกันประมาณ 1,200 บาทแหนะ ตอนที่ไป rate 0.35 ค่ะ


แกะถุงชอปปิ้งญี่ปุ่น

- สายรัดแขนของ iPad Nano เวลาเราวิ่งจะได้ฟัง iPod ไปด้วยได้ อันนี้ไม่ค่อยเห็นที่ไทยมีขายเลย

แกะถุงชอปปิ้งญี่ปุ่น

- สายต่อหูฟังยาว 5 เมตร ซื้อมาเสียบกับ TV แล้วก็มานั่งดูที่โซฟา ในกรณีที่อยากดู TV คนเดียวไม่ให้เสียงไปรบกวนสมาชิกในบ้านที่อาจจะนั่งทำงาน หรือ อ่านหนังสือค่ะ อันนี้ที่ IT Mall ฟอร์จูน ก็มีค่ะ บ้านหม้อ ก็น่าจะมี แต่ไม่ยาวขนาดนี้ มีประมาณแบบเมตรกว่าๆ ต้องซื้อมาต่อๆกันค่ะ แต่จะถูกกว่าอันนี้มากค่ะ เส้นนี้ 1170 เยนแหนะ

แกะถุงชอปปิ้งญี่ปุ่น

- กระเป๋า notebook เล็ก ขนาดพอดีกับ iPad เลย เลยซื้อมาใส่ iPad ค่ะ ราคาประมาณ 700 บาท ข้างๆเป็นหูฟังที่เพื่อนฝากซื้อ รูปเลโก้ (1980 เยน) กับ รูปเม็ดหมากฝรั่งสีชมพู (1480 เยน) ส่วนข้างล่างเป็น USB Hub รูป Chocolate (1480 เยน)

แกะถุงชอปปิ้งญี่ปุ่น


2. Tokyu Hand

ต่อมาเป็นของที่ซื้อจากห้าง Tokyu Hand แหล่งขายของทำมือค่ะ

จากซ้ายไปขวา บนลงล่าง
- มีดเซรามิก ที่คมมากๆ เหมาะสำหรับเอาไว้ปอกผลไม้ค่ะ (2980 เยน) ตอนซื้อเค้าแถมเขียงยางด้วยเลยได้เขียงมาฟรี
- ที่เห็นเป็นแถบสีๆ คือ หมึกค่ะ (1050 เยน) อันนี้เพื่อนฝากซื้อ พร้อมตัวปั้ม รูปตัวอักษรภาษาอังกฤษ (655 เยน) เห็นว่าจะเอาไปปั้มใส่สมุดเก็บรูปค่ะ ตรงกลางเป็นตัวปั้มเล็กๆ รูปผึ้งน่ารักดีเลยซื้อเป็นของฝากแถมไป (126 เยน)
- ต่อมาเด็ดสุดของ trip ค่ะ เป็นเครื่องชั่งไว้ทำขนม อยากได้มากๆกะไว้ก่อนไปแล้วว่าจะไปซื้อ ที่เมืองไทยมีไม่กี่แบบและขายกันค่อนข้างแพงเลย อันนี้ 1980 เยนเท่านั้นค่ะ
- สุดท้ายเป็นร่มแบนๆไว้พกค่ะมี UV ด้วย ปกติร่มที่ญี่ปุ่นไม่ค่อยมี UV เพราะเค้าเอาไว้กันฝนซะส่วนมากค่ะ (1050 เยน)

แกะถุงชอปปิ้งญี่ปุ่น

 

3. Muji

ตามด้วยของที่ซื้อจาก Muji ซึ่งคราวที่แล้วเป็นร้านหลักที่แวะเลย ซื้อของมาเพียบๆ คราวนี้เหลือแค่นี้เอง
- 2 ถุงแรกเป็นชาดอกไม้ก้อนเล็กๆ 5 ก้อน พอเอาไปชงน้ำร้อนจะพองออกมาเป็นดอกไม้เต็มแก้วเลย ยังไม่ได้ลองชงเลยค่ะไม่รู้อร่อยมั้ย
- ต่อไปเป็นพวกขนมค่ะ ซื้อมาลองชิมว่าอร่อยรึเปล่า ถุงใหญ่ข้างๆชาดอกไม้ รสชาดเหมือน โดริโทส รสชีสเปี๊ยบเลยค่ะ (166 เยน)
- ข้างๆเป็นปากกา 3 สี ที่เราเลือกสีได้เอง ตัวไส้สี 90 เยน ปากกา 150 เยน ตกแท่งนึงก็ 150 + 90 + 90 + 90 ค่ะ มีสีให้เลือกประมาณ 10กว่า สี เราก็เลือกตามที่เราชอบได้เลย ข้างๆจะเป็นแบบสีเดียวตัวปลอกเป็นเหล็ก 400 เยน ไส้ 100 เยน อันนี้ก็เลือกปอกเลือกไส้ได้เองค่ะ
- 3 ถุงล่างเป็นขนมถุงๆ เห็นคนซื้อกันเยอะเลยลองซื้อมาชิมค่ะ ไว้ชิมแล้วจะมาบอกนะคะ ว่าอร่อยมั้ย (105 เยน)
- ถุงริมขวาเป็น ทาโร่ชีส ค่ะ ยังไม่ได้ลองเหมือนกัน (158 เยน)

แกะถุงชอปปิ้งญี่ปุ่น

 

4. Matsumoto Kiyoshi

และมาถึงคิวของเครื่องสำอางค่ะ ซื้อจากร้าน Matsumoto Kiyoshi ร้านเครื่องสำอางเหลืองๆทั่วโตเกียวเลยค่ะ ส่วนใหญ่เป็นของที่เพื่อนฝากซื้่อค่ะ จากซ้ายไปขวา บนลงล่าง
- ครีมกันแดดของ shiseido ตัวใหม่ที่คนขายเชียร์หนักหนาเลยซื้อมาลองค่ะ (1980 เยน)
- ที่ทาตาของ canmake (600-700 เยน)
- ที่ทาแก้มของ canmake (500-600 เยน)
- หลอดๆเป็นยาทายุงของเด็ก พี่ที่ office ฝากซื้อบอกว่าเอาไว้ทาตอนยุงกันลูก ทาปุ๊บมันจะยุบเลย ไม่มีสเตอรอยด์ด้วยดีมาก (890 เยน)
- สเปรย์ฉีดผมหลังสระ ทำให้ผมไม่พันกัน แบบเติม 504 เยน แบบมีหัวฉีด 629 เยน
- ที่ดัดขนตา Shiseido ใช้ดีนะ เราชอบ 598 เยน
- แถวล่าง เป็นเยลใส่ผม Gasby เพื่อนฝากซื้อบอกที่ไทยหาไม่ได้ อันละ 500 เยน
- ปากกาเขียนขอบตาเห็นเค้าชอบแบบนี้กันเพื่อนฝากซื้อเหมือนกันบอกว่าเขียนดี (798 เยน)
- Mask หน้าขาวของ kose เค้าว่าเทพมากเลยซื้อมากลอง (1690 เยน)
- สุดท้ายแป้งเด็กของ Shisedo เพื่อนฝากซื้ออีกแล้ว (256 เยน)

แกะถุงชอปปิ้งญี่ปุ่น

 

5. ร้าน 100 เยน & Daiso 

ร้านต่อไป เป็นหัวใจของ Trip นี้เช่นกัน ได้แก่ ร้าน 100 เยน และ ร้าน Daiso เพราะเราตั้งใจไปซื้ออุปกรณ์ทำขนมอยู่แล้ว ทุกอย่างอันละ 105 เยนค่ะ

มีพิมพ์คุกกี้ แกะ pack ออกจะได้ประหยัดเนื้อที่ ตามด้วยช้อนตวง 2 ชุด, นาฬิกาจับเวลา, พายยาง 3 อัน, แปรงทา, ที่ร่อนแป้งอันเล็ก, ที่แยกไข่แดง

แกะถุงชอปปิ้งญี่ปุ่น

ตะแกรงผึ่งคุ๊กกี้ 2 อัน, มีดหั่นขนมปัง, ที่ปาดหน้าเค้ก, ที่ขูดชีส, ที่ตักฟอง, ช้อนคนเล็ก

แกะถุงชอปปิ้งญี่ปุ่น

  ช้อนกาแฟแบบยาว, ที่วางมะนาว, ไม้จิ้มขนม 3 อัน, ที่ใส่ชา 4 อัน และที่วางถุงชารูปใบไม้ 2 อัน

แกะถุงชอปปิ้งญี่ปุ่น

 

6. ตลาด Ameyoko

ต่อไปเป็นรายการของกินค่ะ ส่วนใหญ่ซื้อจากตลาด Ameyoko ซึ่งจำราคาไม่ได้แล้วค่ะ

เริ่มด้วยโนริมากิ อาราเร่ ซื้อได้เลยค่ะ อร่อยมากถุงละประมาณ 200-300 บาท

แกะถุงชอปปิ้งญี่ปุ่น

ปลาหมึกเหนียวหนึบ สองห่อแรกเป็นแบบรมควัน รสจัดจ้านเลย

แกะถุงชอปปิ้งญี่ปุ่น

ตามมาด้วยป๊อกกี้ แม้ว่าบางอย่างเมืองไทยจะมี แต่ซื้อที่ญี่ปุ่นกินทีไร มันอร่อยกว่าทุกที เราว่าของมันสดใหม่กว่า ไม่ต้องไปเสียเวลาขนส่งไปแล้วไปรอขายที่ไทยอีก

แกะถุงชอปปิ้งญี่ปุ่น

ต่อมาเป็นชีส Belcube จะเป็นก้อนสี่เหลี่ยมเล็กๆ ห่อนี้ 24 ก้อนเล็กประมาณ 300 เยน อร่อยมากๆๆเอาไว้ทานแกล้มกับไวน์ หรือกินเปล่าๆก็ได้ ที่ Tops ขายห่อเล็ก 15 ก้อน 155 บาท แพงมากๆ kitkat มีหลายรส เลยซื้อมาลองชิมดู Chocolate meiji ก็อร่อยดีค่ะ

แกะถุงชอปปิ้งญี่ปุ่น

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อร่อยโฮก อุด้งเต้าหู้ญี่ห้อนี้เลยนะ รสชาดอร่อยกลมกล่อมมาก ที่ไทยมีขายใน super ประมาณ 90 บาท แต่แบบที่บอกความอร่อยสดมันไม่เท่าของที่ซื้อมาเอง หุหุ กล่องสี่เหลี่ยมเป็นแบบแห้งค่ะ เส้นนุ่มอร่อยดี ส่วนถ้วยสุดท้าย Nissin Cup Seafood ใครไม่เคยลองขอบอกว่าเชย อร่อย classic มาก

แกะถุงชอปปิ้งญี่ปุ่น

อันนี้เป็นพวกผงโรยข้าวค่ะ มีขายตามร้าน 100 เยน มันมีหลายแบบบ่งอันอร่อย บางอันจืดๆ แต่ 3 แบบนี้อร่อยมาก ทางซ้ายห่อม่วงๆเป็นรสปลา ส่วนห่อขาวๆเป็นไข่ปลาเค็มๆ และสุดท้ายห่อเขียวๆเป็นรสไข่ อร่อยจังงิ

แกะถุงชอปปิ้งญี่ปุ่น

ต่อไปเป็นบรรดา ทาโร่ชีส ที่ซื้อทุกทีเลย ทาโร่ชีสก็มีหลายแบบเหมือนกัน อันนี้เลือกแบบที่กินแล้วอร่อยมา

แกะถุงชอปปิ้งญี่ปุ่น

อันนี้เป็นไข่ปลาเมงไท ที่จะซื้อกลับมาทุกที ที่ไปญี่ปุ่น เอามาอุ่น Microwave หรือเตาติ๊งกินกับข้าวสวยร้อนๆ หรือเป็นกับแกล้มเบียร์ ที่ตลาด Ameyoko มีขายเพียบๆ แต่คราวนี้เราไปตลาดก่อนวันกลับหลายวันเลยไม่ได้ซื้อที่ตลาด อันนี้ซื้อจาก Supermarket ห้าง Seibu 2pack แรกเป็นแบบแช่แข็งเก็บได้นาน packสุดท้ายเป็นแบบสด เก็บได้ 5 วันเอง ลองกินแบบสดแล้ว อร่อยมั๊กเสียดายไม่ค่อยเผ็ด ราคา pack ละประมาณ 1000 เยน ถ้าซื้อที่ตลาด Ameyoko จะได้มากกว่านี้ 1 เท่า

แกะถุงชอปปิ้งญี่ปุ่น


7. ของเบ็ดเตล็ด

ที่เหลือเป็นของเบ็ดเตล็ดที่ซื้อตามที่ต่างๆ ได้แก่
Spring Magazine ซื้อที่ร้านหนังสือสถานีรถไฟ เพื่อนฝากซื้อเพราะชอบดู fashion ญี่ปุ่น แต่เล่มนี้เด็ดตรงแถมกระเป๋า Paul Smith ราคา 590 เยนเท่านั้น คุ้มสุดคุ้ม

แกะถุงชอปปิ้งญี่ปุ่น

อันนี้เป็นบรรดาของตุ๊กจิ๊ก 2 ตัวบน เป็ดกับหมู เป็นของแพงเพราะได้มาจากการจับตุ๊กตา ฮ่าๆ คราวนี้มือไม่ขึ้นเลยจับได้ตัวจิ๋วๆมา 2 ตัวเองเสียเงินไปเพียบ
นกเพนกวิน ชื่ออะไรไม่รู้ซื้อมาฝากพี่ที่ office เพราะเค้าบอกว่าชอบตัวนี้มาก (525 เยน) ซื้อมาจากร้านข้างวัดเซนโซจิ วัดที่มีโคมแดงใหญ่บิ๊กบึ้ม
บรรดาลิง ซื้อมาจาก Nikko 5 ตัวที่ถือกล้วยเป็นแม่เหล็ก (300 เยน) ส่วนพวงๆส้มๆ ปิดหูปิดตาปิดปาก อันละ 400 เยน

แกะถุงชอปปิ้งญี่ปุ่น

ร่มเขียวเล็ก ซื้อตรงวัดเซนโซจิ 500 เยน พวงกุญแจ kitty เป็นรูปไข่ดำซื้อที่ Hakone พวงกุญแจแมวที่ Nikko ขนมซื้อที่ 7-11 เท่าไหร่ไม่รู้แล้ว ห่อกลางได้ฟรีตอนเดินเล่นที่ Shibuya แล้วเค้าแจกมา

แกะถุงชอปปิ้งญี่ปุ่น

 

8. Narita Airport

ตบท้ายด้วยของฝากที่ซื้อที่สนามบิน พวกขนมกล่องของฝากแนะนำให้ซื้อที่สนามบิน ตรงที่เราผ่าน ตม. มาแล้ว เพราะเราจะไม่เสียภาษีค่ะ ปกติถ้าซื้อ Tokyo Banana ทั่วไปจะกล่องละ 1050 เยน แต่พอซื้อสนามบินจะเหลือ 1000 เยนเท่านั้นค่ะ กล่องแรกเป็นโมจิหลายๆแบบคาดว่าไม่อร่อยแต่มันสวยดี (1000 เยน) ,กล่องสีขาวด้านบนเป็น Moku Moku เป็นคุกกี้ม้วนเพื่อนที่ office ชอบกินเลยซื้อมาฝาก (1200 เยน), KitKat รสชาเขียวเค้าว่าอร่อย (1300 เยน), กล่องเขียวๆเป็นโมจิสามเหลี่ยม อร่อยเมพชอบมาก (500 เยน), สุดท้ายเป็น Tokyo Banana รสชอกโกแลต (800 เยน)

แกะถุงชอปปิ้งญี่ปุ่น

โมจิสามเหลี่ยมแกะกล่องมาแล้วเป็นแบบนี้ อร่อยโฮก

โมจิ อร่อยโฮก

 

  หมดแล้วกว่าจะเขียนเสร็จเมื่อยมือเลยอ่ะ ใครเคยกิน หรือ ใช้อันไหนที่เขียนๆมา มาบอกกันด้วยนะคะ :D

Text text

ตกลง