ขนมสำหรับมือใหม่ โอริโอ คุ๊กกี้คัพ ง่ายๆคล้าย วิธีทำบลูเบอร์รี่ชีสพาย

หลังจากเขียน Blog วิธีทำบลูเบอร์รี่ชีสพาย ขนมที่เหมาะสำหรับมือใหม่จ้าาา ไปเมื่อปีก่อนนู้น เราก็ไม่ได้เขียน Blog อะไรที่เกี่ยวกับการทำขนมอีกเลย เพราะมัวแต่ไปเขียน Blog เรื่องกิน มั่ง เที่ยวมั่ง (มันใช้พลังน้อยกว่าอ่ะ ไหนๆพูดแล้วขอโฆษณา รวม Blog ซีรีย์ ชุด ฮันนี่ไปกินมาแล้ว หน่อยละกัน :P)

 

จนกระทั่งเมื่อวันที่ 1 กุมภาที่ผ่านมาเห็นมี SMS มาบอกว่า "มีคนมาคอมเมนต์ที่บล๊อคของคุณ" เราก็ไปหาใหญ่ว่า Blog ไหน ปรากฏว่าเป็น blog บลูเบอร์รี่ชีสพาย คุณ ningnoei มาโพสถามว่า "พี่คะ มีแบบอื่นที่ทำง่ายๆอย่างนี้อีกมั้ยคะ....อยากลองทำตามพี่อีก...ง่ายดีคะ" เลยตื่นเต้นว่า Blog เก่าขนาดนี้ยังมีคนอ่านอยู่เลย แต่ที่ตกใจกว่าคือจำนวน View ที่ตอนนี้มีมากกว่า 25,000 view!! แล้วโหววยยยย เลยจัดให้ซะหน่อยดีกว่า

ว่าแล้วก็ไปถามเพื่อนๆ (อีกแล้ว) ว่าใครมีอะไรแนะนำบ้าง เอาแบบ ทำง่าย ไม่ใช้เตาอบ เพื่อนก็แนะนำมาหลายอย่าง เด็ดสุดคือ เพื่อนปุ้ย เอาหนังสือเล่มนี้มาให้เลย แถมคั่นหน้ามาให้อีกต่างหาก ว่าอะไรเหมาะกับมือใหม่บ้าง

 

inspire book may made vol2

 

และหน้าที่คั่นด้วยสีเขียว เพื่อนปุ้ย บอกว่านี่แหละน่าจะดีสุดง่ายสุด ซึ่งก็คือหน้านี้ "โอริโอคุกกี้คัพ oreo cheesecake cup" ดังนั้นจัดเลยละกัน

 

will do this

 

ส่วนผสมของ โอริโอคุกกี้คัพ มีดังนี้ 

ingredients

 

 

จากซ้ายไปขวา ล่างขึ้นบนนะ (เทคโนโลยี PG ก้าวไกลมาก Blog บลูเบอร์นี่ชีสพาย เมื่อปีก่อนรูปแย่มาก แต่ Blog นี้รูปเวิลด์สุดๆ)

  1. พลาสติก Wrap เอามากุที่พิมพ์ ราคา 44 บาท (ใช้ยี่ห้ออะไรก็ได้ เลือกอันที่เล็กสุด ถูกสุด ใช้ไม่เยอะ)
  2. นมตราหมี 25 บาท ใช้ 1/3 ของกระป๋อง
  3. นมสด พอดีลืมซื้อเลยใช้นมกล่องที่มีพอดี ราคา 10 บาท ใช้ 2 กระฉุ
  4. โอริโอคุกกี้ พระเอกของเราซื้อแบบกล่อง 2 แถว ใช้หมดเลย 56 บาท
  5. เชอร์รี่กระป๋อง Wilderness ใช้ยี่ห้อนี้เลย อร่อย ยี่ห้ออื่นไม่เคยลอง ราคาแพงมั๊กๆ 175 บาท ใช้แค่ 1/5 ของกระป๋องเอง
  6. เนยเค็ม ใช้ของออร์คิด 75 บาท ซื้อเพราะมีที่ใส่เรียบร้อย ใช้ 2/3 ของก้อน
  7. ครีมชีส Philadelphia เท่านั้นเค้าบอกมา ว่าอร่อยสุดแล้ว 129 บาท ใช้หมดก้อน
  8. มะนาว 1 ลูก อันนี้ไปเอามาจากต้นที่บ้าน ไม่เสียเงิน :D
  9. แก้วข้างบนสุด เอามาทำเป็นพิมพ์ ควรมีหลายๆใบ เพราะมันต้องใช้พร้อมๆกัน

อุปกรณ์พร้อม คนพร้อม ลงมือได้

ขั้นตอนที่ 1: แยกครีมกับคุ๊กกี้โอริโอ ออกจากกัน

step 1  

 

ขั้นตอนที่ 2: บี้คุ๊กกี้ให้แหลกละเอียด อันนี้ทำนานเหมือนกันนะ คุ๊กกี้โอริโอค่อนข้างแข็ง กว่าจะเอามือบดๆ + ช้อนกดๆให้ละเอียดก็ประมาณครึ่งชั่วโมงได้

step 2

 

ขั้นตอนที่ 3: ละลายเนยเค็ม แล้วเอามาใส่โอริโอคุ๊กกี้ที่บดละเอียดแล้ว (เนยเค็มเป็นตัวประสานให้คุ๊กกี้สามารถยึดติดกันได้ ให้ลองกะๆดูว่าใส่แล้วคุ๊กกี้ดูหนึดๆเกาะติดกันรึยัง เราใช้ประมาณ 2/3 ก้อน)

 step 3    step 4

 

ขั้นตอนที่ 4: เอาแผ่นพลาสติกใส่ถ้วยพิมพ์ แล้วเอาโอริโอคุ๊กกี้ที่หนืดๆดีแล้ว มากุโดยใช้หลังช้อนค่อยๆกดไปที่พลาสติก วนๆที่พิมพ์จนแน่น (เราวนรอบๆก่อน แล้วค่อยทำก้นทีหลัง)

step 5 step 6

 

ขั้นตอนที่ 5: เอาถ้วยที่ทำเสร็จแล้วไปแช่ช่องแข็งได้เลย ใช้เวลาประมาณ 20 นาที ถ้วยโอริโอก็จะแข็งพร้อมที่จะแกะออกมาจากพิมพ์ได้ ในระหว่างนี้เราก็ไปทำครีมชีสรอ

 

step 11

 

ขั้นตอนที่ 6: ตัดครีมชีสเป็นก้อนเล็กๆ (ควรเอาครีมชีสออกมาจากตู้เย็นตั้งแต่เริ่มทำขนมเลย จะได้นิ่มพอดีพร้อมตัด) ขั้นตอนนี้สูตรใครสูตรมันเลย เราไม่ได้ใช้ตามหนังสือ ใส่ๆกะๆเอา ทำไปชิมไป เอารสที่ชอบ สูตรเราคือ (ใส่นมข้น 1/3 ของกระป๋อง, นมสดนิดหน่อย เราก็ใส่ไป 2 ปื๊ดได้, มะนาว 1 ลูก) แล้วคนจนเนียนฟูดังรูป คนอยู่นานจนปวดมือเหมือนกัน ประมาณครึ่งชั่วโมงได้

step 8 9 10  step 14

 

ขั้นตอนที่ 7: เอาโอรีโอ้คัพที่แช่ตู้เย็นไว้ออกมาแกะได้แล้ว ให้ค่อยๆดึงออกมาทั้งอัน แล้วค่อยมาลอกพลาสติกออก จะได้หน้าตา โอริโอคุ๊กกี้คัพ ตามนี้

step 12

step 13

 

ขั้นตอนที่ 8: ตักครีมชีส หยอดลงไปในถ้วย เสร็จแล้วก็เอาไปแช่ตู้เย็นประมาณ 30 นาที ให้ครีมชีสแข็งตัว เท่านี้ก็พร้อมเสิร์ฟได้เลย

step 15

step 15

 

ขั้นตอนที่ 9: เมื่อครีมชีสแข็งตัวแล้ว ก็ตักเชอร์รี่กระป๋องหยอดลงไปในถ้วย แล้วเสิร์ฟได้เลยได้เลย เชอร์รี่กระป๋องควรแช่เย็นไว้ด้วยเช่นกัน จะได้เย็นเจี๊ยบชื่นใจ

finally yeahhh

 

9 ขั้นตอนง่ายๆแค่นี้เราก็ได้ โอริโอคุ๊กกี้คัพ หน้าตาไฮโซแบบนี้แล้ว ขอบอกว่า "อร่อยมาก" :D ตอนแรกก็หวั่นใจว่าจะไม่อร่อยรึเปล่าเพราะใส่เนยไปเยอะเหมือนกัน แต่สุดท้ายให้หลายๆคนชิมเค้าก็บอกว่า อร่อยม๊ากกกก

playground

เทคนิค สำหรับครั้งต่อๆไป คิดว่าจะทำถ้วยให้เล็กลง เพราะถ้วยใหญ่สวย แต่ทานยากเหมือนกัน ทำถ้วยเล็กๆพอดีคำน่าจะทำให้ทานได้ง่ายกว่านะ 

หนังสือ may made Volume2 เจ๋งดีอ่ะ กะว่าจะไปซื้อมาเป็นสมบัติของตัวเองเลย แล้วจะมาทำให้ดูกันอีกนะคะ ไปและ :D

ของพรีเมี่ยม dtac คอลเลคชั่นใหม่ "feel d'bling" โดยอ้อม-อิสริยา

มาแล้วจ้า ขอพรีเมี่ยม คอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดของ dtac คราวนี้ใช้ชื่อคอลเลคชั่นว่า "feel d'bling" ออกแบบโดย คุณอ้อม อิสริยา วิรัชศิลป์ ค่ะ (คอลเลคชั่นที่แล้ว ออกแบบโดย คุณแป้ง ภัทรีดา ตอนนี้ก็ยังมีขายอยู่ค่ะ -> คลิ๊ำก)

dtac new collections


จากชื่อ feel d'bling ก็เห็นภาพ บลิ๊งๆ วิ๊บวับๆ ลอยมาเลย ของพรีเมี่ยมก็เป็นแนวตามชื่อเลยค่ะ เปิดตัววันนี้เอง
dtac ทำเก๋ด้วยการให้เพื่อนพนักงานมาใส่ชุดวิบๆวับๆ แสดงแบบของเหมือนหุ่นใน display window เลยค่ะ เก๋มาก

dtac new collections

display by staff cool!!

mod dung leaw


สินค้่าในคอลเลคชั่น "feel d'bling" มีดังนี้ค่ะ (คลิ๊กที่รูปเพื่อดูขนาดใหญ่ได้ค่ะ)

สำหรับคุณผู้หญิง

-


สำหรับคุณผู้ชาย

-


มีรูปของจริงมาให้ดูด้วยค่ะ  display อยู่ที่ ชั้น 32 จตุรัสจามจุรี ตรงสามย่าน ซึ่งเป็น head office ของ dtac ตอนนี้ค่ะ

ตัวข้างหน้าคือ เสื้อเชิ๊ตผู้ชายสีขาว 500 บาท
(พวกเสื้อจะมีหลาย size มากค่ะ แนะนำให้มาลอง เค้าจัดห้องลองไว้ให้ด้วยค่ะ)

dtac new collections


เสื้อเชิ๊ตผู้หญิงสีขาว และ ดำ ราคา 500 เหมือนกัน

dtac new collections



เสื้อกล้ามสีขาว 130 บาท

dtac new collections

 
เสื้อกล้ามสีดำ 130 บาท เท่ากัน

dtac new collections


เสื้อยืดดำขาว 180 บาท 

dtac new collections

 
อันนี้คือบรรดา Blingๆ สร้อยข้อมือ ที่ห้อยมือถือ ในกล่องตรงกลางคือ Thumb drive 4G ค่ะ

dtac new collections

 
สร้อยข้อมือ 470 บาท Bling มาก

Dtac new collections


บรรดากระเป๋าค่ะ เป้ 850 กระเป๋า Book Bank 190 กระเป๋าอเนกประสงค์ 170 บาท ตามลำดับค่ะ

dtac new collections


ราคาที่บอกคือ Promotion พนักงาน ซึ่งลดจากราคาจริงไปแล้วประมาณ 10% ค่ะ ยังไงแวะมาดูกันนะคะ หรือใครมีเพื่อนที่เป็นพนักงาน dtac ก็ฝากซื้อหากันได้ค่ะ

มาลดความอ้วนด้วย กล้วยมื้อเช้า กันเล็ทซึโก Banana Diet

มาลดความอ้วนด้วย กล้วยมื้อเช้า กันเล็ทซึโก Banana Diet

วันนี้มีวิธีใหม่ในการลดความอ้วนเพื่อสุขภาพพลานามัยที่ดีมาแนะนำกันค่ะ ใช่แล้ววิธีนี้คือ "กล้วยมื้อเช้า" ค่ะ

 

สืบเนื่องมาจากหนังสือหน้าตาไม่ชวนซื้อเล่มนี้

playground

เปิดมาตัวหนังสือเล็กๆยุบยับ ไม่น่าซื้อเอาซะเลย แต่ตอนนั้นกำลังจะไปเที่ยวพอดี ต้องหาอะไรไปอ่านแก้เบื่อบนเครื่องซะหน่อย ช่วงนั้นรู้สึกว่าตัวอืดๆด้วย หนังสือเล่มนี้แค่ 150 เองไม่แพง ซื้อมาอ่านขำๆก็ได้

พออ่านจบแล้วพบว่า.............. เฮ้ย!! ซาร่ามันน่าจะเจ๋งนะเนี่ยยยยยยย

ตอนนี้ทำตามหนังสือบอกมาได้เกือบเดือนแล้ว รู้สึก ok เลย มันมีแนวโน้มที่น่าจะผอม และทำให้ผู้ปฎิบัติตามมีสุขภาพที่ดีได้จริงๆ ไม่ได้ยากเกินไปด้วย เลยเริ่มชวนเพื่อนสนิทให้ทำตาม เพื่อนๆก็จะมาขอยืมหนังสือกันใหญ่ เลยมาเขียน Blog ดีกว่าจะได้เป็นอานิสงส์ให้คนอื่นๆด้วย

 

กล้วยมื้อเช้าบนรถทุกวันเลย อร่อยย

My breakfast

 

หนังสือเล่มนี้เขียนโดยคุณ ฮามาจิ (จิน วาตานาเบะ) เค้าเป็นกูรู ผู้นำเสนอหลักการกล้วยมื้อเช้าเป็นคนแรก (เริ่มนำเสนอในปี 2006) โดยคนคิดค้นหลักการนี้ก็คือ เภสัชกร นักเวชศาสตร์ป้องกันซึ่งเป็นภรรยาของเค้าเอง ชื่อ คุณ สิมิโกะ วาตานาเบะ

กล้วยมื้อเช้าที่เป็นหลักการที่ฮอตฮิตมากๆที่ญี่ปุ่นเลยหล่ะ แบบที่บนหน้าปกหนังสือนี้บอกว่าขายมาแล้วกว่า 1 ล้านเล่มที่ญี่ปุ่น ปรากฏการณ์กล้วยมื้อเช้าที่ญี่ปุ่น ทำให้ในปี 2008 ราคากล้วยที่ญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 20%, กล้วย ใน supermarket จะหมดก่อนบ่ายสามโมง และ ญี่ปุ่นต้องนำเข้ากล้วยเพิ่มขึ้นถึง 25%  เลยทีเดียววว

เห็นแบบนี้แล้วชักอยากรู้แล้วใช่มั้ยหล่ะ ว่าหลักการของกล้วยมื้อเช้าเป็นยังไง

เรามีสรุปมาให้แล้วสั้นๆ แต่แนะนำว่าให้ไปซื้อหนังสือเล่มนี้มาอ่านกัน เพราะในหนังสือเค้าจะอธิบายละเอียดเลยว่าทำไมหลักการของกล้วยมื้อเช้าถึง work , มีตัวอย่างของคนที่ปฏิบัติแล้วเห็นผลแตกต่างกันมาเล่า, มีภาพประกอบที่ทำให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น และ มีคำตอบของ FAQ ที่คนเค้าถามคุณฮามาจิมาด้วย บางอันตรงกับที่เราอยากถามพอดีเลย

กล้วยที่รอกินอยู่ วางแผ่ๆไว้ :D

Banana Diet

อร่อยสุดต้องกล้วย Dole ขายตาม Tops, Carrefour, Tesco 4 ลูก 30-35 บาท
ไปวันที่มีเยอะๆจะเลือก Size ใหญ่ๆได้แบบนี้ ลูกเดียวอิ่มเลย
(ที่ Tops คุณภาพดีสุด Spot rewards ได้ลดเหลือ 30 บาท)

Banana Diet

 

หลักการของกล้วยมื้อเช้า มี 8 ข้อ (สรุปจากหนังสือหน้า 38 - 43)

     1. กินกล้วยหอมอย่างเดียวในมื้อเช้า เคี้ยวให้ละเอียดปล่อยให้ลิ้นได้รับรสอร่อยของกล้วย
     จะกินกี่ลูกก็ได้ (เรากิน 1-2 ลูกแล้วแต่วัน คุณฮามาจิตอนเริ่มทำใหม่ๆกิน 4 ลูก ตอนหลังๆลดเหลือ 2 ลูก) คนที่ไม่ชอบกินกล้วยหอมจริงๆจะเลือกกินผลไม้อื่นก็ได้แต่ให้เป็นชนิดเดียวอย่ากินปนกันหลายอย่าง ที่คุณฮามาจิเลือกกินกล้วยหอม เพราะ กล้วยหอมทานง่าย และมีประโยชน์มากเลย
     ถ้ากินกล้วยแล้วรู้สึกว่ายังหิวอยู่ ให้เว้นระยะซัก 15-30 นาที แล้วค่อยทานอย่างอื่นได้ (เค้าแนะนำให้กินพกวอาหารประเภทข้าว เช่น ข้าวปั้นโอนิงิริ ชั้นต้องไป Paragon มั้ยเนี่ย :D)

     2. ดื่มเฉพาะน้ำเปล่าเท่านั้นและดื่มบ่อยๆ
     เครื่องดื่มที่ดื่มกับกล้วยหอมในตอนเช้า เค้าให้ดื่มน้ำเปล่าที่อุณหภูมิห้อง ถ้าจะดื่มอย่างอื่นก็ให้เว้นระยะ 15-30 นาทีเหมือนเดิม หลักการของกล้วยมื้อเช้าเค้าให้ดื่มน้ำเปล่าบ่อยๆตามที่ต้องการ เค้าว่าการดื่มน้ำเปล่าจะทำให้ประสาทรับรสชาดดีขึ้น กระเพาะและลำไส้ทำงานน้อยลง พอรับรสชาดได้มากขึ้น ความต้องการอาหารในแต่ละมื้อจะลดลงเอง แต่ นานๆครั้งจะนอกใจไปดื่มอย่างอื่นก็ไม่เป็นไร กล้วยมื้อเช้าเน้นสบายๆ ไม่เครียด

     3.กินอาหารกลางวันตามปกติ
     มื้อกลางวันกินอะไรก็ได้ แต่ขอให้เคี้ยวให้ละเอียด รับรสชาดอาหารให้เต็มที่ เพราะถ้าเราทานอาหารกลางวันน้อยๆเราก็อยากจะทานขนมมากขึ้น เค้าให้ทานให้เต็มที่ไปเลย แต่อยากให้เน้นที่อาหารประเภทข้าว เค้าให้ทานข้าวเยอะๆลดปริมาณกับข้าวลง

     4. กินของว่างได้ตอนบ่ายสาม
     จริงๆเค้าว่ากินของว่างได้ทุกวันหากต้องการ แต่เพื่อไม่ให้กินมากเกินไปเลยจำกัดให้กิน 1 อย่างต่อวัน เค้าแนะนำให้กิน Chocolate หรือ ขนมญี่ปุ่น (คนแปลบอกว่า มักทำจากแป้ง ถั่ว น้ำตาล) พวกไอศกรีม โดนัท มันฝรั่งทอด เค้าว่านานๆครั้งดีกว่า แต่ถ้าอยากให้ไดเอ็ทเห็นผลเร็ว เค้าให้เลือกกินผลไม้ แต่เลือกกินชนิดเดียวพอนะ อย่าปนๆกัน

     5. กินอาหารเย็นให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
     ถ้าเราทานอาหารเย็นดึกจนเกินไป ตอนนอนกระเพาะลำไส้ก็ยังไม่ได้พัก ทำให้ร่างกายไม่สามารถขจัดความเหนื่อยล้าที่มีในแต่ละวันได้ อันเป็นสาเหตุของการอ้วน กล้วยมื้อเช้าบอกให้เราทานอาหารเย็นประมาณ 6โมง และดึกสุดไม่เกิน 2 ทุ่ม ถ้ายากก็ลองขยับให้เร็วขึ้นสัก 30 นาทีดูก่อน และให้ฝึกไม่กินของหวานหลังอาหารเย็นด้วย ให้กินของหวานแค่บ่ายสามเท่านั้น (อันนี้ยากเหมือนกัน เราก็ทำไม่ได้ 555 ยังกินของหวานนิดๆหน่อย วันละ 2-3 ครั้งอยู่เลย แต่ก็พยายามลดนะ)

     6. นอนก่อนขึ้นวันใหม่
     พยายามนอนเร็วให้เป็นนิสัย ดึกสุดไม่เกินเที่ยงคืน การนอนเร็ว และ ท้องไม่เต็มไปด้วยอาหาร จะทำให้นอนหลับสบาย ร่างกายเราจะฟื้นฟูสภาพกันตอนหลับนี่แหละ

     7. ออกกำลังกายเมื่อต้องการออก อย่าหักโหม
     การออกกำลังกายเค้าให้ทำอย่างพอเหมาะ ทำให้ร่างกายสดชื่น การออกกำลังกายอย่างหักโหม ร่างกายจะรู้สึกทรมานไม่เป็นผลดีเอา เค้าแนะนำให้แกว่งแขนสองข้างขึ้นลงเนี่ยแหละให้ผลดีกับการไดเอ็ทมากกว่าที่คิด

     8.จดบันทึกไดอารี่ให้เป็นนิสัย พร้อมเปิดเผยให้คนอื่นอ่านด้วย
     การจดบันทึกไดอารี่ไว้ เช่น จดลงบล็อคมีข้อดีคือ จะมีคนมาคอยเชียร์ มาให้คำแนะนำ เป็นบ่อเกิดของกำลังใจได้ (เราก็จดแต่ไม่ให้ใครดูยังเขินอยู่ 555)

อันนี้เป็นตัวอย่าง ไดอารี่ จากหนังสือหน้า 103
มื้อเช้า          7:10 กล้วย 2 ลูก, น้ำเปล่า
มื้อกลางวัน    12:00 ข้าวกล่องเอามาเอง (เค้าจดละเอียดเลยว่าอะไรบ้าง), ไก่ทอด 2 ชิ้น, น้ำเปล่า
อาหารว่าง      15:00 ช็อกโกแลตบาร์ครึ่งแผ่น, น้ำเปล่า
มื้อเย็น          19:00 ข้าวแกงกะหรี่ 1 จาน, สลัดมันฝรั่ง, ซุป, น้ำเปล่า
มื้อดึก           21:00 ส้ม 2 ลูก, น่ำเปล่า

เวลานอน       23:30
ออกกำลังกาย     หายใจเข้าออกลึกๆ ก่อนอาหาร
การถ่าย        ดีมาก
น้ำหนัก         59.8 กิโล เทียบกับอาทิตย์ที่แล้ว -0.5 โล

ข้อคิดเห็น
วันนี้งานยุ่งมากๆ สงสัยช่วงนี้ต้องทำโอทีซักหน่อยแล้ว วันนี้หายใจเข้าออกลึกๆ ก่อนอาหารได้ครบทุกมื้อ เคี้ยวข้าวละเอียดๆค่อยๆให้ลิ้นรับรู้รสชาดได้แล้ว

จะเห็นว่าเค้าจดละเอียดเหมือนกันว่า กินอะไรตอนไหนอย่างไร เราก็พยายามจดอยู่นะ ข้อดีคือได้บันทึกน้ำหนักทุกวันนี่ว่าเท่าไหร่แล้ว และก็รู้ด้วยว่ากินอะไรไปบ้าง พอถึงตรงออกกำลังกายจะได้รู้ว่าวันนี้ได้ทำรึยัง ข้อคิดเห็นก็จะบอกได้ว่า วันนี้เครียดมาก หรือ น้อยยังไง เพราะมีผลต่อการไดเอ็ทนะ

ผลหลังจากทำกล้วยมื้อเช้าแล้ว
     บางคนอาจจะอยากรู้ว่า เราทำกล้วยมื้อเช้าแล้วมันเห็นผลยังไง เราทำมาได้ประมาณ 3 อาทิตย์แล้ว แต่ก็ไม่ได้เคร่งครัดทำเป๊ะๆทุกข้อนะ ยิ่งเรื่องทานข้าวเย็นก่อน 2 ทุ่ม นี่หลุดหลายวันเลย ของว่างก็ห้ามใจไม่อยู่ กินวันละหลายครั้งเหมือนกัน แต่น้ำหนักก็ลดลงอ่ะ (จาก 49.4 เป็น 48.3) แต่ที่เห็นชัดๆคือ เรื่องของการขับถ่าย ปกติก็ไม่มีปัญหาเรื่องนี้อยู่แล้ว แต่บ้างวันมันเยี่ยมมากๆ แบบหมดไส้ไปเลย ตอนนี้หน้าท้องแบนมั๊กๆ ชอบ
     ที่แนะนำให้เพื่อนๆทำ สิ่งแรกที่เค้าจะเห็นผลเลยคือเรื่องของการขับถ่ายนี่แหละ ในหนังสือบอกว่าบางคนมีอุจจาระตกค้างเยอะมากที่ร่างกายไม่สามารถขับออกมาได้ เพื่อนๆที่ทำคนนึงน้ำหนัก 116 กิโล ทำกล้วยมื้อเช้าได้ 4 วัน น้ำหนักลงไป 2 โล คือเค้า งง มากว่ามันมากจากไหนเยอะเลย (เริ่มเหมือนพวกโฆษณาชวนเชื่อ) อีกคนหนัก 73 ทำมาพร้อมๆกัน ตอนนี้ลงไปแล้วโลครึ่ง เพราะขับถ่ายดีมั๊กๆ
    
ยังไงลองทำกันดูนะคะ ได้ผลหรือไม่ได้ยังไงมาบอกด้วย ส่วนตัวชอบหลักการนี้นะ และคิดจะลองเผยแพร่ให้เพื่อนๆได้ลองกัน เพราะมันไม่ยาก ไม่ต้องอดไม่ต้องทน ไม่เปลืองเวลา ไม่เปลืองเงินด้วย :D

ปล. อย่าลืมไปอุดหนุนซื้อหนังสือเค้าด้วยนะ เล่มละ 150 บาทเอง มีเนื้อหาดีดีเยอะเลย ตอนนี้เริ่มเห็นหนังสือขึ้นอันดับ Best Seller ของหลายๆที่แล้วด้วย

การบินไทย flight ยาวๆ เค้าเสิร์ฟอะไรบ้าง

ช่วงนี้งานยุ่งยิก ทำให้ไม่ค่อยได้มา update blog เลย เลยมองหารูปเก่าๆว่ามีอะไรพอมาเขียนได้บ้าง

PG ก็ดีอย่างนี้เอง เราเก็บรูปไว้ที่เดียวกันหมด พอจะเขียนเรื่องก็มาหาเอาว่า รูปไหน เขียนเป็นอะไรได้บ้าง รูป upload มาแล้ว เลือกมาเขียน blog ก็ง่ายด้วย :D (ขอค่าโฆษณา เป็นเสื้อ PG ver ใหม่ 2 ตัวนะคะ)

เวลาเราเลือกสายการบินเพื่อเดินทางไปต่างประเทศ ต่างคนก็ใช้ปัจจัยในการเลือกแตกต่างกัน เช่น

  • ราคา - ปัจจัยหลักของหลายๆคน เลือกโดยตัดกันที่ข้อนี้เลย แต่ถ้าราคามันใกล้เคียงกัน ปัจจัยอื่นๆก็ตามๆมา (ถ้าบินในประเทศนะ TG* ไม่ได้เงินเราแน่ 55)
  • จำนวนชั่วโมงที่ใช้ในการเดินทาง - ยิ่งถ้าต้องเดินทางไกลๆ เรื่องเวลาก็สำคัญเช่น บางสายการบินราคาถูกกว่า 2-3พัน แต่ต้องให้เราไปรอเปลี่ยนเครื่อง 4-5 ชั่วโมง ก็ไม่ไหวเหมือนกัน เพราะเสียเวลาเดินทางมาก ไปถึงที่เที่ยวก็หมดเรี่ยวแรงพอดี
  • น้ำหนักกระเป๋าที่ยอมให้โหลดได้ - สำหรับนักช๊อปข้อนี้สำคัญพอๆกับข้อแรกเลย เพราะ ถ้าขนซื้อมาเยอะขากลับมาเจอ charge ค่าน้ำหนักส่วนเกินเผลอๆจะไม่คุ้มเอา
  • สิ่งอำนวยความสะดวกบนเครื่อง - บางคนเดินทางบ่อยๆ ก็จะเซียน รู้ว่า สายการบินไหนมีอะไรดีดีบ้าง เช่น สิงคโปร์แอร์ไลน์มีจอส่วนตัวอยู่ด้านข้างดึงมาใช้งานสะดวก และ ชัดกว่าของ เจแปนแอร์ไลน์ (JAL จริงๆรหัสคือ JL แต่คนจะเรียกว่า JAL หรือ แจว กันมากกว่า) ในขณะที่การบินไทยไม่มีจอส่วนตัว ต้องไปชะโงกคอยาวดูรวมๆ เป็นต้น
  • บริการบนเครื่องบิน - หลายคนชอบการบินไทย เพราะ พนักงานเป็นกันเอง พูดภาษาไทยได้ไม่ต้องสื่อสารกันลำบาก ในขณะที่บางคนก็ชอบ JAL เพราะติดใจ AV หุหุ
  • อาหารการกินบนเครื่องบิน - ไม่น่าเชื่อว่ามีคนคิดถึงเรื่องนี้ด้วย แต่มีจริงๆ เพราะแต่ละสายการบินเค้าก็มีอาหารประจำชาติเค้าไม่เหมือนกัน หลายคนถ้าต้องบินไกลๆ เลือกการบินไทยเพื่อความชัว เพราะอย่างน้อยมีอาหารไทยยังไงก็กินได้แน่นอน เราก็ไม่เคยคิดถึงปัจจัยนี้เลย เพราะบนเครื่องอ่ะกินอะไรก็ได้ เดี๋ยวลงก็ไปเที่ยวแล้ว จนกระทั่ง ไปญี่ปุ่นด้วย JAL โหวยยยยย ก็เค้าเสิร์ฟเบียร์ญี่ปุ่นเย็นเจี๊ยบตลอดเลย ขอเมื่อไหร่ก็ได้ บิน 5 ชั่วโมงมันคุ้มมั๊กๆ 555

*เคยงงกันมั้ยคะว่า TG มันย่อจากอะไร T = Thai แล้ว G มาจากไหน คำตอบคือ TG ไม่ใช่ตัวย่อค่ะ แต่เป็นรหัสสายการบินที่ทาง สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) เป็นผู้กำหนดให้ค่ะ สายการบินไหนตัวย่ออะไรดูได้ที่นี่ค่ะ -> คลิ๊ก

สำหรับคนที่คิดว่า อาหารการกินบนเครื่องก็เป็นปัจจัยที่น่าคิดเลยนะ ลองดูรูปอาหารการกินบนเครื่องบินของการบินไทยกันค่ะอันนี้เป็น flight แบบยาวหน่อย ขาไป - BKK-Madrid 13 ชั่วโมง ขากลับ Madird - BKK 11 ชั่วโมง

ขึ้นเครื่องปุ๊บดูที่นั่งเลยค่ะ เค้าจะเอา Menu วางไว้ให้เลย เพื่อบอกว่าจะเสิร์ฟอะไรบ้าง (จริงๆใส่เวลา เสิร์ฟไว้เลยจะดีมั๊กๆ :D) สำหรับการเดินทางยาวๆแบบนี้จะเสิร์ฟให้ 2 มื้อค่ะ ส่วนใหญ่ของการบินไทย จะมี 2 เมนูให้เราเลือกค่ะ (กดที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่ขึ้นได้นะคะ)

Spain Trip

 

พอขึ้นเครื่อง แล้วเครื่องขึ้นเรียบร้อย เค้าจะเริ่มเสิร์ฟน้ำผลไม้ก่อนค่ะ มีน้ำส้ม น้ำแอปเปิ้ล น้ำเปล่า น้ำมะเขือเทศ (ที่ขายๆใน puff&pie แหละค่ะ) ใส่เป็นแก้วพลาสติกใสๆ มาให้ทานก่อน หลังจากนั้น 1 อึดใจ ประมาณครึ่งชั่วโมงก็เริ่มมื้อแรกกันเลยค่ะ

Spain Trip

แกงมัสมั่นที่เลือกรสชาดดีค่ะ อร่อยเลย แซมมอนรมควันก็อร่อย ส่วนขนมไม่อร่อยค่ะ (เหมือนขนมไม่เคยอร่อยเลยอ่ะ ทำไมไม่เอาพวกขนม puff & pie อร่อยๆมาเสิร์ฟก็ไม่รู้ เสียของจิง บ่นๆ)

Spain Trip

chocalate อันนี้ หวานชื่นใจ พอให้อภัยขนมที่ไม่อร่อยได้ พอเสิร์ฟอาหารเสร็จ เค้าก็จะเสิร์ฟเครื่องดื่มต่อ มี ชา กาแฟ ไวน์ขาว ไวน์แดง อันนี้แล้วแต่ความชอบค่ะ บางคนก็กินไวน์ให้หลับสบายก็มี ส่วนเรานอนยาว รอมื้อต่อไปค่ะ

Spain Trip

 

มื้อที่ 2 เป็นอาหารเช้า น่าจะเสิร์ฟก่อนถึง Madrid สัก 2 ชั่วโมง จำเวลาแน่นอนไม่ได้แต่รู้สึกว่าเรานอนยาวเลยแล้วค่อยถูกปลุกมาทานมื้อ 2 ระหว่างที่หลับยาวเค้ามี แซนวิช เล็กๆมาเสิร์ฟด้วยนะคะ เผื่อคนหิวก่อนแต่เราไม่ได้กิน เลยไม่ได้ถ่ายมา

เราบินไปลงที่ Madrid ตรงกับเวลาเช้าของเค้าพอดี (เวลาต่างกัน Madrid ช้ากว่าไทย 6 ชั่วโมงค่ะ เครื่องออกเที่ยงคืน ไปถึงบ่ายโมง แต่เวลาเค้าเพิ่งจะ 7 โมงเช้าเอง) เค้าว่า อาหาร และ แสงแดด ทำให้ร่างกายปรับตัวกับเวลาใหม่ได้เร็วขึ้น ไม่ jet lag มาก ดังนั้นกินเข้าไปค่ะ

ครัวซองอร่อยมากค่ะ กรอบ อุ่น เค็ม ลงตัวสุดๆ ส่วนโยเกิร์ตทิ้งไปค่ะ ไม่เคยกินเลยอ่ะ เสียของจิงไม่รู้ว่าพนักงานเค้าทิ้งไปเลย หรือจะเก็บไว้รึป่าว คิดถึงหมาที่บ้านตะหงิดๆ

Spain Trip

อันนี้เป็นเมนูแบบที่ 2 ค่ะ คือ "ไข่ทอดกับมะเขือเทศและหัวหอม ไส้กรอกเยอรมัน มะเขือเทศอบน้ำมันมะกอกออริกาโน เห็ดต่างชนิด"

อาหารบนเครื่องบินต้องทำใจค่ะ อะไรๆ มันก็จะกระจุ๋มกระจิ๋ม อย่างเห็ดต่างชนิดก็ครีมขาวๆนิดเดียวนั่นแหละค่ะ ไม่ได้มาเป็นดอกๆเบ้งๆแบบที่คิดหรอกค่ะ มะเขือเทศก็ครึ่งลูก ยังดีที่ไส้กรอกมาเต็มๆ

ถ้าอยากกินแบบหรูๆต้อง บิสิเนสคลาสค่ะ มาเป็นรถเข็นทำกันร้อนๆ ชี้ๆได้เลยจะเอาอะไรกี่ชิ้น แต่ก็นะจ่ายค่าตั๋วมันแพงขึ้นตั้งเยอะนี่นา ไม่คุ้มหรอกถ้าบริษัทออกให้ก็ว่าไปอย่าง Oops.. บริษัทเคยออกให้เลยได้อานิสงมาเล่าค่ะ 5555

Spain Trip

สุดท้ายก่อนลงเครื่องการบินไทยจะทำเก๋ แจกดอกกล้วยไม้สด เอามาจัดช่อทำเป็นเข็มกลัด เห็นฝรั่งชอบนะคะ บางคนเอาไปกลัดเสื้อเลย

Spain Trip

 

มาดูขากลับกันบ้าง Madrid - BKK 11 ชั่วโมง คราวนี้อาหารเช้าไม่มีให้เลือกแฮะ

Menu

 

ขึ้นเครื่องปุ๊บเสริ์ฟ snack ก่อนเลย เป็นถั่วเค็มๆ อร่อยดี อันนี้ขอเพิ่มได้นะ กินหมดแล้วลองขอดู ได้มาด้วย

Spain Trip

ขากลับกินได้เต็มที่ไม่ต้องห่วงเรื่องห้องน้ำ ห้องท่า เพราะเดี๋ยวก็ถึงบ้านแล้วไม่ได้ไปเที่ยวไหนซะหน่อย ดังนั้น น้องคะจัดมา มีกับแกล้มแล้ว อย่าให้เสียเที่ยว การบินไทยก็จะมี เบียร์สิงห์ กะ ไฮเนเก้น นี่แหละที่ JAL กินขาดเลย เพราะ เบียร์ญี่ปุ่นอร่อย ลุ่มลึกกว่ามากๆ ซู๊ดดดดด

Spain Trip

 

หลังจากนั้นอีกครึ่งชั่วโมง อาหารมื้อที่ 1 ก็มาแล้ว

Spain Trip

  ไปเที่ยวตั้งหลายวันคิดถึงอาหารไทยที่ซู๊ดดด ข้าวแพนงไก่นี่แหละอร่อยเลิศ อีกเมนูนึงเป็นเนื้ออบ เค้าว่าเหนียวเคี้ยวมะออกเลย ปลาแซมม่อนมันเลี่ยนๆไม่ค่อยอร่อย ขนมเหมือนเดิมรสชาดแย่

Spain Trip

 

หลังจากนั้น 4 ชั่วโมง เค้าก็เสิร์ฟแซนวิด อันนี้ ขากลันี่หิวมาก เพราะไปเที่ยวกินเยอะตลอดเวลาที่กลับก็เป็นเวลากลางวันด้วย นอนไม่หลับเลย ตั้งตารอคอยแซนวิชนี้มาตั้งนาน

Spain Trip

 

รสชาด เฮ้อ บัดซบจิงๆเลยอ้าา (ออกเสียงแบบอาฉีด้วยนะ) มันเย็นๆแข็งๆชืดๆ มันให้คนกินได้ด้วยเหรอเนี่ย -_-'

Spain Trip

 

 ต้องอดทนรอมื้อที่ 2 อีก 3 ชั่วโมงได้ ถึงจะได้ทานอาหารเช้า เพราะเวลาที่เมืองไทยเป็นตอนเช้าพอดี  ครัวซองอร่อย แต่ของขามาอร่อยกว่ามาก

Spain Trip

  อันนี้เลือกไม่ได้ เป็นไข่ทอด เบคอน และ สตูว์ผัก กระจุ๋มกระจิ๋มเหมือนเคย กินไม่อิ่มเลยแต่เอาเหอะเดี๋ยวไปกินบ้านก็ได้ สำหรับคนที่กินไม่อิ่มจริงๆลองถามเค้าได้นะ ว่าขอ 2 ได้มั้ย เพราะบางทีก็มีคนไม่กินเหมือนกัน ถ้าเจอแอร์ใจดีไม่กั๊กก็จะได้อีกชุด

Spain Trip

 

หลังอาหาร เค้าก็เสิร์ฟ ชา กาแฟ ไวน์แดง ไวน์ขาวเหมือนเดิมค่ะ

เป็นไงบ้างคะ เห็นรูปแล้ว เหมือนที่คิดมั้ยคะ จริงๆถ่ายมาทุกทีที่บินเลย แต่ไม่เคยเอามา show ใครซักที คราวนี้ตั้งใจละว่าจะเอามา review กันเรื่อยๆค่ะ

สำหรับคนที่ได้ flight แล้ว การเลือกที่นั่งก็สำคัญนะคะ ส่วนตัวชอบ windows seat ค่ะ เพราะรู้สึกมองเห็นวิวแล้วไม่อึดอัด ส่วนใครที่ชอบเข้าห้องน้ำบ่อยๆ เลือกที่นั่งริมทางเดินน่าจะสะดวกกว่าค่ะ

มี web เด็ดแนะนำให้ไปกดดูค่ะ เค้าจะมีรูปของเครื่องบินของสายการบินต่างๆให้เราดูเลย ก่อนเลือกที่นั่งก็กดไปดูนิดนึง จะได้เลือกที่นั่งที่ถูกใจ นั่งสบายไปตลอดการเดินทางค่ะ -> web seat guru

Blog นี้สาระไปมั้ยคะ ชอบไม่ชอบยังไงมาบอกได้นะคะ ใครเดินทางไปไหนมีประสบการณ์กับสายการบินอะไร มาเล่าสู่กันฟังบ้างนะคะ จะได้เป็นข้อมูลให้เพื่อนๆนักเดินทางค่ะ :D

รวม Blog ซีรีย์ ชุด ฮันนี่ไปกินมาแล้ว

 

รวม Blog ซีรีย์ ชุด ฮันนี่ไปกินมาแล้ว เอามารวบรวมไว้เป็นกำลังใจในการเขียนค่ะ หุหุ อยากให้ถึง 20 ตอนไวๆจัง


ตอนที่1: Heiroku sushi ที่ digital gateway

โพสต์เมื่อ 03.08.2009 08:17 | แท็ก: sushi ซุชิ อาหาร food japan siam digital gateway อาหารญี่ปุ่น heiroku 


ตอนที่2: ก๋วยเตี๋ยว อ๋องทิพย์รส เชียงใหม่

โพสต์เมื่อ 22.11.2009 16:52 | แท็ก: ก๋วยเตี๋ยวอร่อย อ๋องทิพย์รส ลูกชิ้นหัวนม ก๋วยเตี๋ยวอ๋อง เชียงใหม่ อ๋อง

 

ตอนที่3: ร้านอาหารญี่ปุ่น Imoya บรรยากาศเก๋มาก ราคาไม่แพง

โพสต์เมื่อ 29.11.2009 16:31 | แท็ก: ร้านอาหารญี่ปุ่น Izakaya ญี่ปุ่น Imoya อร่อย บรรยากาศเก๋ ร้านเหล้าญี่ปุ่น อาหารญี่ปุ่น กับแกล้ม japan

 

ตอนที่4: TonyRoma's ตำนานของซี่โครงหมูย่าง บรรยากาศ Outdoor ชิวๆ ที่ พารากอน

โพสต์เมื่อ 12.12.2009 16:55 | แท็ก: Tony Roma Baby Back Ribs Rib ซี่โครงหมูย่าง ซี่โครงหมู

 

ตอนที่5: Gyunoya ข้าวหน้าเนื้อสไลด์ สไตล์โยชิโนยะ อร่อยแบบต้นตำรับข้าวหน้าเนื้อญี่ปุ่น

โพสต์เมื่อ 15.12.2009 14:17 | แท็ก: Gyunoya Yoshinoya โยชิโนยะ ข้าวหน้าเนื้อ สีลม ญี่ปุ่น กิวโนยะ


ขอเอา review เก่าๆ ตอนที่ยังไม่ได้คิดจะเขียน Series มารวมด้วยละกัน :D

 

ไปกินมาแล้ว Sukura House ร้านอาหารญี่ปุ่น ที่ข้าวสาร

โพสต์เมื่อ 22.09.2008 15:33 | แท็ก: Sakura house อาหารญี่ปุ่น ถนนข้าวสาร

 

ก๋วยจั๊บ รส'นิยม Villa อารีย์

โพสต์เมื่อ 28.02.2009 19:43 | แท็ก: รสนิยม ก๋วยจั๊บ อร่อย ไข่พะโล้ เพิ่มไข่ อารีย์ Villa ari วิลล่าอารีย์ 

 

ร้าน Grill 'n' Gravy (steak ร้านอร่อยที่ Villa อารีย์)

โพสต์เมื่อ 08.03.2009 22:28 | แท็ก: Grill_n_gravy Grill Gravy Villa อารีย์ steak ร้าน อร่อย afteryou shibuya honey toast

 

Gyunoya ข้าวหน้าเนื้อสไลด์ สไตล์โยชิโนยะ

 

ฮันนี่ไปกินมาแล้ว ตอนที่5: Gyunoya ข้าวหน้าเนื้อสไลด์ สไตล์โยชิโนยะ อร่อยแบบต้นตำรับข้าวหน้าเนื้อญี่ปุ่น

อิ่มมากกก นี่คงจะเป็น Blog ที่สดใหม่ที่สุดตั้งแต่เคยเขียนมาทั้งหมด 4 ตอน เพราะคนเขียนเพิ่งจะกินมาเมื่อชั่วโมงที่แล้วเอง!!! ตอนนี้ยังนั่งอิ่มอยู่เลย

 

------------- ตอนเก่าๆ หาอ่านได้่ตามนี้นะคะ ---------------------------

ตอนที่1: Heiroku sushi ที่ digital gateway

ตอนที่2: ก๋วยเตี๋ยว อ๋องทิพย์รส เชียงใหม่

ตอนที่3: ร้านอาหารญี่ปุ่น Imoya บรรยากาศเก๋มาก ราคาไม่แพง

ตอนที่4: TonyRoma's ตำนานของซี่โครงหมูย่าง บรรยากาศ Outdoor ชิวๆ ที่ พารากอน

(โฆษณาปั่นจำนวน view อันเก่าอีกแล้ว เอิ๊ก) ---------------------------

 

วันนี้ขอเอาใจสาวกญี่ปุ่นค่ะ ใครเคยไปญี่ปุ่นน่าจะเคยเห็นร้านข้าวหน้าเนื้อของเค้าที่ชื่อ Yoshinoya ซึ่งเป็นร้านแบบ fastfood ค่ะ คือส่วนใหญ่คนจะมาทานแบบรีบเร่งให้เสร็จเร็วๆ หน้าร้่านประมาณนี้ค่ะ

Japan%20Day%238%3A%20Sapporo

 

ซึ่ง Yoshinoya เป็นแฟรนชายค่ะ มีแล้วในหลายประเทศ ที่ฮ่องกง ก็มีเหมือนกัน ส่วนเมนูก็จะหลากหลายแล้วแต่ประเทศ แต่ที่ถือว่าเป็นเมนูเด็ดของเค้าคือ ข้าวหน้าเนื้อ สไลด์แบบนี้ค่ะ

Japan%20Day%238%3A%20Sapporo

 

ซึ่งส่วนตัวแล้ว เราชอบมากเลยค่ะ เพราะเป็นอาหารที่ทานง่ายแล้วก็อร่อยด้วย ก็เฝ้าใฝ่ฝันว่าเมื่อไหร่ Yoshinoya จะมาขายที่ไทยบ้าง แต่ที่ทราบมาคือ เคยมีคนเอามาขายเมื่อนานมาแล้วแต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ เราก็เดาว่าอาจจะเป็นเพราะตอนนั้นคนไทยคงยังไม่ค่อยจะกินเนื้อกันเยอะ เหมือนตอนนี้มั้งคะ (ใครรู้ว่าเพราะอะไร วานบอกด้วย)

 

แต่ว่า วันนี้ฝันเป็นจริงแล้ว เพราะเราค้นพบร้านที่ขายข้าวหน้าเนื้อที่คล้าย Yoshinoya มากๆๆ ไปกันเลยค่ะ

ร้่านนี้ชื่อ: Gyunoya อยู่ตรงสีลมค่ะ

เวลาเปิด: 10โมงเช้า - ตึสอง

การเดินทางที่ง่ายที่สุดคือ ทาง BTS ลงสถานนี ศาลาแดง  -> ออกทางออกที่ 3

BTS%20%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A5%E0%B8%A1%20%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%883

 

ลงมาแล้ว เลี้ยวขวาแรก ซอยธนาคารทหารไทยค่ะ

คนที่อยู่แถวสีลมอยู่แล้ว ซอยธนาคารทหารไทย จะอยู่ใกล้ๆ Supersport อยู่ฝั่งตรงข้ามกับ Central สีลมคอมเพล็กค่ะ

%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%82%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%81

 

เลี้ยวเข้าซอยมาแล้ว เดินมาประมาณ 40 เมตร ก็จะเจอร้านอยู่ทางซ้ายมือค่ะ

%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B2%2040%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%A3%20%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B0%20Gyunoya

 

ร้านเป็นแบบ counter ยาวค่ะ แคบนิดเดียว มีแค่ 11 ที่นั่งเท่านั้นค่ะ

%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B5%2011%20Seats%20%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%99


มีเมนูแปะอยู่ตรงผนังมีรายการอาหารให้เลือกไม่มากค่ะ

%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A8%20-%20Gyunoya

 

ซูมเมนูมาให้ดูชัดๆค่ะ ว่ามีอะไรบ้าง

Menu%232

 

อย่ารอช้าสั่งเลยค่ะ ข้าวหน้าเนื้อต้มซีอิ้ว มาแล้ว มีน้ำชาให้ฟรีด้วย ข้าวดูดีมากๆเหมือนมากๆ จะอร่อยมั้ยน้ออออ

ma%20leaww%20-%20Gyunoya

 

%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD

 

%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%AD

 

อันนี้เทียบ size ให้ดูค่ะ size ใหญ่ 160 บาท VS size เล็ก 120 บาท ใส่ชามขนาดเท่ากัน แต่ข้าวกับเนื้อปริมาณต่างกันเยอะค่ะ แนะนำว่าควรทาน size ใหญ่ค่ะ เพราะเนื้่อจะเยอะกว่าเยอะ เรากิน size เล็กแว๊บบเดียวเนื้อหมดแล้ว

%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A9%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%94%E0%B8%B2

 

สำหรับรสชาด ใกล้เคียง yoshinoya มากๆ เนื้อบางอร่อย ข้าวก็นุ่มมาก ของ Yoshinoya เนื้อที่ผัดมาราดลงบนข้าวจะร้อนกว่า และ น้ำราดก็จะแฉะกว่า แต่ของ Gyunoya เนื้อจะไม่ร้อนเท่า ส่วนน้ำก็ไม่เยอะมาก ข้าวเลยไม่แฉะ ซึ่งเราว่าการที่ข้าวไม่แฉะเนี่ยแหละดีแล้ว ทำให้เวลาทานมันคีบเป็นคำๆได้ง่ายกว่า อร่อยกว่า :D

ซูมเม็ดข้าวอวบๆให้ดูใกล้ๆ ข้าวเนี่ยแหละสูตรเด็ด

Gyunoya

 

เครื่องเคียงทางร้านมี ขิงดอง อย่างเยอะให้กินแกล้มได้ด้วยค่ะ

%E0%B8%82%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%87

 

มิโซะ ซุป อันนี้ 20 บาท ร้อนๆ กลมกล่อม เข้ากับข้าวมั๊กๆๆ

Miso%20soup

 

เนื่องจากเราสั่งจานเล็ก เลยรู้สึกไม่อิ่ม เลยสั่งข้าวแกงกะหรี่เนื้อมากินขำๆอีกจาน พอกินแล้ว รู้สึกว่า เฮ้ยย ไม่ขำนี่ อร่อยเลยอ่ะ รสชาดเข้มข้น เผ็ดกำลังดี เนื้อเคี่ยวมาอย่างดีนุ่มอร่อยมาก มีแครอทกับมันนุ่มๆด้วย ขนาดแตงดองยังอร่อยเลยอ่ะ สุโค่ยยยยยยยยยยย

%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD

 

โดยสรุปร้าน Gyunoya อร่อยค่ะ สำหรับคนที่คิดถึง ข้าวหน้าเนื้อแบบญี่ปุ่น ร้านนี้ไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน การเดินทางก็สะดวกด้วย ไม่ไกลจาก BTS เลยค่ะ ร้านเปิด 10โมงเช้า - ตีสองนะคะ สะดวกตอนไหนเลือกได้เลยค่ะ :D

สำหรับคนที่ไม่ทานเนื้อ ทางร้านก็มี เมนูข้าวหน้าหมูต้ม ข้าวแกงกะหรี่หมู และ ข้าวหน้าปลาดิบด้วย ยังไงลองไปชิมแล้วมาบอกกันบ้างนะคะ

รูปทั้งหมดที่เกี่ยวข้องดูได้ที่นี่ค่ะ -> Gyunoya

 

TonyRoma's ตำนานของซี่โครงหมูย่าง บรรยากาศ Outdoor ชิวๆ ที่ พารากอน

ฮันนี่ไปกินมาแล้ว ตอนที่4: TonyRoma's ตำนานของซี่โครงหมูย่าง บรรยากาศ Outdoor ชิวๆ ที่ พารากอน

 

โอ๊ะ เรามากันถึงตอนที่ 4 แล้วเหรอเนี่ย ขนลุกฮะ!! :P

จริงๆไม้ได้ตั้งใจจะ review ร้านนี้เท่าไหร่ค่ะ เพราะ ไม่ใช่ร้านใหม่อะไร มีมาตั้งนานแล้ว แต่วันก่อนไปกิน ได้ลองบรรยากาศใหม่ๆที่ไม่เคยลอง ประกอบกับอาหารของเค้าคุณภาพดีมาก ไปกี่ทีก็อร่อยประทับใจทู๊กกกที เลยมาจัดให้ซัก blog ละกันนะ

สำหรับคนที่เพิ่งเคยจะติดตามกันสามารถอ่าน review ตอนที่ 1-3 ได้ที่นี่นะคะ

ตอนที่1: Heiroku sushi ที่ digital gateway

ตอนที่2: ก๋วยเตี๋ยว อ๋องทิพย์รส เชียงใหม่

ตอนที่3: ร้านอาหารญี่ปุ่น Imoya บรรยากาศเก๋มาก ราคาไม่แพง

 

จบช่วงปั่นกระแส Blog เก่า มาเข้าเรื่องกันดีกว่าค่ะ คราวนี้ขอแนะนำร้าน hisoๆ บ้างค่ะ ที่ว่า hiso เพราะสนนราคาแต่ละจานโหดอยู่เหมือนกัน แต่นานๆที ก็ OK ค่ะ

ร้านนี้ชื่อ Tony Roma's ค่ะ เป็นร้านอาหารสไตล์อเมริกันที่เปิดขายมากกว่า 37 ปีแล้วค่ะ ร้านแรกของเค้าอยู่ที่ North Miami แหะๆ ไม่เคยไปหรอกค่ะ แปล web เค้ามาอีกที 55 -> Tony Roma's Web

จากร้านนายโทนี่ ที่มีเมนูเด็ดคือ Baby Back Ribs เค้าก็มีการขยายสาขาทำเป็นแฟรนชายขายทั่วโลกจนตอนนี้มีประมาณ 200 ร้านแล้วค่ะ ที่ไทยเราก็ได้ลิ้มลองกันที่แรก อยู่สุขุมวิท87 และมีอีก 2 ที่คือ Emporium และ Paragon ค่ะ

วันนี้ที่จะพาไปกันคือ สาขาที่พารากอน ชั้น G ค่ะ แต่ที่พิเศษหน่อยคือเราไปทานแบบ Outdoor ตอนบ่ายๆ ช่วงนี้อากาศเย็นๆกำลังดี มันช่างน่าอภิรมย์ เวรี่ชิว จนต้องมาเขียน blog เลยค่ะ

 

ชื่อร้านแบบเต็มๆค่ะ

at%20TonyRoma's

 

 

นี่คือวิว Outdoor ด้านนอก มีบ่อน้ำที่กระแสน้ำไหลเอื่อยๆ ลมพัดเย็นสบายแบบกำลังดี (ผมไม่กระจุย) มาตอนมื้อเที่ยงคนก็ไม่มาก ยุงก็ไม่มี อะไรมันจะชิวไปมากกว่านี้ ฮิ้ววว

at%20TonyRoma's%20paragon%20very%20chill

 

ไม่ต้องรอช้า หลังจากสั่งอาหาร ขนมปัง service อุ่นๆก็มาเสิร์ฟแล้วค่ะ เราไปกัน 5 คนเลยได้มา 2 ชิ้นค่ะ

Hot%20Bread%20-%20TonyRoma's

 

ตามด้วย Appetizer จานเด็ดของร้าน "Onion Loaf" หรือก็คือ หัวหอมทอดพร้อม Dip สุดอร่อย หัวหอมกรอบหวาน ไม่อมน้ำมัน จิ้มซอสที่รสชาดกลมกล่อมเข้ากัน อร่อยเหาะบอกไม่ถูกเลยค่ะ (จานนี้เป็นแบบ half นะคะ 195บาท)

onion%20fried%20-%20TonyRoma's

 

Appetizer จานที่ 2 มาแว้วว "Potato Skins" ค่ะ (มี size เดียว 245บาท) จริงๆแล้วจานนี้อร่อยมากนะคะ แต่ดันมาหลัง Onion Loaf ทำให้ ลิ้นเราโดนรสชาดของ Onion Loaf กลบไปหมดแล้ว เลยทำให้ไม่ได้ลิ้มรสจานนี้แบบเต็มที่ คำแนะนำคือ ถ้าสั่ง 2 จาน ควรทาน Potato Skins ก่อนค่ะ

My%20favourit%20dish%20potato%20skin%20-%20TonyRoma's

 

ซูมให้ดูกันชัดๆค่ะ มันคือเปลือกมันฝรั่ง เอามาใส่ชีสและเบคอนลงไป แล้วอบสุกเกรียมกำลังดีค่ะ อร่อยมั๊กๆๆ

Potato%20Skin%20(Zoom)%20-%20TonyRoma's

 

ตามมาด้วย "Sonoma Salad" (395บาท) เราก็ไม่รู้ว่ามันคือสลัดอะไร ทุกทีก็สั่งแต่ ซีซาร์สลัด แต่เห็นจานนี้เค้าเขียนไว้บนสุดของเมนูสลัดเลย เหมือน Chief recommend เลยลองซักหน่อย ปรากฎว่า...........ไม่ผ่านค่ะ รสชาดแบบเมดิเตอเรเนี่ยนมากกก เปรี้ยวๆ และใส่ชีสที่กลิ่นแรงได้ใจ คนชอบสลัดรสชาดจัดอาจจะถูกปากค่ะ แต่เราของบาย จานนี้สุดท้ายเหลือเกินครึ่งค่ะ

Sonoma%20Salad%20-%20TonyRoma's

 

จานต่อมา ปาท่องโก๋ เอ้ยย "ไส้กรอกย่าง" ค่ะ (สั่งเป็นชิ้นๆได้เลยค่ะ ชิ้นละ 125บาท จานนี้ 375บาท) อร่อยค่ะ ซอสบาร์บีคิวรสชาดดี + กัยไส้กรอกย่างมากำลังดีด้วย เคี้ยวหายๆค่ะ

Grilled%20sausages%20-%20TonyRoma's

 

และแล้วก็มาถึงจานเด็ดของร้าน "Baby Back Ribs" (จานนี้เป็นแบบ Half 6 ซี่ 555บาท) มาถึง Tony Roma's ถ้าไม่ได้ทานจานนี้ก็เหมือนมาไม่ถึงนะคะ ซี่โครงหมูย่าง หวานหอม เนื้อนุ่ม ซอสบาร์บีคิวกลมกล่อม ทานแล้วต้องหลับตาพริ้มร้องฮื้มมมมม มันช่างนุ่มนวลชวนฝันจริงๆเล้ยยยซาร่าาาาา!!

Ribs%20-%20TonyRoma's

 

ตบท้ายด้วย "Ribeye Steak" (955บาท) เนื่องจากคณะเราที่ไปเป็น Meat Lover ค่ะ กินร้านไหนก็ต้องลองเนื้อซะทุกร้าน เลยสั่งมาลองซักหน่อย ก็พอได้ค่ะ ไม่ได้อร่อยเลิศขนาดนั้น ยิ่งถ้าดูราคาแล้วทาน Ribs น่าจะอร่อยคุ้มกว่ามากค่ะ

Ribeye%20(half)%20-%20TonyRoma's

 

จริงๆขนมร้านนี้ก็มีอร่อยๆเยอะเลยนะคะ แต่เราอิ่มกันถึงขีดค่ะ เลยไม่ได้ทานขนมต่อ

ช่วงนี้ที่ร้านมี Promotions นะคะ ใช้บัตร CityM ลดได้ 10% ค่ะ และสะสมใบเสร็จไว้ทานครบ 6,000 บาท เอามาทำบัตรสมาชิกไว้เป็นส่วนลดครั้งต่อไปได้ค่ะ

สรุปโดยภาพรวม แนะนำให้ไปทานกันหลายๆคนนะคะร้านนี้ เพราะอาหารแต่ละจานใหญ่ๆทั้งนั้นเลย ไปหลายคนจะได้ share กันได้ มาแล้วก็อย่าลืมทาน Ribs กับ หอมทอดนะคะ สาขา Paragon อยู่ชั้น G หาจังหวะวันไหนอากาศเย็นๆ ไปแวะทานตรงโซน Outdoor นะคะ ชิวขนาดค่ะ :D

 

ไปกินมาแล้ว อาหารญี่ปุ่น Imoya บรรยากาศเก๋มาก ราคาไม่แพง

ฮันนี่ไปกินมาแล้ว ตอนที่3: ร้านอาหารญี่ปุ่น Imoya บรรยากาศเก๋มาก ราคาไม่แพง

มาแล้วๆ ตอนที่ 3 ไม่นานเกินรอ คราวนี้กลับมา review ร้านอาหารญี่ปุ่นอีกครั้ง ร้านนี้มีหลายคนพูดถึงแล้วใน net เลยตามไปกินซะหน่อย พอไปกินมาแล้ว โห...ของเค้าดีจริงเลยต้องรีบมา review ให้เพื่อนสมาชิกได้ อ่านกันน้ำลายไหลย้อยย แล้วตามไปกินมั่ง

ตอนที่แล้ว (ก๋วยเตี๋ยวอ๋องทิพย์รส) เขียนบรรยายซะหลายคนอยากไปกิน แต่ร้านอยู่ตั้งเจียงใหม่นู้น จะไปก็มะไหว เลยมาบ่นเจ้าของ blog กันซะหูชา คราวนี้้เลยขอเอาใจด้วย ร้านอาหารญี่ปุ่น Imoya ละกันนะ อร่อยและไปง่าย ติดรถไฟฟ้ามาหานะเธอ เอ้ยยย รสไฟฟ้า BTS เลยหล่ะ

ร้านนี้ชื่อ: Imoya

Style: เป็นร้านสไตล์ Izakaya (ร้านเหล้าของญี่ปุ่นที่จะเน้นขายกับแกล้ม กับ เหล้ามากกว่า อาหารจานหลัก)

สถานที่ตั้ง: ชั้น 3 ตึก Terminal สุขุมวิท 24

การเดินทางที่ดีที่สุด: BTS ลงสถานีพร้อมพงษ์ ออกทางออกหมายเลข 4 เดินลงมาเลี้ยวเข้าซอยแรกซ้ายมือ 50 เมตร จะเห็นตึก terminal อยู่ทางขวา

ร้านเปิด: 5โมงเย็น - เที่ยงคืน (last order ตอน 5ทุ่มครึ่ง)

เบอร์โทรศัพท์: 02-663-5185-6

 

ตึก Terminal หน้าตาแบบนี้ค่ะ

%E0%B8%95%E0%B8%B6%E0%B8%81%20Terminal

 

  เราจะไปร้านนี้ อยู่ชั้น 3

%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%99%20Imoya

 

บันไดจะแปลกๆไม่ต้องสนใจ เดินขึ้นไปเรื่อยๆค่ะ พอชั้น 3 ก็จะเจอหน้าร้านแบบนี้ค่ะ แนวได้ใจ

playground

 

ข้างในตกแต่งเก๋มากค่ะ เป็น Style แบบญี่ปุ่นเก่าๆหน่อย เปิดเพลงญี่ปุ่นเบาๆ ชิวมากค่ะ

playground

 

แบบที่บอกว่าเป็นร้านเหล้า ด้านหลัง counter ขวดเขียวๆเป็นเหล้าญี่ปุ่น ที่ลูกค้าฝากไว้มีเพียบ ในร้านมีทั้งคนญี่ปุ่น ไทย ฝรั่ง เยอะเลยค่ะ

%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A8%20Imoya%20japanease%20restaurant

 

มีโซนแบบกั้นห้อง private ด้วยนะ แต่พอดีตอนเรามามันเต็มเลยไม่ได้นั่งโซนนี้

playground

 

มาสั่งอาหารกันดีกว่า ร้านนี้มีรายการอาหารหลากหลายมากค่ะ เต็มไปด้วยกับแกล้มเหล้า ราคาก็ไม่แพงมากค่ะ ดูเมนูกันเล้ยยย ร้านไฟจะสลัวๆหน่อย เลยไม่ค่อยชัดค่ะ (กดที่รูปเพื่อดูให้ใหญ่ขึ้นได้นะคะ)

playground


หน้า 2

playground

 

สั่งเสร็จทางร้านก็จะเอา อาหารทานเล่นมาให้ทานก่อนเลย เป็นของแถมค่ะ คาดว่าอาหารจะเปลี่ยนไปตามวัน วันนี้เป็นน่องไก่ต้มค่ะ

playground

 

ไม่นานเกินรอ อาหารก็จะทยอยมากันค่ะ เริ่มด้วย Agedashi Tofu หรือ เต้าหูทอดราดซอส รสชาด ok แบบที่ควรจะเป็นค่ะ

playground

 

ต่อด้วย ปลาหมึก และ หัวหอมทอด (65บาท) รสชาดอร่อยล้ำค่ะ ปลาหมึกทอดได้แห้งดีไม่อมน้ำมัน หัวหอมทอดหวานมากๆ พอจิ้มกับน้ำจิ้มของทอดแล้ว อร่อยเลิศค่ะ

%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B6%E0%B8%81%20%26%20%E0%B8%AB%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%94%20Imoya

 

ตามด้วย เนื้อต้มมันฝรั่ง(65บาท) อร่อยล้ำเช่นกัน ต้มได้กำลังดี รสชาดกลมกล่อมมาก

playground

 

หนังไก่ทอดกรอบ (60บาท) ทอดได้กรอบแกร๊บกินเพลินสุดๆ

playground

 

อุด้งเต้าหู้ (70บาท) รสชาดเค็มไปหน่อย เส้นไม่ค่อยเหนียวมาก ชามนี้ไม่ประทับใจเท่าไหร่ค่ะ

%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B9%E0%B9%89

 

คราวนี้มาถึงตาพวกของย่างๆบ้าง สั่งไป 3 อย่างคือ อกไก่ปิ้ง (45บาท) กระเทียมปิ้ง(45บาท) และ ลูกชิ้นไก่(60บาท) อกไก่ต้องขอมะนาวเค้ามาบีบด้วยจะอร่อยมาก กระเทียมปิ้งธรรมดา ส่วนลูกชิ้นไก่ (ลืมถ่ายรูปมา) ไม่ค่อยอร่อยค่ะ (ของปิ้งๆอร่อยต้องที่ Torajiro Central World แต่ราคาก็จะแพ๊งแพงตามคุณภาพค่ะ ไว้จะมาเขียน review ให้ค่ะ)

%E0%B9%84%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%20at%20imoya%20sukhumvit24

%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B9%89%E0%B8%87%20at%20imoya%20sukhumvit24

 

ลองสั่งปลาดิบ 3 อย่างมากิน (200บาท) แบบไม่ได้คาดหวังมาก เพราะร้านพวกนี้ไม่น่าจะเท่าไหร่ แต่ปรากฏว่า สด อร่อยมากๆ เยี่ยมไปเลยค่ะ

%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%20at%20imoya%20sukhumvit24

 

ตบท้ายด้วย อาหารประเภทข้าวปั้น สุดยอดความประทับใจ เพราะอันใหญ่ไส้ทะลัก รสชาดก็ดีเยี่ยมเลยค่ะ เสียอย่างเดียวพออันมันใหญ่เลยทำให้อิ่ม ไม่ได้ชิมเมนูอื่นๆ ที่อย่างสั่งอีกสงสัยต้องมีรอบหน้า

ข้าวปั้นไส้ใข่ปลาเมงไท (50บาท) ดูขนาดเทียบกับมือคน นี่ขนาดกินไปแล้วเกือบครึ่งอันนะ

%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%97%E0%B9%89%20at%20imoya%20sukhumvit24

ไส้ทะลัก ใส่ไข่ปลาแบบไม่หวงเลย

%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B9%88%E0%B9%84%E0%B8%AA%E0%B9%89%E0%B8%97%E0%B8%B0%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%20at%20imoya%20sukhumvit24

 

ข้าวปั้นย่างไส้ไข่ปลาเมงไท (60บาท) เหมือนเดิม ก็จะเป็นอีกรสชาดนึง ใครที่ชอบรสของไข่ปลา น่าจะชอบแบบไม่ย่างมากกว่า เพราะพอเอาไปย่างจะทำให้ไข่ปลาสุกไปด้วย รสขาดเลยหายไป แต่ย่างได้ดีมาก คราวหน้าก็จะสั่งอีก แต่เปลี่ยนเป็นไส้ปลาแห้งแทน น่าจะอร่อยกว่า (จากภาพพยายามเทียบขนาดกับนิ้วมือให้เห็นว่าใหญ่เจรงๆ)

%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B9%8C%20at%20imoya%20sukhumvit24

 

หมดแล้ว ไปกินกันสามคน เลยสั่งได้เท่านี้ค่ะ สำหรับร้านนี้แนะนำให้ไปกินกันหลายๆคน เพราะจะได้สั่งมา shareๆ กันได้หลายๆอย่างค่ะ

ปิดท้ายด้วยภาพ Video บรรยากาศในร้านค่ะ

 

 

จบ blog นี้แล้วค่ะ ขอบคุณที่ติดตามนะคะ ใครอ่านแล้วชอบฝากเมนต์ไว้เป็นกำลังใจให้คนเขียนหน่อยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ :D

ดีแทคจับมือ Research In Motion เปิดให้บริการ BlackBerry ในประเทศไทย

เห็นถามกันเรื่อง BB มาเยอะมากๆ วันนี้ข่าวออกแล้วเลยเอามาแปะให้รู้ๆกันไปเลย ขอบอกว่าสีขาว มันบาดใจจ๊อดจิงๆ 

 

ดีแทคจับมือ Research In Motion เปิดให้บริการ BlackBerry ในประเทศไทย

-

-

24 พฤศจิกายน 2552 ดีแทค และ Research In Motion (RIM) (NASDAQ: RIMM; TSX: RIM) ประกาศพร้อมเปิดบริการ BlackBerry  ให้ลูกค้าดีแทคในวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2552 โดยจะเปิดตัวด้วย Blackberry Curve 8520 รุ่นพิเศษสีขาว

นายวรรษิษฐ์ ไสยวรรณ ผู้อำนวยการอาวุโสกลุ่มธุรกิจต่างประเทศ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า BlackBerry ในประเทศไทยยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในตลาด mainstream ซึ่งเป็นตลาดที่ดีแทคถนัด และมีความชำนาญ ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมดีแทคจึงเข้าจับมือกับ RIM.

จุดเด่นของ BlackBerry คือคุณสมบัติของตัวโทรศัพท์และบริการที่เหมาะกับผู้ใช้งานที่ต้องการชีวิตที่ง่ายและสะดวก โดยผู้ใช้สามารถรับส่งอีเมล์  หาข้อมูล ใช้อินเทอร์เน็ต และ Social Networking   และเมื่อใช้บน data network ของดีแทค หรือที่รู้จักกันในชื่อ “dtac internet” ลูกค้าจะได้ใช้งาน BlackBerry ด้วยความเร็วสูง ทุกที่ และทุกเวลา ผ่าน dtac Internet ซึ่งได้รับการโหวตสูงสุดจากร้านค้าไอที ทั่วประเทศทางด้านคุณภาพ และความเร็ว นายวรรษิษฐ์กล่าว

ทั้งนี้ ดีแทคจะทำตลาดเครื่อง BlackBerry รุ่น Curve 8520 สองสี คือ สีดำ และพิเศษสีขาว ต้อนรับช่วงเทศกาล และ รุ่น Bold 9000

นายเกรกกอรี่ เวดด์ รองประธาน ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค ของบริษัท Research In Motion กล่าวว่า รู้สึกตื่นเต้นที่ได้เปิดตัว Blackberry Curve 8520 ในเมืองไทยร่วมกับดีแทคในครั้งนี้ โดยเชื่อมั่นว่าสมาร์ทโฟนรุ่นนี้จะเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่จะได้รับความนิยมจากผู้บริโภค นายเกรกกอรี่กล่าว พร้อมเพิ่มเติมว่า ตอนนี้มีคนจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ที่เริ่มเปลี่ยนจากโทรศัพท์ธรรมดามาเป็นสมาร์ทโฟน และ Blackberry Curve 8520 ถือว่าเป็นรุ่นที่เหมาะมากสำหรับลูกค้าที่เพิ่งหันมาใช้สมาร์ทโฟนเป็นครั้งแรก

Curve 8520 เป็นสมาร์ทโฟนที่เปี่ยมประสิทธิภาพมีราคาที่เหมาะสม และไม่แพงเกินไป อีกทั้งยังได้รับการออกแบบที่ทำให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงบริการต่าง ๆ อย่างง่ายดาย ทั้ง อีเมล์ การใช้ Messaging (Instant Messaging, SMS, MMS) การเข้าสังคมออนไลน์ (รวมทั้ง Facebook® และ MySpace) และบริการมัลติมีเดียอื่น ๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับปุ่ม Navigation ที่เรียกว่า Trackpad ซึ่งเป็นระบบสัมผัส และเป็นเครื่อง BlackBerry รุ่นแรกที่มาพร้อมกับ มีเดีย คีย์’ (media keys) ที่จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถควบคุมการใช้งานด้านเพลง และวีดิโอได้ตามต้องการ    Blackberry Curve 8520 ยังรองรับเทคโนโลยี Wi-Fi เพื่อให้ผู้ใช้สามารถค้นหา และเข้าถึงข้อมูลต่างๆ บนอินเทอร์เน็ตไร้สายได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

เดือนมีนาคม 2552 ที่ผ่านมา โวดาโฟนและดีแทคได้ลงนามข้อตกลงร่วมกันในการเป็นพันธมิตรทางการตลาด (Partner Market Agreement) ซึ่งทั้งสององค์กรจะร่วมมือในการนำเสนอสินค้าและบริการแก่ลูกค้า ซึ่งรวมถึงบริการแบล็คเบอรี่ โดย นายริชาร์ด ดาลี่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้าน Partner Markets ของโวดาโฟน กล่าวว่า นอกเหนือจากการร่วมมือในบริการโรมมิ่งแก่ลูกค้าของทั้งสองฝ่าย เรายินดีที่ได้ขยายขอบข่ายความร่วมมือกับดีแทคไปสู่การบริการ BlackBerry   ทั้งนี้เพื่อมุ่งสู่ความสำเร็จร่วมกันในตลาดของทั้งสององค์กรภายใต้โครงการ  Vodafone Global Enterprise Program  อีกทั้งยังเป็นส่วนสำคัญในการทำธุรกิจระดับโลก ทั้งด้านการตลาด การพัฒนาบริการและผลิตภัณฑ์ เพื่อสนับสนุนการใช้บริการ BlackBerry โดยเราจะร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดและให้บริการที่ยอดเยี่ยมเพื่อลูกค้าของเรา

เกี่ยวกับดีแทค
บริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค เป็นหนึ่งในผู้นำให้การบริการโทรศัพท์มือถือของประเทศไทย  ณ สิ้นไตรมาส 3 ของปี 2552 มีจำนวนผู้ใช้บริการประมาณ 19.3 ล้านเลขหมาย  บริษัทก่อตั้งขึ้นในเดือนสิงหาคม ปี 2532 และเริ่มให้บริการในฐานะผู้นำในตลาดการสื่อสารผ่านมือถือของประเทศมาตั้งแต่นั้น ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม www.dtac.co.th

เกี่ยวกับรีเสิร์ช อิน โมชั่น
Research In Motion เป็นผู้ออกแบบ ผู้ผลิต และผู้จัดจำหน่ายชั้นนำของนวัตกรรมโซลูชั่นไร้สาย สำหรับธุรกิจสื่อสารเคลื่อนที่ทั่วโลก  ด้วยการพัฒนาแบบครบวงจรของ ฮาร์ดแวร์ ซอฟแวร์ และบริการที่สนับสนุนมาตรฐานเครือข่ายไร้สายที่หลากหลาย RIM ได้นำ platform และ solutions เพื่อการเข้าถึงอย่างไร้อุปสรรค ในข้อมูลที่ละเอียดอ่อนในเรื่องของเวลา ซึ่งรวมถึง email โทรศัพท์ ข้อความสั้น Internet และโปรแกรมการใช้งานแบบ Intranet เทคโนโลยีของ RIM ยังช่วยสนับสนุนผู้พัฒนา และผู้ผลิตต่าง ๆ ในการผลิตสินค้า และบริการที่เกี่ยวกับการเชื่อมโยงข้อมูลแบบไร้สาย  ผลิตภัณฑ์ และบริการ รวมทั้งเทคโนโลยีของ RIM ที่ได้รับความนิยม และใช้โดยองค์กรมากกว่าหลายพันองค์กรทั่วโลก ได้แก่ระบบไร้สาย BlackBerry®, ผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม RIM Wireless Handheld™ เครื่องมือพัฒนาซอฟแวร์ radio-modems และสัญญาใช้สิทธิ์ทางด้านบริการของซอฟแวร์ และฮาร์ดแวร์ต่าง ๆ  RIM ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1984 โดยมีฐานการดำเนินงานอยู่ที่ Waterloo, Ontario และมีสำนักงานในภูมิภาคอเมริกาเหนือ ยุโรป และเอเชีย แปซิฟิก  RIM จดทะเบียนอยู่ใน Nasdaq Stock Market (Nasdaq: RIMM) และ Toronto Stock Exchange (TSX: RIM)  สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดเยี่ยมชม www.rim.com หรือ www.blackberry.com

 

Text text

ตกลง